xs
xsm
sm
md
lg

กกต.กทม.จัด 50 ชุดเคลื่อนที่เร็ว เกาะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯ - ยังไม่ทราบปมซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขตยุค "ชัชชาติ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กกต.กทม.ส่งชุดเคลื่อนที่เร็ว 50 ชุด เกาะติดเลือกตั้ง กทม.ย้ำเจ้าหน้าที่ต้องวางตัวเป็นกลาง ย้ำผู้สมัครออกรายการ-อินฟลูฯ สนับสนุนหากมีค่าใช้จ่ายต้องแจ้ง เผยยังไม่มีแจ้ง จนท.กทม.วางตัวไม่เป็นกลาง

วันนี้(4 มิ.ย.) ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) กล่าวถึงภาพรวมการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนทุจริตการเลือกตั้ง หรือการไม่ปฏิบัติตามระเบียบการเลือกตั้งตลอดช่วง 7 วันของการหาเสียงที่เป็นหนังสือ แต่อาจจะมีการพูดคุยตามโซเชียลมีเดียว่าจะมีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ยังไม่เห็นว่ามีการยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามากกต.กทม. รวมถึงเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้ง

ในส่วนของการติดตามการหาเสียงของผู้สมัครนั้น จะมีผู้ตรวจการเลือกตั้งไปลงพื้นที่รวมถึงสังเกตการในส่วนของการดำเนินการและการจัดการเลือกตั้งของเจ้าหน้าที่ ว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ รวมถึงสังเกตการณ์การหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง

"ขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวน 50 ชุด ใน 50 เขตเลือกตั้ง หากมีการร้องเรียนหรือมีการแจ้งเบาะแส เราก็จะแจ้งไปยังชุดเคลื่อนที่เร็วทั้งหมดเพื่อเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา"

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กทม.วางตัวไม่เป็นกลางได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างไร ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวว่ายังไม่ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลางอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการระบุพฤติการณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้ง หากมีการร้องเรียนก็จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตามกฎหมายระบุว่าห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่อันเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่อันเป็นคุณเป็นโทษต่อผู้สมัคร

ส่วนกรณีพรรคเศรษฐกิจจะมีการเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต สมัยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งพฤติการณ์ความผิดจะต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเท่านั้น ตามกฎหมายกำหนดว่าห้ามผู้สมัครหรือผู้ใดใส่ร้ายหรือบังคับขู่เข็ญ ให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมของผู้สมัคร ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีความเกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนจะเข้าข่ายไม่เป็นหาเสียงใส่ร้ายหรือไม่ ย้ำว่าจะต้องดูองค์ประกอบ

เมื่อถามย้ำว่า การออกมาเปิดเผยเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง จะทำให้ผู้สมัครได้เปรียบเสียเปรียบ ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด วันนี้ที่จัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ เชิญผู้สมัครมาก็เพื่ออธิบายกติกา ว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ และสิ่งที่ผู้สมัครต้องทำภายใน 90 วันหลังการเลือกตั้ง ส่วนพฤติการณ์ที่ผู้สมัครจะไปดำเนินการใดๆนั้น กกต.จะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีการร้องเรียน เรื่องดำเนินการการเลือกตั้ง แล้วต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏซึ่งวันนี้เราพยายามบอกกฎกติกา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ยังกล่าวด้วยว่า กกต.กทม.ไม่มีนโยบาย ในการจัดเวทีปราศรัยให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของผู้สมัครดำเนินการเอง โดยต้องแจ้งกกต.กทม.ก่อนดำเนินการ

ส่วนกรณีสื่อมวลชนเชิญผู้สมัครที่มีแนวโน้มที่จะได้รับการเลือกตั้งไปออกรายการเท่านั้น กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามเอกชน เพียงแต่ถ้ามีค่าใช้จ่าย ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องยื่นบัญชี ภายใน 90 วัน โดยต้องดูว่าแต่ละสถานีที่เชิญมีค่าใช้จ่ายเกิน 5,000 บาท หรือไม่ ซึ่งจะต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียง

โดยสื่อมวลชนที่เชิญผู้สมัครก็จะต้องพึงระมัดระวังอะไรที่จะทำให้เกิดเป็นข้อพิพาท ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งหากมีข้อร้องเรียนกกต.กทม.จะต้องเข้าไปตรวจสอบว่าเป็นพฤติการณ์เช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งจะดูเป็นกรณีไป

สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ที่สนับสนุนผู้สมัคร จะต้องคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวว่า ระเบียบว่าด้วยวิธีการหาเสียงส่วนที่ 3 ระบุชัดเจนว่า กรณีบุคคลที่ไม่ใช่ผู้สมัครช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง หากมีค่าใช้จ่ายเกิน 5,000 บาทจะต้องแจ้งต่อกกต.ให้ทราบ หาก อินฟลูเอนเซอร์ บอกว่าไม่มีค่าใช้จ่ายก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง

ส่วนเรื่องของการติดตั้งป้ายหาเสียงนั้น ระเบียบเขียนไว้ว่า หากติดป้ายหรือประกาศไม่เป็นไปตามประกาศที่กกต.กทม.กำหนด ก็จะมีการแจ้งให้ผู้สมัครดำเนินการแก้ไข หากไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ก็จะต้องไปทำลายป้ายหาเสียง หากมีค่าใช้จ่ายก็จะแจ้งให้กับผู้สมัครให้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนในการปิดป้ายหาเสียง

สำหรับกรณีที่มีผู้สมัครผู้ว่ากทม. เชิญชวนให้ประชาชนที่ถ่ายรูปคู่ติดข้อความติดแฮชแท็กชื่อ และแคมเปญหาเสียง เข้าข่ายเป็นการช่วยหาเสียงหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวว่า การที่จะไปแท็กหรือหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะเข้าข่ายหาเสียงผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องแจ้งชื่อบัญชีผู้ใช้งาน ส่วนการติดแฮชแท็กหรือไม่นั้นจะต้องดูเป็นกรณีว่าเป็นข้อมูลของผู้สมัครหรือไม่ บางทีหากแชร์ไปผู้สมัครไม่รู้เรื่อง ก็ไม่เข้าข่ายลักษณะการหาเสียงตามระเบียบหาเสียงผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้สมัครจะต้องแจ้งบัญชีผู้ใช้งาน ดังนั้น หากผู้สมัครมีการรณรงค์ให้มีการติดแฮชแท็ก ก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เข้าข่ายการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่