xs
xsm
sm
md
lg

“สีหศักดิ์” โต้กัมพูชากลาง UN ยืนยันไทยไม่เคยคิดเคลมดินแดน สันติภาพจะเกิดต้องคุยกันอย่างสุจริตใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รองนายกฯ-รมว.ต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงบนเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องฟื้นความเชื่อมั่นต่อระบบระหว่างประเทศ ย้ำ การเคารพกฎหมายต้องไม่เป็นเพียงวาทกรรม พร้อมโต้กัมพูชาพาดพิง ยันไม่มีเป้าหมายอ้างสิทธิเหนือดินแดนประเทศใด สันติภาพจะเกิดต้องคุยกันอย่างสุจริตใจ

วันที่ 26 พ.ค. 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมอภิปรายเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ตามคำเชิญของ หวัง อี้ ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประจำเดือนพฤษภาคม โดยกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “การธำรงรักษาวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และการส่งเสริมระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง”


นายสีหศักดิ์ กล่าวแสดงความยินดีกับบทบาทนำของจีนในการดำรงตำแหน่งประธาน UNSC พร้อมชื่นชมการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอภิปรายในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยระบุว่า เมื่อ 80 ปีก่อน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกได้ตระหนักว่าหากปล่อยให้การแข่งขันระหว่างประเทศไร้การควบคุม ท้ายที่สุดทุกฝ่ายจะมีความมั่นคงลดลง แม้แต่ประเทศมหาอำนาจเอง
เขาระบุว่า ระบบระหว่างประเทศจึงถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของกฎเกณฑ์ ไม่ใช่อำนาจ และตั้งอยู่บนความเชื่อร่วมกันว่า “ความร่วมมือ” ให้ประโยชน์มากกว่าการเผชิญหน้า แต่ปัจจุบัน ความเชื่อมั่นต่อระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลางกำลังถูกบั่นทอนลง จากแนวคิดที่ว่า “อำนาจกำหนดความถูกต้อง” และการใช้ผลประโยชน์แห่งชาติเหนือหลักการร่วม

นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติจะต้องไม่เป็นเพียงวาทกรรม หรือเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนความไว้วางใจ ความสุจริตใจ และความเชื่อมั่นร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน


ทั้งนี้ ไทยเสนอแนวทางปฏิบัติ 3 ประการ เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างระบบพหุภาคีนิยม ได้แก่ การที่รัฐสมาชิก โดยเฉพาะมหาอำนาจ ต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกันมากขึ้น ยึดมั่นกฎเกณฑ์สากล และเปิดพื้นที่ให้ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กมีบทบาทในการปกป้องหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ

นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการปฏิรูปสหประชาชาติให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนการปฏิรูป UNSC เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการเป็นตัวแทนของประเทศกำลังพัฒนา พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศ หรือ P5 มีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สิทธิยับยั้ง หรือวีโต

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงบทบาทของความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยยกตัวอย่าง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ว่า เป็นกลไกที่ช่วยลดความตึงเครียด สร้างความยืดหยุ่น และรักษาการเจรจาในช่วงที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมระบุว่า ความร่วมมือระดับภูมิภาคและกลุ่มย่อยควรช่วยเสริมสร้าง ไม่ใช่ทำให้ระเบียบระหว่างประเทศแตกแยก


ช่วงท้ายของถ้อยแถลง นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ภายหลังผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่า ไทยยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา และมุ่งเดินหน้าสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

“สันติภาพที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และทำงานร่วมกันด้วยความสุจริตใจ บนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ” นายสีหศักดิ์กล่าว พร้อมย้ำว่า “ไทยไม่มีความมุ่งหมายในการอ้างสิทธิในดินแดนของประเทศใดทั้งสิ้น”