xs
xsm
sm
md
lg

“อรทัย” ดันเปลี่ยน “สะพานสารสิน”ศึกษาต้นแบบสะพานโกลเด้นเกต หวังลดการสูญเสียชีวิตและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ภูเก็ต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้( 31 พ.ค.)น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตนอยากเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงสะพานสารสินและสะพานเทพกษัตรี ซึ่งถือเป็นประตูสู่จังหวัดภูเก็ต และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญระหว่างจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา โดยเฉพาะสะพานสารสินที่ถึงแม้จะเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับพบว่า สะพานแห่งนี้ยังคงเป็นจุดที่มีผู้เลือกใช้ในการจบชีวิตตนเอง โดยมีสถิติเฉลี่ยปีละประมาณ 8-9 ราย สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวและสังคมเป็นอย่างมาก

“ดิฉันเคยร่วมภารกิจติดตามค้นหาร่างผู้เสียชีวิตบริเวณสะพานสารสินร่วมกับหลายหน่วยงานในพื้นที่ จึงเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันปัญหานี้อย่างจริงจัง และต้องการผลักดันให้สะพานสารสินเปลี่ยนจากจุดแห่งความสูญเสีย ไปสู่จุดท่องเที่ยวและจุดชมวิวที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน”

น.ส.อรทัย ยังได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยบนสะพานสารสินและสะพานเทพกษัตรี โดยเพิ่มระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เพิ่มระบบเฝ้าระวังและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงออกแบบแนวกั้นนิรภัยบนสะพานทั้ง 2 แห่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุสูญเสียชีวิต โดยศึกษาต้นแบบจากสะพานโกลเด้นเกต ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการติดตั้งตาข่ายนิรภัยใต้สะพาน เพื่อช่วยลดการสูญเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติหลังการติดตั้งระบบดังกล่าวในต่างประเทศ พบว่าสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากการกระโดดสะพานได้มากกว่า 70-80% เมื่อเทียบกับสถิติในอดีตที่มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 30 รายต่อปี อีกทั้งผลการศึกษายังระบุว่า 9 ใน 10 ของผู้ที่รอดชีวิตจากการพยายามกระโดดสะพานและได้รับการช่วยเหลือ จะไม่กลับไปพยายามฆ่าตัวตายซ้ำอีกในอนาคต

“การยกระดับความปลอดภัยของสะพานทั้งสองแห่ง ไม่เพียงเป็นการป้องกันการสูญเสียชีวิตของประชาชนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ผู้ใช้เส้นทาง และร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืนอีกด้วย“น.ส.อรทัย กล่าวทิ้งท้าย