xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ หารือทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่ง ชมขับเคลื่อนร่วมมือ ต่อยอดลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ อำลาตำแหน่ง ชื่นชมบทบาทขับเคลื่อนความร่วมมือไทย-เนเธอร์แลนด์ พร้อมต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันนี้ (29 พ.ค.) เวลา 15.30 น. ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแร็มโก โยฮันเนิส ฟัน ไวน์คาร์เดิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสอำลาตำแหน่งก่อนพ้นหน้าที่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในบรรยากาศที่เป็นมิตร พร้อมยืนยันความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและเนเธอร์แลนด์ที่สืบทอดมายาวนาน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ที่ให้การสนับสนุนการจัดโครงการ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ณ กรุงเฮก ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด และประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง สะท้อนถึงมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ด้าน เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า ไทยและเนเธอร์แลนด์เป็นพันธมิตรที่มีความใกล้ชิดและมีความร่วมมือในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีนักลงทุนชาวเนเธอร์แลนด์จำนวนมากที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ชิป เทคโนโลยีขั้นสูง และโลจิสติกส์ พร้อมชื่นชมว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการลงทุน จากความพร้อมของระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับภูมิภาค รวมถึงมีเสถียรภาพทางการเมือง โดยหวังว่าในอนาคตทั้งสองประเทศจะมีความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มมากขึ้น

ด้าน นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการลงทุน การสร้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยินดีต้อนรับนักลงทุนจากเนเธอร์แลนด์ รวมถึงนักลงทุนจากสหภาพยุโรป โดยปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่พร้อมสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ผ่านมา ได้รับทราบมุมมองจากนักลงทุนยุโรปที่เห็นว่าไทยมีศักยภาพเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จึงทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจในฐานะจุดหมายการลงทุนของนักลงทุนจากสหภาพยุโรปมากขึ้น พร้อมกันนี้ ไทยกำลังเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ซึ่งจะช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประสบความสำเร็จในหน้าที่ใหม่ พร้อมแสดงความหวังว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีกในอนาคต