xs
xsm
sm
md
lg

“ไอติม” ตั้งกระทู้ซักปมแชต ‘ช่วยสีน้ำเงิน’ จี้แจงย้าย 304 นอภ.รับเลือกตั้ง ‘เจเศรษฐ์’ ยัน มท.มีแต่สีกากี ปัดมีมือที่มองไม่เห็น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ไอติม” ซักเดือดปมแชต ‘ช่วยสีน้ำเงิน’ ชี้เป็นใบเสร็จแทรกแซงเลือกตั้ง จี้แจงโยกย้ายนายอำเภอ 304 ตำแหน่งก่อนเลือกตั้ง ด้าน ‘เจเศรษฐ์’ ยันมหาดไทยมีแต่ ‘สีกากี’ ไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ

วันนี้(4 มิ.ย.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กระทู้ถามสดถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยแชตข้อความที่อ้างว่า นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขอร้องให้ “ช่วยสีน้ำเงิน” ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยนายอนุทินมอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้แทน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า คำชี้แจงของนายนฤชาที่อ้างว่าเปิดระบบไลน์เป็นสาธารณะ เชื่อมโยงหลายระบบ จนอาจมีบุคคลอื่นเข้าไปพิมพ์ข้อความแทนได้ เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่า นายอนุทินเชื่อคำชี้แจงดังกล่าวหรือไม่ จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเมื่อใด และจะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการสอบสวนจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะบุคคลใน “สีน้ำเงิน”
นายพริษฐ์ระบุว่า หากพิสูจน์ได้ว่าอธิบดีกรมการปกครองกระทำผิดจริง ย่อมมีความผิดร้ายแรงถึงขั้นถูกปลดออกจากราชการหรือดำเนินคดีฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมชี้ว่า หากข้อความดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ก็เปรียบเสมือน “ใบเสร็จ” ที่ยืนยันว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจถูกแทรกแซงผ่านกลไกของกรมการปกครอง

สส.พรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตถึงการโยกย้ายนายอำเภอจำนวน 304 ตำแหน่งก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต พร้อมถามถึงหลักเกณฑ์การโยกย้ายและเหตุผลที่ไม่รอให้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นก่อนดำเนินการ

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังตั้งคำถามถึงกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่า หนึ่งในโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งอยู่ภายใต้สังกัดกรมการปกครอง พร้อมเรียกร้องให้ยืนยันว่าไม่มีบุคลากรในกรมการปกครองรับรู้ข้อมูลบาร์โค้ดก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมโยงไปถึงกรณีที่ดินเขากระโดง คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคดีฮั้วเลือก สว. โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดหลายกรณีจึงดูเหมือนเอื้อประโยชน์ให้กับ “สีน้ำเงิน” จนประชาชนสงสัยว่ารัฐบาลได้อำนาจมาจากการเลือกตั้งของประชาชน หรือจากการช่วยเหลือของ “มือที่มองไม่เห็น”

ด้านนายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า อธิบดีกรมการปกครองได้ส่งหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมายังกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่ามีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ หากยังมีประเด็นสงสัยก็จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ตนไม่สามารถใช้ความเชื่อส่วนตัวมาตัดสินได้ แต่ต้องอาศัยการพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสามารถตรวจสอบและติดตามที่มาของข้อมูลได้ พร้อมย้ำว่าหากต้องการให้มีการตรวจสอบโดยบุคคลจากหลายฝ่าย ก็สามารถส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการปกครองของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้ เนื่องจากมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมเป็นกรรมาธิการ

“ที่ถามว่าคนตรวจสอบกับผู้ถูกร้องเป็นสีเดียวกันหรือไม่นั้น แน่นอนมหาดไทยสีเดียวกันหมด ข้าราชการมหาดไทยสีเดียวกันหมด คือสีกากี ตั้งแต่ผมเข้ามาก็เห็นสีเดียวคือสีกากี แน่นอนว่ากระทรวงมหาดไทยต้องมีการตรวจสอบและชี้แจงออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพราะมีมูลเหตุหลายอย่าง” นายเจเศรษฐ์กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า หากนายพริษฐ์มีข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม ก็สามารถนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบได้ โดยตนไม่อาจใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตอบคำถามได้ พร้อมยืนยันว่าจากประสบการณ์ลงเลือกตั้งมา 3 ครั้ง ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากข้าราชการ และเชื่อว่าไม่มีข้าราชการคนใดสามารถกำหนดผลการเลือกตั้งหรือช่วยให้พรรคการเมืองใดได้รับชัยชนะได้

นายเจเศรษฐ์กล่าวอีกว่า ตนไม่เชื่อว่ากรมการปกครองจะมีอำนาจชี้นำให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ พร้อมยืนยันว่าหากมีข้อสงสัยเรื่องกระบวนการเอื้อประโยชน์ก็สามารถตรวจสอบได้เต็มที่ และฝ่ายบริหารพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างตามอำนาจหน้าที่

“ขอให้ประชาชนไม่ต้องเชื่อในตัวบุคคล แต่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีระยะเวลา อะไรที่มีมูลเหตุและพยานหลักฐานชัดเจนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ผมเชื่อว่าไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายอย่างชัดเจน”

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า การโยกย้ายนายอำเภอเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการประจำที่ดำเนินการตามปกติ ส่วนการทำหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอความร่วมมือ และหากข้าราชการรายใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งหรือโยกย้าย ก็มีช่องทางร้องเรียนตามกฎหมายอยู่แล้ว ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการที่กรมการปกครองเข้าไปแทรกแซงหรือเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ