xs
xsm
sm
md
lg

อบต.เขาล้าน สานเจตนา “สังฆะเพื่อสังคม” ปลุกจิตอาสาด้วย “บวรแชร์ แคร์ชุมชน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางเทือกเขาตะนาวศรีที่โอบล้อมตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาพพระสงฆ์ออกบิณฑบาตในยามเช้าดูเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้ทั่วไป แต่ที่นี่ทุกย่างก้าวบนเส้นทางนั้นคือการมองเห็นและสัมผัสถึงความทุกข์ยากของคนในชุมชน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลไปทั้งตำบล

เมื่อพระสงฆ์มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน จึงริเริ่ม “โครงการสังฆะเพื่อสังคม วัดทุ่งกลาง” ขึ้น ก่อนที่ อบต.เขาล้าน จะเข้าร่วมและขยายความร่วมมือออกไปในวงกว้าง จนเกิดเป็น “โครงการบวรแชร์ แคร์ชุมชน” ที่ดึงพลังของบ้าน วัด ราชการ และภาคีเครือข่าย มาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
​จากที่เริ่มต้นเพียงการแจกอาหารแห้งให้กลุ่มเปราะบาง วันนี้ขยายไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตครบทั้งสี่มิติ ทั้งกาย ใจ สังคม และปัญญา บนความเชื่อที่ว่า “คนเขาล้านจะไม่ทิ้งกัน”
​พระปลัดวัชระ ธมมวชิโร เจ้าอาวาสวัดทุ่งกลาง คือผู้จุดประกายแรก ด้วยความเชื่อว่าพระสงฆ์ไม่ควรนิ่งดูดายเมื่อเห็นความลำบากของชาวบ้านระหว่างการบิณฑบาต ท่านจึงริเริ่ม 'โครงการสังฆะเพื่อสังคม' โดยปรับเปลี่ยนให้ผู้มาทำบุญหันมาถวายข้าวสาร อาหารแห้ง และนมกล่องแทนสังฆทานแบบเดิม เพื่อนำสิ่งเหล่านั้นส่งตรงถึงมือผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้ที่วัดค้นพบจากการลงพื้นที่ ส่วนอาหารเช่น แกงถุง หากเหลือก็นำไปแจกจ่ายกับผู้ป่วยติดเตียง

​"อาตมาไม่อยากให้คนมองว่าพระอยู่อย่างสบายในขณะที่ชาวบ้านยังหิวโหย การช่วยคนยากจนหรือผู้ป่วยติดเตียงไม่ใช่หน้าที่ของราชการฝ่ายเดียว แต่เป็นกิจของสงฆ์ที่ต้องสงเคราะห์โลก วัดกับชุมชนคือเนื้อเดียวกัน ถ้าชาวบ้านอยู่ไม่ได้ วัดก็อยู่ไม่ได้ การเปลี่ยนสังฆทานให้เป็นข้าวสาร คือการเปลี่ยนศรัทธาให้เป็นลมหายใจของเพื่อนมนุษย์" เจ้าอาวาสวัดทุ่งกลาง กล่าว

​ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอิ่มท้อง เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดทุ่งกลางต่างรู้ดีว่า ข้าวสารหนึ่งถุงหรือนมหนึ่งกล่องที่พวกเขานำมาทำบุญ จะถูกส่งต่อถึงมือคนที่ต้องการจริงๆ นอกจากนี้วัดยังสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียให้ผู้ใจบุญได้เห็นว่าของที่ถวายไปนั้นใช้งานจริง สร้างทั้งความโปร่งใสและศรัทธาที่จับต้องได้

​"ผลที่ชัดที่สุดคือ ใจคนที่เปลี่ยนไป คนทำบุญก็ชื่นใจที่เห็นของถึงมือผู้ยากไร้จริงๆ คนรับก็มีกำลังใจว่าสังคมไม่ทิ้งเขา ส่วนพระเองก็ได้ทำหน้าที่ตามหลักธรรมจริงๆ และเมื่อเราจับมือกับ อบต. อย่างเข้มแข็ง ความช่วยเหลือมันก็ยิ่งขยายไปได้ไกลและเป็นระบบมากขึ้น" พระปลัดวัชระ ธมมวชิโร
เมื่อความเมตตาจากวัดเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม อบต.เขาล้าน จึงเข้ามาหนุนเสริมโครงการสังฆะเพื่อสังคม นำจิตอาสา เช่นกลุ่มสภาเด็กและเยาวชน ต.เขาล้าน และอสม. มาร่วมกันแจกจ่ายอาหารให้กับกลุ่มผู้เปราะบาง ขณะเดียวกันก็จัดระเบียบข้อมูลให้เป็นระบบและขยายผลให้ครอบคลุมและเป็นระบบมากขึ้น ด้วยโครงการ "บวรแชร์ แคร์ชุมชน"

นายชัชวาล เกิดมาก หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ สำนักปลัด อบต.เขาล้าน เล่าว่าสิ่งที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญคือ "กระบวนการ" ที่มากกว่าการสงเคราะห์ แต่เป็นการสร้างพลเมืองที่ตื่นรู้ เนื่องจากในพื้นที่ยังมีเคสที่ซับซ้อนซึ่งกฎหมายหรือระเบียบราชการอาจเอื้อมไม่ถึง โดยเฉพาะปัญหา "ความอดอยาก" ที่เป็นกำแพงด่านแรกของการเยียวยาคุณภาพชีวิต

"กระบวนการขับเคลื่อนของเราคือการทำหน้าที่เป็น 'สะพานเชื่อม' เราไม่ได้แค่เอาของไปวางทิ้งไว้ แต่เรามีระบบข้อมูลที่แม่นยำจาก อสม. และ อบต. มีการจัดการระบบขนส่งผ่านจิตอาสา และที่สำคัญคือเราเปลี่ยนภาพจำจากการที่คนต้องเดินไปหาความเมตตาจากวัด ให้กลายเป็น 'วัดและท้องถิ่นเดินเข้าไปหาประชาชน' เพื่อยืนยันว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" นายชัชวาล กล่าว

​สิ่งที่ทำให้ "เขาล้าน" กลายเป็นต้นแบบที่หลายพื้นที่อยากทำตาม ไม่ใช่เพียงเพราะการมีผู้นำที่เข้มแข็งอย่างเจ้าอาวาสวัดทุ่งกลาง หรือการสนับสนุนจาก อบต. เท่านั้น แต่คือการดึงเอาพลังของคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ผ่านนวัตกรรมอย่างโครงการ "เด็กล่าแต้ม" ที่เปลี่ยนเด็กๆ ให้เป็น ‘Grab Bike แห่งความสุข’ ทำหน้าที่ส่งอาหารให้ผู้ป่วย แลกกับคะแนนความดี

​เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้โครงการที่ต่อยอดมาอย่าง "บวรแชร์ แคร์ชุมชน" ประสบความสำเร็จ คุณชัชวาลให้คำนิยามสั้นๆ ว่าคือ "ความไว้วางใจ"


“ปัจจัยความสำเร็จที่แท้จริงคือ ความไว้วางใจระหว่างกัน เมื่อชาวบ้านเชื่อใจวัด วัดเชื่อใจราชการ และราชการเชื่อมั่นในพลังชุมชน งบประมาณจะกลายเป็นเรื่องรองทันที เพราะพลังของการเป็น ‘ผู้ให้’ มันถูกปลูกลงไปในใจคนทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ นี่คือความยั่งยืนที่แท้จริง” นายชัชวาล กล่าวสรุป


​หากพระสงฆ์และท้องถิ่นคือผู้วางนโยบายและจัดเตรียมวัตถุดิบ “อสม.” ก็คือเส้นเลือดใหญ่ที่ทำให้โครงการนี้ไหลเวียนไปได้จริงในทุกตรอกซอกซอย “พี่เอื้อง” มลภรณ์ เพชรประดับ อสม. ประจำ รพ.สต.บ้านดอนใจดี คือหนึ่งในฟันเฟืองนั้น เธอไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ตรวจวัดความดันหรือดูแลสุขอนามัยเบื้องต้น แต่ในวันนี้เธอคือ “พลเมืองตื่นรู้” ที่คอยขี่จักรยานยนต์คู่ใจนำ ข้าวปลาอาหาร รวมไปถึงข้าวสารและอาหารแห้งจากวัดทุ่งกลางไปส่งถึงมือกลุ่มเป้าหมาย
​"ทุกวันนี้ที่ทำอยู่ไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไร เราเป็น อสม. เรารู้ว่าบ้านไหนลำบาก พอพระอาจารย์บอกว่ามีอาหารนะ เราก็แค่ใช้แรงและน้ำมันรถของเราขับไปส่ง มันคุ้มค่าเมื่อเห็นแววตาของผู้รับที่เขารู้สึกว่าสังคมยังไม่ลืมเขา บางคนเห็นเราขี่รถเข้าไปเขาก็ยิ้มรอแล้ว มันคือความสุขที่เงินหาซื้อไม่ได้ สิ่งนี้ทำให้ชุมชนเขาล้านของเราเข้มแข็งขึ้น เพราะเราดูแลกันเหมือนญาติพี่น้องจริงๆ" พี่เอื้องกล่าวด้วยความภูมิใจ
​หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการ “สังฆะเพื่อสังคม” เติบโตและขยายผลมาสู่ “บวรแชร์ แคร์ชุมชน” ได้อย่างมั่นคงนั้น ไม่ได้เกิดจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่มาจาก รูปแบบการพัฒนาที่เชื่อมโยง “บ้าน–วัด–ราชการ–ภาคีเครือข่าย” เข้าด้วยกันอย่างสมดุลภายใต้การขับเคลื่อนของอบต.เขาล้านนั่นเอง

​อบต.เขาล้าน เข้าร่วมกับเครือข่ายตำบลสุขภาวะ ในฐานะเป็นศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน (ศจค.เขาล้าน) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส.เมื่อต้นปี 2569 และได้ใช้โครงการ “บวรแชร์ แคร์ชุมชน” เป็นธงนำด้วยหวังว่าจะช่วยสร้างพลังทางสังคมในการดูแลเกื้อกูลกัน จนนำไปสู่การเสริมสร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

​นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน กล่าวว่า เป้าหมายปลายทางไม่ใช่แค่การให้อิ่มท้องชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อความยั่งยืนของคนในชุมชนอย่างแท้จริง
"ก้าวต่อไปเราจะเน้นการสร้างคนรุ่นต่อรุ่น โดยเฉพาะเด็กๆ ในสภาเด็กที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นสื่อกลางนำของไปส่ง ให้เขาได้เห็นสภาพชีวิตจริงของผู้ด้อยโอกาส ได้ฝึกความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ส่วนทาง อบต. เราจะสนับสนุนด้านข้อมูลและการเข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของเราคือการทำให้โครงการนี้เป็นวิถีชีวิตที่คนเขาล้านดูแลกันเองแบบญาติพี่น้อง เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางกาย ใจ สังคม และปัญญา อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชนในระยะยาว" นายก อบต.เขาล้าน กล่าว

ขณะที่เสียงสะท้อนจากตัวแทน สสส. อย่าง ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) กล่าวว่า กิจกรรมสังฆะเพื่อสังคมเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก และพุทธศาสนิกชนไทยก็น่าจะประสบกับตัวเองมาแล้ว เมื่อมีงานทำบุญที่วัด เราจะพบเห็นข้าวของที่นำไปถวายวัดมากมายเต็มไปหมด ทางเจ้าอาวาสวัดจึงมีดำริว่าของถวายเหล่านี้ พระสงฆ์ไม่น่าจะใช้หมด จึงอยากจะนำไปเผื่อแผ่ แบ่งปันให้กับคนในชุมชนได้ใช้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่

“นับเป็นเรื่องดีมากที่ชุมชนท้องถิ่นนำโดยอบต.เขาล้าน สานต่อจนกลายมาเป็น “โครงการบวรแชร์ แคร์ชุมชน” จะได้ใช้เป็นแนวปฏิบัติทั้งตำบล ซึ่ง สสส.ก็หวังว่าโครงการนี้จะช่วยเสริมพลังโครงข่ายทางสังคม เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ให้ได้รับประโยชน์ให้ได้มากที่สุด” ดร.นิสา ให้ความเห็น

จากแรงศรัทธาที่แปรเปลี่ยนเป็นข้าวปลาอาหาร จากบาตร สู่การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบของ “บ้าน–วัด–ราชการ–ภาคีเครือข่าย” วันนี้ตำบลเขาล้านได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อทุกภาคส่วนหันหน้าเข้าหากันและใช้ต้นทุนทางสังคมที่มีอยู่มาบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด ชุมชนก็สามารถกลายเป็นที่พึ่งของกันและกันได้อย่างยั่งยืน โดยไม่มีใครต้องเผชิญกับความหิวโหยเพียงลำพังอีกต่อไป สมกับคำว่า “คนเขาล้านไม่ทิ้งกัน”