เมืองไทย 360 องศา
เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับ นายทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ที่เขาได้รับพระราชทานอภัยโทษในวันมหามงคล เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ทำให้พ้นโทษออกมาทันที
โดยก่อนหน้านั้น พล.ต.ท.รุทธพล นวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีรายชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตามกฏหมายให้พ้นโทษเลย เพราะ นายทักษิณ เหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ตามมาตรา 8
ถามย้ำว่าสามารถปลดกำไล EM ได้เลยใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ปลดได้เลย หลังจากนี้จะยังมีขั้นตอนของคณะกรรมการอีกชั้นหนึ่งในการพิจารณา โดยจะมีคณะกรรมการแยกส่วนกันไปแต่ละจังหวัด ส่วนรายละเอียดจะประชุม ยังไม่ทราบว่าแต่ละจังหวัดมีรายละเอียดอย่างไร หรือประชุมเมื่อใด แต่ยืนยันว่ามีรายชื่อของนายทักษิณแน่นอน
สำหรับปฏิกิริยาแสดงความยินดีกับการได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ เริ่มจากคนในครอบครัว น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ คู่สมรส และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
โดย น.ส.พินทองทา กล่าวด้วยความตื้นตันและมีน้ำตาคลอ หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ว่า รู้สึกดีใจกับคุณพ่อ ดีใจกับครอบครัวของเราและครอบครัวอื่นๆที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งภายในครอบครัวก็มีการพูดคุยกันว่าดีใจ
ส่วนหลังจากนี้จะมีการนัดกันภายในครอบครัวเพื่อไปพักผ่อนที่ไหนหรือไม่ โดยนายณัฐพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่มีกำหนดการอะไรเลย แต่ก็ถือว่าวันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี และในครอบครัวก็มีการทำบุญกันเรื่อยๆอยู่แล้ว และหลังจากนี้คงจะไปไหนมาไหนกันสะดวกมากขึ้น แต่ยังไม่ได้วางแผนเรื่องการเดินสายทำบุญ ก็คงทำในสิ่งดีๆ แต่ตอนนี้รู้สึกตื้นตัน พูดไม่ออก
เมื่อถามว่าทางทนายได้มีการแจ้งขั้นตอนหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ น.ส.พินทองทากล่าวว่า คาดว่าจะต้องรอเรื่องอย่างเป็นทางการก่อน
น.ส.พินทองทา ยังกล่าวด้วยว่า ภายในครอบครัวได้มีการพูดคุยกัน รวมถึงกับ น.ส.แพทองธารด้วย ครอบครัวเราก็ดีใจเพราะผ่านมาช่วงหนึ่งแล้ว ช่วงนี้ก็นิ่งๆ แต่ก็รู้สึกดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกปลาบปลื้มกับสิ่งที่ได้รับอิสระ คุณพ่อก็สบายขึ้น แค่นี้ก็เป็นที่สุดของลูกๆกับครอบครัวแล้ว
เมื่อถามว่าการใช้ชีวิตประจำวันช่วงนี้ นายทักษิณอยู่กับหลานๆใช่หรือไม่ น.ส.พินทองทา กล่าวว่า คุณพ่ออยู่บ้าน ช่วงนี้เงียบสงบดี แต่หลานเข้าไปหาหนาแน่น บอกได้เลยว่าหนาแน่น 7 คน
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มีแต่ความน่ายินดี การให้ความเห็นก็จะออกมาในแนวทางเดียวกันทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กล่าวสั้นๆว่า “ยินดีกับท่าน”
อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าจับตาหลังจากนี้ก็คือ หลังการพ้นโทษครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นการพ้นโทษโดยสมบูรณ์ ทำให้ต้องจับตาดูกันต่อว่าเขาจะแสดงบทบาททางการเมืองหรือไม่ อย่างไร เพราะคนอย่าง นายทักษิณ ถือว่าเป็น “คนการเมือง” เต็มตัว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเขาและครอบครัวชินวัตร ยังถูกมองว่าเป็น “เจ้าของ” ตัวจริงของพรรคเพื่อไทย ที่เวลานี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้ว่าสถานะปัจจุบันไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ แต่ก็ยังถือว่าเป็น “ตัวแปร” ยังมีความสำคัญในการชี้ชะตากับรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อสถานะที่แท้จริงของ นายทักษิณ ชินวัตร ในทางการเมืองนั้นคงไม่อาจสลัดออกไปได้ง่ายๆ แม้ว่าในทางตรงอาจทำให้เกิดปัญหาเป็นจุดอ่อนให้ถูกวิจารณ์ ถูกร้องเรียนได้อีก แต่ในทางเบื้องหลังนั้นหลายคนยังเชื่อว่าเขายังต้องดำเนินการต่อไป อย่างน้อยกับพรรคเพื่อไทย แม้ว่าตอนนี้คนในพรรคเพื่อไทยจะรีบออกมาปัดเป็นพัลวันว่า นายทักษิณ จะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วก็ตาม
โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี สมาชิกและแกนนำพรรคทุกคนก็มีความรู้สึกยินดีที่นายทักษิณได้รับพระมหากรุณาธิคุณพ้นโทษในครั้งนี้ ส่วนตัวยังไม่ได้โทรศัพท์พูดคุยแสดงความยินดีแต่อย่างใด
ส่วนที่ว่าหลังนายทักษิณ พ้นโทษแล้วมีโอกาสจะให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า นายทักษิณมีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค เพราะฉะนั้นโอกาสที่สมาชิกจะพบกับนายทักษิณก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นเรื่องปกติ
ถามย้ำว่า นายทักษิณจะมาให้คำแนะนำ บพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า มองว่านายทักษิณคงไม่มายุ่งตรงนี้ เพราะพรรคมีโครงสร้างของพรรค มีกรรมการบริหารพรรคที่ขับเคลื่อนอยู่แล้ว
ถามว่าในฐานะเลขาธิการพรรคมีโอกาสที่จะขอคำแนะนำหรือปรึกษากับนายทักษิณบ้างหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า นายทักษิณมีประสบการณ์และมีความรู้ และเคยเป็นอดีตผู้นำประเทศ เป็นบุคคลสำคัญการได้รับคำแนะนำจากนายทักษิณ มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา หากมีโอกาสก็ยินดีที่จะไปปรึกษานายทักษิณในบางเรื่อง
สำหรับ นายทักษิณ ชินวัตร นาทีนี้การพ้นโทษออกมาถือว่า เป็นการ “พ้นบ่วง” และเป็นผลต่อเนื่องมาจากกรณี “ชั้น 14” และแม้ว่าจะมองอย่างไรก็ตาม แต่อีกมุมหนึ่งถือว่าในตอนนั้นเขา “พลาดอย่างแรง” เพราะตอนนั้นเขาได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจำคุกเหลือ 1 ปี แต่กลับท่าทางยึกยัก แสดงอำนาจบารมีอยู่นอกคุกจนทำให้ทุกอย่างบานปลาย ทุกอย่างจึง “รวน” ไปทั้งระบบ และปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่ากรณีชั้น 14 กรณี “คลิปอังเคิล” ผลงานของ ลูกสาวตัวเอง คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ตัวเองผลักดันขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง จนส่งผลกระทบมาถึงการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
อย่างไรก็ดี เหมือนกับว่าในระยะหลัง นายทักษิณ เหมือนกับสรุปบทเรียนที่นอกเหนือจากยอมติดคุกแต่โดยดี มาจนถึงการเก็บตัวเงียบ ไม่แสดงความเห็นทางการเมืองใดๆ ออกมาให้เห็น ทุกอย่างเงียบตลอดเวลาที่เขาอยู่ในเรือนจำจนได้รับการพักโทษ จนล่าสุดได้รับการพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษโดยสมบูรณ์
แต่สำหรับ นายทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าจะพ้นโทษจากคดีโทษจำคุก 1 ปี เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ยังมีเหลืออีกหนึ่งคดีนั่นคือคดีความผิดตาม มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ แม้ว่าที่ผ่านมาศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมปี 68 แต่ปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาในชั้นศาลอุทธรณ์ ทำให้เขายังไม่พ้นบ่วง เพราะยังมีชนักปักคาเอาไว้อีกคดีหนึ่ง แม้ว่าพิจารณาตามรูปการณ์แล้วผลน่าจะออกมาทางบวกมากกว่าลบก็ตาม แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลไม่อาจก้าวล่วง
ดังนั้น นายทักษิณ ชินวัตร ในเวลานี้ถือว่าเขาได้ “พ้นบ่วง” ไปเปลาะหนึ่งแล้ว แต่ยังเหลืออีก “บ่วงสำคัญ” นั่นคือคดี ม.112 ที่ยังอยู่ในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งเชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ขณะเดียวกันในทางการเมืองแล้วยังเชื่อว่าด้วยสถานการณ์บังคับและไม่เป็นใจแบบนี้เขาคงต้องเก็บตัวไปอีกระยะหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นการ “กบดาน รอจังหวะ” กลับมาในรูปแบบใหม่ ที่เชื่อว่าคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว !!


