xs
xsm
sm
md
lg

"ดร.ซัน" เบอร์ 3 พร้อมสู้ศึกชิงผู้ว่า กทม.งัดงัดประสบการณ์วิศวกร ชูแคมเปญ "ครอบครัว กรุงเทพฯ - A.I. CAPITAL"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ดร.ซัน" ขันอาสา " พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ " เบอร์ 3 สู้ศึกชิงผู้ว่า กทม.งัดประสบการณ์วิศวกร ชูแคมเปญ "ครอบครัว กรุงเทพฯ - A.I. CAPITAL" รวดเร็ว -โปร่งใส - ตรวจสอบได้ ด้านทีมงานเพจจัดงานคลองโอ่งอ่าง ขอบคุณ สนับสนุน Art Market พื้นที่สร้างศิลปะเวนิสเมืองไทย


เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ "ดร.ซัน" ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เบอร์ 3 เปิดเผยถึงการอาสาเข้ามาพัฒนากรุงเทพมหานคร ภายใต้แคมเปญหลัก “ครอบครัว กรุงเทพฯ และ A.I. CAPITAL” โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาปฏิรูปและเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการเมือง เพื่อเปลี่ยนผ่านขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนให้มีความรวดเร็ว มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตของคนเมืองหลวง คือการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และฐานข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาจัดการกับปัญหาเรื้อรัง ทั้งเรื่องของการจราจรติดขัดและการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมขังอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนานโยบาย “Security Phone” ซึ่งเป็นระบบประสานงานและแจ้งเหตุสองทางผ่านสมาร์ทโฟน โดยตั้งเป้าที่จะกระจายจุดเชื่อมต่อโครงข่ายมากกว่า 100,000 จุดทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัย ป้องกันปัญหาอาชญากรรม และแจ้งเตือนภัยธรรมชาติล่วงหน้าตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานรัฐในการดูแลความปลอดภัยร่วมกันอย่างทั่วถึง


นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯอีกมากมาย อาทิ - การอำนวยความสะดวกรถพยาบาล ambalance เคลื่อนย้ายผู้ป่วยทุกๆพื้นที่ในกรุงเทพมหานครอย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีค่าใช้จ่าย

-การส่งเสริมอาชีพไม่ว่าจะเป็นเขตผ่อนปรนหรือยกเลิกพื้นที่ที่ห้ามทำการค้าให้กลับมามีการค้าขายและจัดระเบียบให้สะอาดถูกหลักอนามัยถูกสุขลักษณะ

-ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์และซึมซับวัฒนธรรมเมืองหลวงเพื่อเป็นศูนย์กลางและเป็นผู้นำในเรื่องของการส่งเสริมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับโลกต่อไป

-ศูนย์กลางอาหารโลกรสชาติอร่อยถูกสุขลักษณะปลอดภัยและราคาแสนประหยัดที่สุดในโลก

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาบริหารการศึกษา ปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ และพื้นฐานด้านวิศวกรรมไฟฟ้ากำลังจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

อีกทั้งยังเคยผ่านการทำงานสำคัญในระดับประเทศ อาทิ วิศวกรนิวเคลียร์ สังกัดสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ที่ปรึกษากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้ทรงคุณวุฒิประจำกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

"ผมเตรียมการมาพร้อมสําหรับมิติใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ทั้งเรื่องน้ําฝน ที่มีปัญหาเรื่องการรอระบาย เรื่องเศรษฐกิจ ขอให้ติดตามและมอบโอกาสให้ผม เบอร์ 3 ได้เข้าไปเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แล้วชาวกรุงเทพฯ จะเห็นความเปลี่ยนแปลง" ดร.ซัน กล่าว


ขณะที่ ตัวแทนผู้ดูแลเพจและทีมงานจัดงาน โอ่งอ่าง Art Market ขอขอบพระคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ พัวพรพงษ์ (ดร.ซัน) เป็นอย่างสูง ​ที่ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน มกราคม - ธันวาคม 2568 ได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมส่งทีมผู้จัดงานประสานในการประชาสัมพันธ์และทำสื่อออกแบบภายในงาน ทำให้เกิดกิจกรรมดีๆร่วมกับพี่น้องผู้ประกอบการในพื้นที่คลองโอ่งอ่าง (ฝั่งสะพานเหล็ก) มาโดยตลอด

ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจในการสนับสนุนของท่านคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดงาน Art Market ที่ผ่านมาตลอดทั้งปี 2568 เกิดขึ้นได้จริง งานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับงานศิลปะ แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรอยยิ้มและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ความมีวิสัยทัศน์ของ ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (ดร.ซัน) ที่เห็นความสำคัญในการส่งทีมงานมาทำงานร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันกิจกรรมดีๆแบบนี้ และที่ขาดไม่ได้ต้องขอบคุณกิจกรรมดีๆ โดย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพระนคร, ท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร, ท่านปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เห็นถึงผลงานที่จัดกิจกรรมทำให้สนับสนุนเพิ้นที่และเครื่องปั่นไฟมาชาวยอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีจัด โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย

ในส่วนงานของคลองโอ่งอ่างต้องขอบคุณหัวหน้าฝ่ายพัฒเขตพระนครและทีมงานตลอดจน มหาลัยเพาะช่าง เหล่าอินฟูลฯ ศิลปินไอดอล ศิลปินเปิดหมวกทุกท่านและร้านค้าในพื้นที่ตลอดจนนอกพื้นที่ ที่มาร่วมทำให้เกิดกิจกรรมดีๆนี้ขึ้นมา โดยความร่วมมือของทุกภาคฝ่ายให้งานเกิดขึ้นมาได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2568

หวังว่าปี 2569 ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (ดร.ซัน) จะเล็งเห็นพัฒนากิจกรรมดีๆแบบนี้ให้เป็นคลองเวนิสของเมืองไทย ที่มีความสวยงามและเป็นอีกพื้นที่โชว์ความสามารถของศิลปินไทยให้ต่างชาติได้เห็นความสามารถว่าคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก