"พริษฐ์" หวัง 21 ล้านเสียงสู้ระบอบสีน้ำเงิน ท้า "อนุทิน" แสดงความรับผิดชอบหากร่าง รธน. "ภูมิใจไทย" ถูกคว่ำหลังทำประชามติรอบสอง เผย ปชน. จ่อยื่นร่าง รธน. 1-2 วันนี้ ดักทาง สว. เคยโหวตผ่านให้รอบก่อน ถามหากคว่ำรอบนี้ใช้หลักเกณฑ์ใดการตัดสินใจ
วันนี้ (26 พ.ค. 69 ) เวลา 08.50 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงระบอบสีน้ำเงินจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ ว่า เรื่องนี้มีความท้าทายแน่นอน และตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้สำเร็จได้ก็คือประชาชน ทั้ง 21 ล้านเสียงจากการทำประชามติ ที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะต้องการหลุดจากกลุ่มการเมืองที่เกิดจากการฮั้วกันทั้งกระดานแบบนี้ และต้องการจะหลุดจากกลไกการตรวจสอบที่อ่อนแอ จึงหวังว่าเสียงของประชาชนจะเป็นแรงส่ง ให้เราสามารถนำพาประเทศหลุดออกจากรัฐธรรมนูญ 60 และการเมืองแบบนี้ได้
เมื่อถามว่าเสียงของประชาชน 21 ล้านเสียงจะสามารถสู้กับระบอบสีน้ำเงินในรัฐสภาได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเสียงของประชาชนจะแปลมาเป็น 3 ด้าน คือ 1. ทำให้มีตัวแทนของพรรคประชาชนมาอยู่ในสภา และทำให้ตนมายืนในสภาในฐานะฝ่ายค้านเราจะตอบแทนสิ่งที่ประชาชนให้ด้วยการตรวจสอบกระบวนการดังกล่าว 2. เชื่อว่าเสียงประชามติ 21 ล้านเสียงจะผูกมัดทุกฝ่ายว่าจะต้องเดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 3. เสียงประชาชน 21 ล้านเสียงยังมี ความหมายต่อการทำประชามติรอบสอง เพราะหากพรรคภูมิใจไทย จะอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ให้เป็นไปตามร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเราได้วิจารณ์ไปแล้วว่าร่างดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะผูกขาดและกินรวบ ทำให้อำนาจในการชี้ขาดเนื้อหาไปตกอยู่กับ สว.
หากเป็นแบบนั้นจนรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ แล้วประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะหากดูตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อใดก็ตามที่มีการจัดทำประชามติ แล้วรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าอยู่ข้างไหน เมื่อผลประชามติออกมาไม่ตามนั้น เราก็มักจะเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เช่น การทำประชามติในประเทศอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งผลออกมาตรงกันข้ามกับรัฐบาลไม่เกิน 3 วันนายกรัฐมนตรีก็ลาออก แสดงความรับผิดชอบ
เมื่อถามว่าหากในอนาคตเป็นเช่นนั้นจะมีโอกาสได้เห็น
การทำประชามติรอบสอง และการรณรงค์ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปเรื่องนั้น เพราะขณะนี้เราเตรียมการเข้าสู่การแก้ไขในวาระที่ 1 เป้าหมายคือทำอย่างไรให้ร่างมีความสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชนและผ่านความเห็นชอบในวาระ 1 เพื่อไปหาข้อสรุปร่วมกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตนยืนยันว่าเสียงของประชาชนมีความหมาย
" ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจว่าจะใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา เพื่อให้ร่างปลายทางเหมือนกับร่างของพรรคภูมิใจไทยทุกประการ ผมคิดว่าพรรคประชาชนเห็นด้วยกับร่างนั้นได้ยาก แล้วผมคิดว่าหากประชาชนโหวตไม่เห็นชอบ คาดหวังว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน " นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่าหากดูสถานการณ์ตอนนี้ที่ต้องอาศัยเสียงของสว. 1 ใน 3 จะทำให้ร่างของพรรคประชาชนผ่านได้ยากหรือไม่ นายพริษฐ์ ย้ำว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนจะยื่นภายใน 1-2 วันนี้ โดยวันนี้จะเป็นการลงชื่อของ สส. ในทั้งสองร่างและเนื้อหา 3 หลักการของพรรคประชาชนก็สอดคล้องกับร่างที่เคยยื่นเมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งในครั้งที่แล้วได้รับเสียงเพียงพอจากสว. หาก สว. คนใดที่เคยให้ความเห็นชอบในร่างที่แล้ว พอมาวันนี้จะไม่เห็นชอบก็ต้องถามว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ
ส่วนสถานการณ์ครั้งนี้กับครั้งที่แล้วนั้นแตกต่างกัน ยังมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. เหมือนเดิมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะลงมติในเรื่องใดก็ตาม จะตัดสินด้วยเนื้อหาสาระของกฎหมาย ไม่ใช่ใช้ประเด็นส่วนตัวจากการถูกวิจารณ์จากใคร หรือใครตำหนิตัวเองบ้างมาใช้ในการตัดสินใจ


