“พล.ท.อดุลย์” บินสิงคโปร์ตามคำเชิญ หารือ รมว.กลาโหม เดินหน้าความร่วมมือทหาร–โดรน–ต่อต้านโดรน พร้อมหนุนสิงคโปร์นั่งประธานอาเซียนปี 2570 ก่อนร่วมเวทีความมั่นคงโลก Shangri-La Dialogue 29–31 พ.ค.
วันนี้ (28 พ.ค.) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก “Adul A day อดุลย์ อะ เดย์” ถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เป็นการเดินทางตามคำเชิญและสานต่อความร่วมมือภายหลังจากที่ได้ให้การต้อนรับนาย Chan Chun Sing รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ ระหว่างการเยือนไทยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
พลโท อดุลย์ ระบุว่า การหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เป็นไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและจริงใจ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ ความร่วมมือทางทหาร การฝึกร่วม การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงความร่วมมือในกรอบอาเซียนเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับบทบาทของสิงคโปร์ในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2570 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งอาเซียน โดยไทยพร้อมให้การสนับสนุนสิงคโปร์อย่างเต็มที่ และเชื่อมั่นว่าอาเซียนจะมีความเข้มแข็ง เป็นเอกภาพ และมีบทบาทมากยิ่งขึ้นบนเวทีโลก
รมว.กลาโหม กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศสมาชิกอาเซียนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิภาค และสร้างอำนาจต่อรองร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
พลโท อดุลย์ ยังเปิดเผยด้วยว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุม Shangri-La Dialogue ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 พฤษภาคมนี้ โดยถือเป็นเวทีด้านความมั่นคงระดับโลกที่สำคัญ และเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองกับประเทศต่าง ๆ เพื่อนำองค์ความรู้และประสบการณ์กลับมาพัฒนางานด้านความมั่นคงของประเทศไทย
“ขอบคุณสิงคโปร์ที่ให้ความสำคัญกับประเทศไทย และแสดงมิตรภาพที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กในเชิงพื้นที่ แต่มีบ ทสำคัญในเวทีความมั่นคงของภูมิภาค และเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไทยมาโดยตลอด” พลโท อดุลย์ ระบุ
พร้อมย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสิงคโปร์จะเดินหน้าต่อไปบนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีประเทศใดสามารถเผชิญความท้าทายได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องก้าวเดินไปด้วยกัน


