ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ ยิ่งสาวยิ่งฉาว โครงการอัปสกิล AI 1,621 ล้าน "ลูกนก" ไชยชนก จัดให้ "บอย-บี" แล้วก็ยังมี "เต่าบิน" ร่วมวงเคาะราคากลาง!
นาทีนี้ถ้าจะมีคนร้องบอกหัวหน้าคณะลิเก "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ว่า พอแล้วๆๆ รวยไม่ไหวแล้ว ก็เห็นจะเป็น "กลุ่มทุนคนกันเอง" นี่แหละ
ดูตัวอย่างโครงการ “ไทยแลนด์เอไอ พาสปอร์ต” (TH AI Passport) มูลค่าสูงลิ่วจนขนลุกถึง 1,650 ล้านบาท! ที่เคลมว่า จะมาอัปสกิล AI ให้คนไทยเท่ๆ 5 ล้านคน นำทีมโดยรัฐมนตรีหนุ่มไฟแรงเฟร่อ “นก-ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี ลูกชายสุดที่รักของ “เน” นายใหญ่แห่งบ้านใหญ่บุรีรัมย์ และค่ายภูมิใจไทยนั่นปะไร
งานนี้โดนชาวเน็ตและแวดวงไอที ด่ากันระงมว่า แหม... โครงการนี้ "ประเคน" งบกันมันยิ่งกว่าถั่ว แถมใช้วิธีล้วงเงินจากกองทุนฯ เลี่ยงการเอาเข้า ครม.ให้ปวดหัว ตั้งใจส่งตรงถึง "กลุ่มทุนคนกันเอง" หรือเปล่า?
เพราะผู้ชนะก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นสองหนุ่มในเครือข่ายระบอบสีน้ำเงิน "บอย สกาย" และ "บี แพลนบี" ที่คุ้นชื่อคุ้นตากันดีนั่นเอง!
เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้น เพราะสำนักข่าว "เน็กซ์นิวส์" เขาตาดี แอบไปส่องเอกสารจัดซื้อจัดจ้างงบ 1,650 ล้าน ก่อนประมูลจบที่ 1,621 ล้านนั้น ต้องอุทานว่า คุณพระ!
เพราะในรายชื่อ 7 แหล่ง มีเอกชน 3 รายที่ใช้สืบราคากลาง ดันมีชื่อของ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมอยู่ด้วย!
บมจ.ฟอร์ทฯ คือใคร?
ต้องบอกว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ "ฟอร์ท เวนดิ้ง" เจ้าของตู้กดเครื่องดื่ม "เต่าบิน" และตู้เติมเงิน "บุญเติม" ที่ตั้งอยู่ตามสถานที่ราชการทั่วบ้านทั่วเมือง... และช่วงหลังคว้างานภาครัฐอื้อ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและวิสาหกิจ ที่พีกไปกว่านั้นคือ มีกระแสข่าวว่าคนในตระกูล"ชิดชอบ" ร่วมถือหุ้นอยู่ด้วยนะเออ! ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้!
นอกจาก “กลุ่มเต่าบิน” ช่วยเคาะราคากลางแล้วอีกสองยังมี ใบเสนอราคาของ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ ใบเสนอราคา บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด
งานนี้ "เน็กซ์นิวส์" ยังไปสืบทราบมาอีกว่า เอกชน 3 รายที่ใช้สืบราคากลางโครงการ AI พาสปอร์ตนี้ เทิร์นคีย์ฯ, ยูไนเต็ดฯ, ฟอร์ทฯ ดังกล่าว คือ กลุ่มทุนหน้าเดิมชุดเดียวกันเป๊ะ กับที่เคยใช้สืบราคากลางในโครงการอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคล (Skill/Credit Portfolio)" มูลค่า 5,413 ล้านบาท ของกระทรวง อว. ยุคที่ "ศุภมาส อิศรภักดี" จากพรรคภูมิใจไทย เจ้าเดิมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี
ทว่า โครงการ 5 พันล้านนี้ ปัจจุบันโดน "อาจารย์เชน" ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรี อว. คนใหม่จากค่ายเพื่อไทย สั่ง "เบรกหัวทิ่ม" พับเสื่อเก็บไปเรียบร้อยแล้ว เพราะความไม่ชอบมาพากล!
นี่ก็น่าคิดว่า โครงการเก่าที่กระทรวงอว. เพิ่งโดนพรรคเพื่อไทย สั่งเบรกไปหยกๆ แต่ "โมเดล" และ "ทีมงาน" หน้าเดิม ดันมาชุบตัวโผล่ใหม่อย่างยิ่งใหญ่ในกระทรวงดีอี ยุครัฐมนตรีลูกชายเนวิน ซะงั้น
งานนี้บอกได้คำเดียวว่า "ยิ่งสาวยิ่งฉาว ยิ่งขุดยิ่งเจอคนกันเอง”
เรื่องนี้จะจบลงที่ความปังของ AI คนไทย หรือจะจบที่ ป.ป.ช. มาเคาะประตูบ้าน? โปรดรอชมตอนต่อไปได้เลย.
++ “ช่วยน้ำเงินด้วย” คือ คำตอบว่า ทำไมต้องย้ายใหญ่ ขรก.มหาดไทย ก่อนเลือกตั้ง!
กรณี แชตไลน์หลุด ...“ช่วยน้ำเงินด้วย” ระหว่าง อธิบดีกรมการปกครอง กับปลัดจังหวัดภูเก็ต กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ถูกยื่นร้องเรียนต่อรัฐสภา และศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อกล่าวหาว่าเป็นการใช้อำนาจราชการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง แต่ยังไม่มีข้อสรุป หรือคำวินิจฉัยใดๆ ว่าจะถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หรือไม่
หากจะโยงภาพให้เห็นชัดถึงที่มาที่ไปของ “แชตหลุด”... คงจำกันได้ว่าในช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมานี้ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” แต่งชุดลำลอง ใส่แว่นดำ ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกชายหาด ที่หาดบางเทา และหาดฟรีด้อม ตามกระแสวิพากวิจารณ์หนักว่า ต่างชาติใช้นอมินี ยึดพื้นที่สาธารณะ ที่ดินทำเลสำคัญในเมืองท่องเที่ยว แต่มหาดไทยเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
หลังจากลงไปตรวจ ชี้มือชี้ไม้ เสร็จแล้วก็มีคำสั่งย้ายปลัดจังหวัดและนายอำเภอ รวม 5 คน โดยระบุเพียงว่า “เพื่อประโยชน์ของทางราชการ” ไม่ได้กล่าวถึงการทุจริต หรือรับส่วย ใดๆ
“รุ่งเรือง ธิมาบุตร” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่เห็นว่าตนเองถูกย้ายไม่เป็นธรรม จึงนำข้อความในไลน์ของตน ที่พูดคุย รับคำสั่ง จาก“นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ช่วงก่อนเลือกตั้ง 10 กว่าวัน ว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ออกมาเปิดโปง พร้อมให้สัมภาษณ์ยืนยันหนักแน่นกับสื่อหลายสำนัก มีภาพประกอบว่า เป็นของจริง เป็นการสื่อสารกับอธิบดีกรมการปกครองจริง 100%
“อธิบดีนฤชา” ได้แต่ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยมีคำสั่งการดังกล่าว ไม่ทราบเรื่อง พร้อมชี้แจงว่า ไลน์ของตน เปิดเป็นสาธารณะ และเชื่อมต่ออยู่ในหลายอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ได้อยู่เพียงในโทรศัพท์มือถือของตนเครื่องเดียว จึงไม่ทราบว่าอาจจะมีผู้ใดเขียนข้อความดังกล่าวหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่เคยส่งข้อความที่ว่านั้นอย่างแน่นอน
คำชี้แจงของ “อธิบดีนฤชา” หลายคนฟังแล้วก็ได้แต่บอกว่า งานนี้ “สีข้างถลอก” โดยเฉพาะที่บอกว่าเรื่อง “ไลน์เปิดเป็นสาธารณะ” ฟังแล้วชวนให้เกิดคำถามมากกว่าคำตอบ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใช้ไลน์ เป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่ใช่เฟซบุ๊ก ไม่ใช่ X และไม่ใช่เว็บไซต์สาธารณะ ที่ใครจะเข้ามาโพสต์ข้อความแทนเจ้าของบัญชีได้ง่ายๆ
ที่บอกว่า ไลน์ ของท่านอธิบดี ถูกเปิดใช้งานอยู่หลายอุปกรณ์ อันนี้พอฟังขึ้น เพราะไลน์ สามารถล็อกอินได้ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ แต่ถึงอย่างนั้น อุปกรณ์เหล่านั้น ก็ยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของใครสักคน ไม่ได้หมายความว่าคนทั่วไป จะเดินเข้ามาใช้งานบัญชีแทนท่านอธิบดี ได้ตามอำเภอใจ เพราะท่านข้าราชการระดับสูง ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว
ดังนั้น ที่บอกว่า ไลน์ของท่านเปิดเป็นสาธารณะ คนที่ใช้ไลน์ทั่วๆไป บอกว่ารับฟังได้... แต่ไม่เชื่อ!
เอาล่ะ! ...ถ้าท่านอธิบดี คิดว่ามีคนแอบมาพิมพ์ข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” โดยที่ท่านไม่รู้ สิ่งที่ท่านต้องทำคือ หาตัวคนคนนั้นมาให้ได้ จะตั้งกรรมการสอบ หรือวิธีใดก็ตามแต่ จึงจะให้สังคมเชื่อในความบริสุทธิ์ของท่าน
ขณะเดียวกันถ้าท่านมั่นใจว่า แชตไลน์นั้นถูกทำปลอมขึ้น โดย“ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน
อย่าแค่ประกาศว่าจะฟ้องคนนั้น คนนี้ แล้วสุดท้ายก็ปล่อยให้เรื่องเงียบไป!
เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลฯ รวมทั้งสื่อหลายสำนักหยิบยกมาวิเคราะห์ วิจารณ์
ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พร้อม ส.ส.พรรคประชาชน ก็ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของสภา เพื่อหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา เพราะถือว่า หากข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง ย่อมถือว่าเป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง
“ทนายอั๋น” ยังนำข้อมูลในส่วนนี้ ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพื่อให้น้ำหนักในคำร้อง “เลือกตั้งโมฆะ” จากกรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด ที่เขายื่นเรื่องไปก่อนหน้านี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่อง “ช่วยน้ำเงินด้วย” นี้ จะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร นั้น
หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง จะเข้าข่ายการใช้อำนาจราชการโดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่การร้องเรียนต่อป.ป.ช. และ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าเลือกตั้งสุจริตหรือไม่
แม้เรื่องราวจะยังไม่กระจ่างชัด มัด ล็อก แต่สังคมก็เห็นว่าเป็นข้อกล่าวหาที่มีน้ำหนักทางการเมืองสูง
และมีคำตอบในใจแล้วว่า ทำไม ช่วงที่พรรคเพื่อไทยเขี่ยภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน “ภูมิธรรม เวชยชัย” ได้มานั่ง รมว.มหาดไทย เรื่องแรกที่ทำคือ โยกย้ายผู้ว่าฯ นายอำเภอ ที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” วางตัวไว้ในทันที
ต่อมาเมื่อพรรคภูมิใจไทย ได้กลับมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแบบส้มหล่น “อนุทิน” กลับมาเป็นนายกฯ ควบรมว.มหาดไทย ก็รีบย้ายข้าราชการมหาดไทยครั้งมโหฬารเป็นการด่วนก่อนการเลือกตั้ง
ข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” คือคำตอบของการโยกย้าย?!


