วันนี้(29 พ.ค.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ยื่นหนังสือถึง นางสาวรักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ หลังมูลนิธิได้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินสูงถึง 936 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบข้อสังเกตหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไข TOR ที่อาจกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเจาะจงเกินจำเป็น เสี่ยงต่อการล็อกสเปก เพื่อเปิดทางให้บางบริษัทได้เปรียบเหนือคู่แข่ง รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพของอุปกรณ์ที่อาจไม่คุ้มค่ากับงบประมาณภาษีของประชาชน
“หากปล่อยให้โครงการลักษณะนี้เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง อาจเกิดความเสียหายซ้ำซ้อน ทั้งในเชิงงบประมาณและประสิทธิภาพการใช้งาน ซึ่งสุดท้ายผู้เสียหายคือประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเอง” นายมงคลกิตติ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเชิงลึกที่น่ากังวลว่า บริษัทที่อาจได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว เคยมีประวัติถูกฟ้องร้องในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาในคดีละเมิดสิทธิ ซึ่งยิ่งเพิ่มข้อกังขาถึงความเหมาะสมในการเข้าร่วมโครงการของรัฐไทย รูปแบบการกำหนดสเปกในโครงการลักษณะนี้ หากไม่เปิดกว้างอย่างแท้จริง จะทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม และอาจนำไปสู่การฮั้วประมูลหรือการตกลงราคาล่วงหน้า ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหลายหน่วยงาน ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้มีหลายโครงการลักษณะใกล้เคียงกันที่ถูกสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแล้ว แต่กระบวนการดำเนินคดียังล่าช้า ทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริตในระดับโครงสร้าง
จึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ใช้อำนาจตรวจสอบเชิงลึก ทั้งในส่วนของ TOR กระบวนการ e-bidding รายชื่อผู้เข้าร่วมประมูล และความเชื่อมโยงระหว่างเอกชนกับผู้มีอำนาจ เพื่อสร้างความโปร่งใส และป้องกันไม่ให้เงินภาษีของประชาชนถูกใช้ไปอย่างไม่คุ้มค่า
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของอุปกรณ์สื่อสาร แต่คือเรื่องของความโปร่งใสในระบบรัฐ หากไม่จัดการตั้งแต่วันนี้ วันหน้าความเสียหายจะมากกว่านี้หลายเท่า กรณีนี้จึงไม่ใช่แค่โครงการเดียว แต่สะท้อนจุดอ่อนของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” นายมงคลกิตติ์ กล่าว


