xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.ยื่นแก้ รธน. 2 ร่าง ชูตั้ง ส.ส.ร. 100 คน ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ยกร่างใหม่ใน 240 วัน ใช้เสียง 3 ใน 5

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อภิสิทธิ์” ยื่นแก้ รธน. 2 ร่าง ชูตั้ง ส.ส.ร. 100 คน ยกร่างใหม่ภายใน 240 วัน พร้อมคงสาระหมวด 1 และ 2 เสนอใช้เสียง 3 ใน 5 เป็นเกณฑ์เห็นชอบ หวังลดความขัดแย้งและเคารพคำวินิจฉัยศาล รธน. พร้อมตั้ง ส.ส.ร. 100 คน เปิดให้ ปชช.ร่วมตั้งผ่านอิเล็กทรอนิกส์

วันนี้ (29 พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ แถลงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ภายหลังการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และเพิ่มมาตรา 256/1 เพื่อเปิดทางสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 100 เสียง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีจำนวน สส. ไม่เพียงพอ จึงได้หารือและประสานความร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นที่มีจุดยืนใกล้เคียงกัน และไม่เห็นด้วยกับร่างหลักที่มีการเสนอเข้าสภาไปก่อนหน้านี้ จนสามารถรวบรวมรายชื่อได้ครบตามเงื่อนไข

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นการเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นจุดยืนที่พรรคสนับสนุนมาโดยตลอด แต่ต้องคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่สามารถมาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมดได้ รวมถึงต้องคำนึงถึงประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่มีความห่วงใยต่อการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่า หมวด 1 และหมวด 2 แก้ไขไม่ได้ แต่เห็นว่าหากจะมีการแก้ไข ควรเสนอเป็นรายประเด็นโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่ควรรวมอยู่ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ดังนั้น ข้อเสนอของเราจึงกำหนดให้คงสาระสำคัญของหมวด 1 และหมวด 2 ไว้ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รูปแบบ ส.ส.ร. ที่พรรคเสนอจะมีจำนวน 100 คน แบ่งเป็น 80 คน ที่มาจากการหยั่งเสียงของประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในแต่ละจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะเสนอชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก 3 คนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ก่อนคัดเลือกจากผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดรวม 80 คน

ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะใช้หลักการ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดผูกขาดกระบวนการคัดเลือก ส.ส.ร. หากมีจำนวนไม่ครบหรือมีคะแนนเท่ากัน ก็จะมีการลงคะแนนเพิ่มเติมจนได้ครบตามจำนวน

ส่วนอีก 20 คน จะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ผู้แทนจากตุลาการศาลฎีกา 5 คน ตุลาการศาลปกครอง 5 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์และกฎหมายมหาชน 5 คน และนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์อีก 5 คน โดยให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนดกระบวนการคัดเลือก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อได้ ส.ส.ร. ครบ 100 คนแล้ว จะมีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน โดยไม่กำหนดรายละเอียดการทำงานไว้ตายตัว เพื่อให้ ส.ส.ร. มีความยืดหยุ่นในการกำหนดโครงสร้างและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วยตนเอง

เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ จะส่งกลับเข้าสู่รัฐสภาเพื่อพิจารณา หากรัฐสภามีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะ ส.ส.ร. สามารถนำกลับไปทบทวนได้ ก่อนเสนอเข้าสู่การลงมติอีกครั้ง โดยกำหนดให้ใช้เสียงเห็นชอบจากรัฐสภาไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ก่อนส่งไปทำประชามติ

“แนวทางนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งแบบที่ผ่านมา ไม่ต้องเถียงเรื่องอำนาจวีโต้ของวุฒิสภา หรือเงื่อนไขเสียงจากฝ่ายค้าน แต่ยังคงหลักประกันว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านด้วยเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว เพราะต้องใช้เสียงถึง 3 ใน 5 ของรัฐสภา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในอนาคต ใช้เกณฑ์เสียงเห็นชอบ 3 ใน 5 ของรัฐสภาเช่นเดียวกัน โดยไม่กำหนดเงื่อนไขเรื่องจำนวนเสียงจากวุฒิสภาหรือฝ่ายค้านเหมือนในปัจจุบัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอทั้งหมดสอดคล้องกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 มาโดยตลอด โดยคำนึงถึงทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และมุ่งใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างคุ้มค่ามากที่สุด