xs
xsm
sm
md
lg

“วัชระ” นำ คกก.สอบข้อเท็จจริง ดูให้คาตาไม้พื้นรัฐสภาผุจริง ไม่ใช่ไม้ตะเคียนทอง "วิลาศ" รอฟัน 29 พ.ค.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อดีต สส.ปชป. นำคกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง สภาผู้แทนราษฎรไปดูให้เห็นคาตา ไม้พื้นรัฐสภาผุจริง ไม่ใช่ไม้ตะเคียนทอง “วิลาศ” รอคิวฟันต่อ 29 พ.ค.นี้

วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.30 น.ที่ห้อง 203 อาคารรัฐสภานายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ผุพัง ที่มีนายณัฐกิตติ์ ขำหิรัญ เป็นประธานตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ 3032/2568 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2568

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้การว่า 1. ประเด็นคำถามว่า ท่านประกอบอาชีพอะไร เข้าออกรัฐสภาบ่อยแค่ไหน นั้น

กระผมขอเรียนว่า กระผมเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร

การที่กระผมเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมาติดต่อราชการกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอยู่เป็นประจำ และในฐานะที่กระผมเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นผู้เสียภาษีให้กับรัฐ จึงได้เข้ามาที่อาคารรัฐสภาเพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ว่าเป็นการใช้ภาษีของประชาชนเพื่อมาดำเนินโครงการเป็นไปโดยสุจริต คุ้มค่า และสมประโยชน์กับทางราชการหรือไม่ กระทำการส่อไปในทางทุจริตหรือไม่ อย่างไร เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ให้กับทางราชการ ซึ่งเปรียบเสมือนการปัดกวาดบ้านของตนเองให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่จะไปปัดกวาดของคนอื่น


2. ประเด็นคำถามว่า ท่านทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีไม้ที่มีสภาพผุได้อย่างไร และได้รับข้อมูลจากแห่งใด หรือจากบุคคลใด นั้น
กระผมขอเรียนว่า กระผมได้ไปที่อาคารรัฐสภาในฐานะที่กระผมเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับเงินเดือนจากกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาทุกเดือน กระผมสำนึกในเงินภาษีของพี่น้องประชาชน จึงได้ตรวจสอบข้อชำรุดบกพร่องของอาคารรัฐสภา จึงได้พบความจริงว่า

2.1 ไม้พื้นอาคารรัฐสภา ตามข้อกำหนดในสัญญาต้องเป็นไม้ตะเคียนทองจริงทุกแผ่น แต่ปรากฏว่า ปลวกกินพื้นไม้ตะเคียนทองปลอมผุ กระผมจึงได้เก็บตัวอย่างเศษไม้ผุ แล้วดำเนินการทำหนังสือพร้อมส่งตัวอย่างเศษไม้ผุ กราบเรียนประธานรัฐสภา (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) เพื่อทราบแล้ว โดยบริษัทโรงไม้ที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภา ได้ระบุว่า เป็นไม้เบญจพรรณกว่า 7,000 ท่อน หลักฐานดังกล่าวกระผมได้ยื่นส่งต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ด้วยแล้ว

2.2 ห้องนันทนาการ หมายเลข 513 หรือห้องเอ็นเตอร์เทน ชำรุด น้ำรั่ว ฝ้าเพดานทะลุ ทาสีเพดานไม่ครบ 100% น้ำขัง และในห้องนวด น้ำไม่ไหล ซึ่งได้มีการก่อสร้างมา แต่ไม่เปิดใช้บริการ จึงเป็นการสิ้นเปลืองภาษีประชาชน

2.3 ทางเข้าบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งถนนสามเสน มีการสร้างเขื่อนกั้นไม่ให้น้ำฝนไหลเข้าอาคารรัฐสภา ส่งผลให้ขวางทางเดินรถเข็นของคนพิการที่จะเดินทางเข้ามาติดต่อราชการในอาคารรัฐสภา

2.4 กรณีมีการทำลายพื้นกระเบื้องหินอ่อนให้เป็นแหล่งรับน้ำบริเวณปลั๊กไฟที่ฝังตัวในพื้นกระเบื้องทางเข้ามีน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจก่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการและประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษีเสียชีวิตได้

จากกรณีตัวอย่างอันอัปยศในผลงานการก่อสร้าง ซึ่งกระผมได้นำเรียนต่อคณะกรรมการฯ จึงไม่น่าเชื่อว่า สภาพอาคารรัฐสภา ราคา 20,000 ล้านบาท จะมีความเอน็จอนาจมากถึงขนาดนี้ จนถึงขนาดทำให้คณะกรรมการตรวจการจ้างของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่เห็นถึงข้อบกพร่องอันร้ายแรงดังกล่าว รวมถึงการที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการทุกคณะที่เกี่ยวข้องกับทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ดำเนินการอะไรอยู่ ในเมื่อบ้านของท่านยังมีการทุจริตมหาศาลและมโหฬาร กระผมจึงเห็นว่า ท่านอย่าไปตรวจสอบการทุจริตข้าราชการชั้นผู้น้อยหรือหน่วยงานอื่น ๆ แต่จงกวาดบ้านกวาดรัฐสภาของท่านให้สะอาด เป็นตัวอย่างที่ดีก่อนจะดีกว่าหรือไม่


3. ประเด็นคำถามว่า ตัวอย่างไม้ที่ผุ ตามที่ได้ส่งมอบให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านทราบหรือไม่ว่าเป็นไม้ชนิดใด และท่านได้พบเห็นในบริเวณใดบ้าง นั้น
กระผมขอเรียนว่า กระผมได้พิจารณาตัวอย่างไม้ที่ผุตามที่กระผมได้ส่งมอบให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผมเห็นว่าไม้ที่ใช้ปูพื้นอาคารรัฐสภา ไม่ใช่ไม้ตะเคียนทอง ซึ่งไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในสัญญาระบุให้ผู้รับจ้างใช้ไม้ชนิดตะเคียนของปูพื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แต่ปรากฏผลการตรวจพิสูจน์ตัวอย่างไม้ในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จากกรมป่าไม้ ตามหนังสือ ที่ ทส 1607.520/6554 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้กรมป่าไม้ ตรวจพิสูจน์ชนิดของไม้ตัวอย่าง โดยผลปรากฏว่า เป็นไม้พะยอม มิใช่ไม้ตะเคียนทอง ตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งการใช้ไม้พะยอมมาปูพื้นแทนไม้ตะเคียนทองนั้นเป็นเหตุให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ว่าจ้าง) ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และมีคุณภาพต่ำกว่าที่กำหนดในสัญญา ประกอบกับได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างไปแล้ว เป็นจำนวนเงินกว่า 11,000 ล้านบาท

กระผมขอเรียนต่อคณะกรรมการฯ ว่า ไม้ตะเคียนทองมีคุณสมบัติและลักษะวิสัย เป็นไม้เนื้อแข็งจัด แข็ง ทนทาน เหนียว มีอัตราการหดตัวต่ำ ทนต่อสภาพความชื้นสูง และทนแดดทนฝนได้ดีมาก สีเข้ม เมื่อโดนอากาศ นิยมใช้ทำเรือขุด ทำไม้หมอนรถไฟ และการก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน ซึ่งไม้ตะเคียนทองจัดเป็นไม้ที่มีความทนทานตามธรรมชาติสูงมากชนิดหนึ่ง สามารถทนต่อสภาพอากาศและแรงกัดกินของแมลงได้ดี ไม้ตะเคียนทองเป็นไม้เนื้อแข็งที่ย่อยสลายยากสำหรับปลวก เพราะปลวกชอบกินไม้เนื้ออ่อนกว่า และไม้ตะเคียนทองมีสีธรรมชาติ คือ มีน้ำมันหรือชันในเนื้อไม้ที่ช่วยป้องกันการกัดกินของปลวกและมอด ไม้ที่พบเห็นเป็นไม้เนื้ออ่อน ถูกปลวกกัดกิน ไม่อาจระบุชนิดไม้ได้ แต่ไม่ใช่ไม้ตะเคียนทองตามสัญญา พบเห็นบริเวนพื้นไม้ชั้น B1 ก่อนเข้าที่จอดรถยนต์

4. ประเด็นคำถามว่า เท่าที่ท่านทราบไม้ดังกล่าวมีการใช้งานมาเป็นระยะเวลาประมาณเท่าใด นั้น

กระผมขอเรียนว่า ผลการตรวจพิสูจน์ตัวอย่างไม้ในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จากกรมป่าไม้ ตามหนังสือ ที่ ทส 1607.520/6554 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้กรมป่าไม้ ตรวจพิสูจน์ชนิดของไม้ตัวอย่าง และผลปรากฏว่า เป็นไม้พะยอม มิใช่ไม้ตะเคียนทองตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ดังนั้น จากช่วงระยะเวลาดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ไม้อาจจะมีการใช้งานแล้วเป็นระยะเวลาประมาณ 4 ปี หรือมากกว่า

5. ประเด็นคำถามว่า ไม้ผุที่ท่านเก็บตัวอย่างส่งมา ถูกเก็บเมื่อใด จากพื้นบริเวณใด และท่านได้เก็บด้วยตนเองหรือไม่ นั้น

กระผมขอเรียนว่า ไม้ผุที่กระผมได้เก็บตัวอย่างแล้วจัดทำหนังสือกราบเรียนประธานรัฐสภา (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) เพื่อขอนำส่งหลักฐานไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ผุพัง ซึ่งไม่ใช่ไม้ตะเคียนทองตามข้อกำหนดในสัญญา นั้น กระผมได้เก็บไม้ผุดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 จากพื้นที่บริเวณทางไปลานประชาชน ชั้น B1 ฝั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกระผมเป็นผู้เก็บตัวอย่างไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ผุพังด้วยตนเอง (รายละเอียด ปรากฎตามคลิปที่ส่งมานี้)

6. ประเด็นคำถามว่า ขณะที่มีการเก็บไม้ตัวอย่าง มีบุคคลใดอยู่ในเหตุการณ์บ้าง มีพยานหลักฐานประกอบหรือไม่ นั้น

กระผมขอเรียนว่า ในช่วงเวลาขณะที่กระผมได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ผุพังด้วยตนเอง รวมถึงการเดินสำรวจตรวจสอบความเสียหายของอาคารรัฐสภา ตามที่กระผมได้นำเรียนต่อคณะกรรมการฯ ในข้อ 2 แล้วนั้น ได้มีผู้ติดตามของกระผม จำนวน 1 คน เป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในการทำหน้าที่ถ่ายภาพในขณะที่กระผมเก็บตัวอย่างไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ผุพัง และถ่ายภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นของอาคารรัฐสภา ในขณะที่กระผมเดินสำรวจตรวจสอบความเสียหายของอาคารรัฐสภา

7. ประเด็นคำถามว่า ตามที่ท่านพบเห็นไม้ผุ ไม้ดังกล่าวมีลักษณะผิดปกติอย่างไร และท่านเข้าใจว่าสาเหตุเกิดจากอะไร นั้น

กระผมขอเรียนว่า ไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ผุพังในบริเวณทางไปลานประชาชน ชั้น B1 ฝั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากการพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื้อไม้มีลักษณะผุพังเป็นไม้ที่กลวงเป็นโพรงลึก และมีความเปื่อยยุ่ยจากด้านในของเนื้อไม้ ไม้จะอ่อนแอ หักง่าย ซึ่งกระผมเข้าใจว่า สาเหตุเกิดจากปลวกกินเนื้อไม้ ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วหากไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เป็นไม้ตะเคียนทองตามข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ไม้ตะเคียนทองเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติเป็นไม้เนื้อแข็งจัด มีความทนทานตามธรรมชาติสูงมาก สามารถทนต่อสภาพอากาศและแรงกัดกินของแมลงได้ดี รวมถึงไม้ตะเคียนทองเป็นไม้เนื้อแข็งที่ย่อยสลายยากสำหรับปลวก เนื่องจากปลวกชอบกินไม้เนื้ออ่อนกว่า และไม้ตะเคียนทองมีสารธรรมชาติ คือ มีน้ำมันหรือชันในเนื้อไม้ที่ช่วยป้อนกันการกัดกินของปลวกและมอด


8. ประเด็นคำถามว่า ก่อนหน้านี้ ท่านเคยแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียน เกี่ยวกับสถานที่ในลักษณะเดียวกันนี้ต่อหน่วยงานใด หรือไม่ หากเคยมีการร้องเรียน โปรดชี้แจงรายละเอียดโดยสังเขป
กระผมขอเรียนว่า กระผมได้มีหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ดังนี้

8.1 กราบเรียน ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร

(1) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 กล่าวหานางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กับพวก และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้กระทำการส่อทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยมีคำสั่งงานแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้รับจ้างดำเนินงานเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 19 โดยลดแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด หนา 15 มม. 1 แผ่น ในผนังกันเสียงและผนังดูดซับเสียงห้องประชุมกรรมาธิการบริเวณ ชั้น 3 และชั้น 4 จำนวน 113 ห้อง ตามความเห็น (ข้อเสนอ) ของผู้รับจ้าง แต่ไม่ปฏิบัติตามความเห็นของผู้ออกแบบ คำสั่งของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในการลดสเปคผนังห้องประชุมกรรมาธิการดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยหลักบริหารสัญญาประกอบพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

(2) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 12 เมษายน 2565 กล่าวหานางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรณีแถลงข่าวว่า “การตรวจรับไม่แล้วเสร็จ” อันเป็นความเท็จ โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2565 นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้ร่วมแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน ในกรณีไม้ที่ทำการปูพื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้แจงกรณีไม้ปูพื้นว่า “การตรวจรับไม่แล้วเสร็จ” โดยนายวัชระ เพชรทอง ได้มีหนังสือโต้แย้งและแถลงข่าวว่าไม้ที่ใช้ปูพื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งกำหนด ให้ใช้ไม้ตะเคียนทอง แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นไม้พะยอม ซึ่งไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดในสัญญา ทำให้กรรมการตรวจการจ้างจำนวนหนึ่งนำประเด็นดังกล่าวไปพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งต่อมาคณะกรรมการตรวจการจ้างได้มีหนังสือไปถึงกรมป่าไม้ เพื่อให้ตรวจสอบไม้ที่ใช้ปูพื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยกรมป่าไม้ได้แจ้งผลการตรวจสอบว่าเป็นไม้พะยอม ไม่ใช่ไม้ตะเคียนทองตามข้อกำหนดในสัญญา

(3) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2565 กล่าวหานางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติกรรมทุจริตในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และกรณีปรากฏผลการตรวจพิสูจน์ตัวอย่างไม้ที่ใช้ปูพื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในสัญญาระบุให้ผู้รับจ้างใช้ไม้ชนิดตะเคียนทองปูพื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แต่ปรากฏผลการตรวจพิสูจน์ตัวอย่างไม้ในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จากกรมป่าไม้ ตามหนังสือ ที่ ทส 1607.520/6554 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 คณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้มีหนังสือขอให้กรมป่าไม้ตรวจพิสูจน์ชนิดของไม้ตัวอย่าง โดยปรากฏว่าเป็นไม้พะยอมมิใช่ไม้ตะเคียนทองตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งการใช้ไม้พะยอมมาปูพื้นแทนไม้ตะเคียนทองนั้นเป็นเหตุให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ว่าจ้าง) ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เนื่องจากคุณภาพไม้ไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญา และมีคุณภาพต่ำกว่าที่กำหนดในสัญญา ประกอบกับได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างไปแล้ว เป็นจำนวนเงินกว่า 11,000 ล้านบาท

(4) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 กล่าวหานายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ กล่าวอ้างคำพูดของประธานรัฐสภาว่าได้ให้นโยบายสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ให้เสร็จก่อนการประชุมเอเปค ในเดือนพฤศจิกายน 2565

(5) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน 2565 กล่าวหาในกรณีการตีความบิดเบือนข้อกำหนดตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เพื่อให้มีการยอมรับไม้พะยอมหรือไม้ชนิดอื่นในการปูพื้นอาคารัฐสภาแห่งใหม่แทนไม้ตะเคียนทอง และกรณีตีความบิดเบือนข้อกำหนดตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เกี่ยวกับงานงวดสุดท้าย

(6) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 กล่าวหานางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรณีการนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2565 เนื่องจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้ลงข่าวรัฐสภา ที่จัดบริเวณพื้นไม้ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ได้รับผลกระทบ และมีน้ำฝนท่วมพื้นที่อาคารรัฐสภา โดยผู้ร้องเห็นว่าการชี้แจงดังกล่าวเป็นการรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา และเป็นการรายงานโดยปกปิดข้อความที่ควรต้องแจ้ง (ต่อสาธารณะ) ถือว่าเป็นการรายงานเท็จ

(7) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 13 กันยายน 2566 ติดตามความคืบหน้าและข้อเท็จจริงการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประธานกรรมการตรวจการจ้าง กับพวก กรณีอนุมัติเบิกจ่ายเงินงวดงานไม้ตะเคียนทองและลดสเปคผนังห้องประชุมกรรมาธิการ จำนวน 113 ห้อง และขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีการลบลายเซ็นของนายชวน หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาที่ลงนามเนชอบให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสภาฯ ว่าจริงหรือไม่ ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือ ที่ สผ 0003/11440 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2568 แจ้งกระผมว่า สำนักงานฯ ได้นำเรื่องร้องเรียนของท่านกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดพิจารณาแล้ว จึงแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบ ดังนี้

1. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร ที่ 42/2566 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2566 และที่ 58/2566 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามหนังสือจำนวน 10 ฉบับ รวมถึงหนังสือของท่านข้างต้น

2. คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้พิจารณาตามที่ปรากฏจากถ้อยคำของพยานบุคคลและพยานเอกสาร พฤติการณ์ประกอบการกระทำ ประกอบกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของทางราชการแล้ว คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้มีมติว่า การกระทำของข้าราชการที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการร้องเรียนโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย จึงเห็นสมควรยุติเรื่อง ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554 และข้อ 6 กฎ ก.ร. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2557


3. คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้เสนอรายงานการสืบสวนข้อเท็จจริงและสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโปรดพิจารณาแล้วเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้งตามมาตรา 42 (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554 ได้พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเสนอว่า กรณีการกระทำของข้าราชการตามหนังสือจำนวน 10 ฉบับ เกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ รวมถึงหนังสือของท่านข้างต้น ไม่มีมูลที่ควรกล่าวหากระทำผิดวินัย จึงเห็นสมควรยุติเรื่อง ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554 และข้อ 6 ของกฎ ก.ร. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2557 แล้ว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568
โดยที่ผ่านมากระผมได้มีหนังสือกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ลงวันที่ 15 กันยายน 2566 เรื่อง ขอคัดค้านการรับมอบงาน 100% การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ตามสัญญาจ้างเลขที่ 116/2556 ลงวันที่ 30 เมษายน 2556 ของคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ชุดนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ เป็นประธานกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งกระผมร้องเรียนคัดค้านเนื่องจากงานก่อสร้างใช้วัสดุไม่ตรงตามสัญญา มีประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับชนิดไม้ที่นำมาใช้ปูพื้นอาคารว่าเป็นไม้ตะเคียน 100% จริงหรือไม่ กระผมจึงไม่เห็นด้วยกับรายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร ที่ 42/2566 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2566 และที่ 58/2566 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ที่เห็นว่า การร้องเรียนเรื่องโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ของกระผมนั้น ไม่มีมูลกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย จึงเห็นสมควรยุติเรื่อง กระผมจึงได้มีหนังสือฉบับ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ขอนำส่งหลักฐานไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ผุพังซึ่งไม่ใช่ไม้ตะเคียนทองตามข้อกำหนดในสัญญา โดยกระผมได้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเรื่องการไม่ใช้ไม้ตะเคียนทองมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ตามข้อกำหนดในสัญญา และเนื่องจากกระผมได้พบพื้นไม้อาคารรัฐสภามีสภาพผุพัง จึงได้นำเศษตัวอย่างไม้พื้นผุพังส่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์ทราบไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่

8.2 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
(1) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 กราบเรียน ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ฯ กรณีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กับพวก กระทำการส่อทุจริต โดยมีคำสั่งงานเพิ่มเติมให้ผู้รับจ้างดำเนินการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 19 โดยลดผนังไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดหนา 15 มม. 1 แผ่น ในผนังกันเสียงและผนังดูดซับเสียง้องประชุมกรรมาธิการ บริเวณชั้น 3 และชั้น 4 จำนวน 113 ห้อง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎมายและระเบียบ มีความผิดตามประมวลกฎมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากมีพฤติกรรมส่อทุจริต ดังนี้

1. ภายหลังที่ผู้รับจ้างสร้างผนังกันเสียงและผนังดูดซับเสียงผิดแบบ คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ (ชุดเก่า) ได้มีการประชุมครั้งที่ 31/2562 วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 มีมติเป็นเอกฉันท์ตามความเนของผู้ออกแบบให้ผู้รับจ้างดำเนินการในเรื่องผนังดูดซับเสียง Perforated Panel Absorber ที่ต้องใส่ Porous Absorber ในผนังดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ของแบบ และต้องดำเนินการทดสอบการกันเสียง (ค่า STC) ให้ถูกต้องตามแบบ แต่ผู้รับจ้างไม่แก้ไขให้ถูกต้องตามแบบ และมีความพยายามจะขอแก้ไขแบบเป็นงานลดแทน

2. คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ประธานกรรมการตรวจการจ้างฯ (นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์) ชุดปัจจุบัน ได้มีการประชุมครั้งที่ 26/2564 วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 มีมติเสียงข้างมากเห็นชอบงานเปลี่ยนแปลงเพิ่ม-ลด ผนังกันเสียงและผนังดูดซับเสียงห้องประชุมกรรมาธิการบริเวณ ชั้น 3 - 4 จำนวน 113 ห้อง ตามความเห็นของผู้รับจ้างและเห็นชอบค่างานเปลี่ยนแปลงเป็นงานลด 3,248,588.58 บาท ตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ ข้อ 19 และมีกรรมการเสียงข้างน้อย ไม่ขอให้มีการอนุมัติตามสัญญาดังกล่าว เนื่องจากคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ (ชุดเก่า) มีมติสิ้นสุดไปแล้ว

3. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ที่ 52/2564 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึงประธานกรรมการตรวจการจ้างฯ มอบหมายให้กรรมการตรวจการจ้างเสียงข้างมาก และกรรมการตรวจการจ้างเสียงข้างน้อย เสนอความเห็นเพิ่มเติม

4. กรรมการเสียงข้างน้อย มีบันทึกข้อความ ที่ 26 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 เรื่อง ยืนยันความเห็นแย้งเสนอเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาสั่งการให้ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขงานก่อสร้างผนังกันเสียง ผนังดูดซับเสียง และการทดสอบการกันเสียง STC ดังกล่าว ให้ถูกต้องตรงตามแบบก่อสร้างอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

5. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาสั่งการตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ 0005/7075 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2565 ให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างฯ ดำเนินการลดผนังไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด (ตามรายการในข้อ 2)

ดังนั้น จากการกระทำของนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่เก็บความเห็นแย้งของกรรมการเสียงข้างน้อยไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน ก่อนมีคำสั่งงานเพิ่มเติมตามสัญญาข้อ 19 กรณีการลดผนังกันเสียงและผนังดูดซับเสียงห้องประชุมกรรมาธิการ เป็นปรับงานลดและผู้รับจ้างไม่ต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบและหลักวิชาการ จึงเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์กับ ผู้รับจ้างที่ก่อสร้างผิดแบบมาตั้งแต่ต้น ทำให้คุณภาพลดลง ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ คือ ไม่เป็นประโยชน์กับทางราชการหรือทำให้ราชการเสียประโยชน์อย่างร้ายแรง จึงขอให้ประธาน ป.ป.ช. พิจารณาตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดต่อไปโดยเร็วที่สุด ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีหนังสือ ลับ ที่ ปช 0020/0821 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2527 แจ้งว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว (รายละเอียด ปรากฎตามสำเนาหนังสือที่แนบท้ายมานี้)


(2) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 กราบเรียน ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กับพวกรวม 7 คน ที่ลงมติรับมอบงานว่าอาคารรัฐสภาสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้วนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ตามข้อกำหนดในสัญญาและใช้วัสดุไม่ตรงตามแบบ ส่อว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่ เนื่องจากเหตุผลดังนี้

1. งานก่อสร้างผนังกันเสียงไม่เสร็จตามแบบห้องประชุมกรรมาธิการ จำนวน 113 ห้อง ผิดแบบ 65 ห้อง คณะกรรมการตรวจการจ้างเสียงข้างมาก และนางพรพิศ เพชรเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบข้อทักท้วงแล้วไม่แก้ไข และอนุมัติให้เป็นงานลด ไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญา ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนแล้วตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ลับ ที่ ปช 0020/0821 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2567

2. วัสดุก่อสร้างตามสัญญาต้องใช้ไม้ตะเคียนทองแต่เป็นไม้เบญจพรรณ เช่น กระยาเลย 7,500 ท่อน คณะกรรมการตรวจการจ้างเสียงข้างมาก และนางพรพิศ เพชรเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบข้อทักท้วงแล้วไม่แก้ไขและอนุมัติเงินจ่ายงวดงาน ซึ่งได้ส่งสำเนาใบเสร็จไม้กระยาเลยให้สำนักงาน ป.ป.ช. นานกว่า 2 - 3 ปีแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด

3. มีการก่อสร้างผิดแบบไม่ครบตามข้อกำหนดในสัญญา เช่น หินทราโวทีน ในอาคารรัฐสภาต้องมีความหนา 20 มิลลิเมตร แต่วัดได้จริงมีความนาเพียง 17 มิลลิเมตร หินแกรนิตสีดำพื้นห้องน้ำต้องแวววาวจนเห็นภาพสะท้อน กางเกงชั้นในใต้กระโปรงของสุภาพสตรีที่เข้าห้องสุขา มีการใช้หินแกรนิตสีดำผิดแบบ เป็นต้น

4. ต้นไม้ผิดแบบผิดขนาด และผิดประเภท ไม่ได้อนุบาลรักษาต้นไม้ ตามข้อกำหนดสัญญาแต่อย่างใด

5. เหตุผลประเด็นอื่น ๆ ได้ส่งเอกสารและพยานหลักฐานให้สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อประกอบการไต่สวนแล้ว

กระผมเห็นว่า สมัยนางพรพิศ เพชรเจริญ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีการเรียกประชุมคณะกรรมการเสียงข้างมากเพื่อประชุม โดยไม่เชิญกรรมการเสียงข้างน้อยเข้าร่วมประชุมด้วย มีเจตนาส่อพิรุธและเป็นเหตุให้สงสัยในการส่อทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อคราวมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สภาผู้แทนราษฎร นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้องเรียนเรื่องการสร้างผิดแบบของสภาฯ ที่สำนักงาน ป.ป.ช. กว่า 30 เรื่อง ได้พบนางพรพิศ เพชรเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางพรพิศกล่าวกับนายวิลาศว่า “ขอให้เบา ๆ หน่อย” กระผมได้ขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการกันข้าราชการทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนไว้เป็นพยานด้วย

ส่วนรายชื่อที่กระผม ยื่นให้ ป.ป.ช. ไต่สวน ประกอบด้วย
1. นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานกรรมการ
2. นายเทเวศร์ อุตวิชัย กรรมการ
3. นายธิติ ทรงเจริญกิจ กรรมการ
4. นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม กรรมการ
5. ศ.ดร.ทศพล ปิ่นแก้ว กรรมการ
6. รศ.ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด กรรมการ
7. รศ.เอนก ศิริพาณิชกร กรรมการ

โดยกรรมการบุคคลภายนอกที่แต่งตั้งมาเป็นกรรมการตรวจการจ้าง บางท่านเคยเป็นกรรมการตรวจรับโครงการของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น ๆ ที่บริษัทผู้รับเหมารายเดียวกันนี้เป็นคู่สัญญารับเหมามาก่อน


(3) หนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 5 มกราคม 2569 กราบเรียน ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้สอบสวนถึงกรณีการส่อว่าปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและคณะ รวมถึงการสืบสวนข้อเท็จจริงว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ ประธานคณะกรรมการสืบสวนและคณะ ในกรณีการตั้งกรรมการสอบสวน นางพรพิศ เพชรเจริญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยกรณีไม้ตะเคียนทองและผนังกั้นห้องประชุม 2 ชั้นว่า ไม่มีความผิด ซึ่งผลการสอบสวนได้สวนทางกับผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. ที่ได้รับข้อกล่าวหานี้ไว้เพื่อไต่สวนแล้ว ทั้งนี้ รายละเอียดในหนังสือร้องเรียนของกระผมระบุว่า ตามที่ข้าพเจ้านายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบการส่อทุจริตการปูพื้นไม้ตะเคียนทองที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จึงเห็นสมควรยุติเรื่องนั้น

“ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาของประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงมีหนังสือขอโต้แย้งสิทธิ ไม่เห็นด้วยกับผลการสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น ปรากฏว่า

1. ผลการสอบสวน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งกรณีไม้ตะเคียนทองและกรณีผนังกั้นห้องประชุมจาก 2 ชั้น ลดลงเหลือ 1 ชั้น

2. กระบวนการดำเนินงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่า ในประเด็นการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ กรณีการก่อสร้างผนังกันเสียงและผนังดูดซับเสียงห้องประชุมกรรมาธิการบริเวณ ชั้น 3 และชั้น 4 จำนวน 113 ห้อง โดยคณะกรรมการตรวจการจ้าง เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ซึ่งมีความจำเป็นต้องเชิญบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ในฐานะผู้รับจ้างมาให้ข้อมูลเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาของข้าพเจ้า แต่ปรากฏว่าผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการฯ หรือไม่ให้ความร่วมมือ จึงขัดหลักธรรมาภิบาลของบริษัทซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ส่อพิรุธอย่างชัดเจนว่า กระทำความผิดจริง และปัจจุบันไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มีสภาพผุพังเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอกล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐกับพวก สังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรณีผลการสอบสวนไม่ตรงข้อเท็จจริงทั้งกรณีไม้ตะเคียนทองและกรณีผนังกั้น ห้องประชุมจาก 2 ชั้นลดลงเหลือ 1 ชั้น ส่อว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต ดังนี้

1. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

2. คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร ที่ 42/2556 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2566 และคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร ที่ 58/2566 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ดังนี้
2.1 ว่าที่ร้อยตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ ประธานกรรมการ
2.2 นายอำพล ไทรสังขเฉลาพร กรรมการ
2.3 นายกุลพล วัชรกาฬ กรรมการ
2.4 นางภัทริดา สุคณณี กรรมการ
ส่วนเลขานุการ และผู้ช่วยอีก 2 คน ให้กันไว้เป็นพยาน”

และจากกรณีที่กระผมได้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้สำนักงาน ป.ป.ช. ตรวจสอบการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ในช่วงที่นางพรพิศ เพชรเจริญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างห้องประชุมกรรมาธิการ บริเวณชั้น 3 และชั้น 4 จำนวน 113 ห้อง กราบเรียน ประธานกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมกับได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในขณะนั้น ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีหนังสือ ลับ ที่ ปช 0020/082 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2567 โดยแจ้งว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง ฉบับลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ท่านได้ขอทราบความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องกล่าวหา นางพรพิศ เพชรเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กับพวก ว่ามีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างห้องประชุมกรรมาธิการ บริเวณชั้น 3 และชั้น 4 จำนวน 113 ห้อง โดยมิชอบ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติรับเรื่อง คำกล่าวหาดังกล่าวไว้พิจารณาเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งนี้ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงเสร็จสิ้นแล้ว และคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาได้ผลเป็นประการใด จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป

9. ประเด็นคำถามว่า ท่านมีความประสงค์จะอ้างข้อเท็จจริง หรือพยานบุคคล พยานเอกสาร วัตถุพยาน พยานผู้เชี่ยวชาญ เพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร

กระผมขอเรียนว่า จากข้อเท็จจริงที่กระผมได้มีหนังสือกราบเรียน ประธานรัฐสภา (นายชวน หลีกภัย) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ร้องเรียนนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เรื่อง ขอคัดค้านการตรวจรับงานแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ของคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ฉบับที่ 1 เหตุตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2556 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาเลขที่ 116/2556 และสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อว่าจ้างบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จำนวน 12,280 ล้านบาท กำหนดเวลาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งจะถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 3,353 วัน แต่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา กระผมจึงคัดค้านคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ในการตรวจรับงานแล้วเสร็จโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งว่า การก่อสร้างดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จครบถ้วนตามข้อกำหนดในสัญญา

อีกทั้ง ยังปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนว่า มีการใช้ชนิดของวัสดุไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญา และไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบ เช่น ต้นไม้จำนวนมากตายจนถูกตัดเหลือแต่ตอ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบการฟื้นตัวและอยู่รอดของต้นไม้ได้ เพราะต้นไม้เหล่านั้นได้ตายไปก่อนการตรวจสอบ ส่งผลถึงระยะเวลา 240 วัน ของข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าว ที่มีเพื่อตรวจการฟื้นตัวและการอยู่รอดของต้นไม้ จึงยังไม่เริ่มนับ เพราะไม่มีต้นไม้ที่อยู่รอดให้นับระยะเวลาเหล่านั้น จึงถือว่าการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ไม้สักจำนวนประมาณ 4,000 ต้น พบว่ามีจำนวน 2,400 ต้น ที่นำมาใช้ก่อสร้าง พบว่า มีเชื้อราขึ้นและเนื้อไม้แตกจำนวนมาก เพราะอบไล่ความชื้นไม่ได้ตามมาตรฐาน ทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ส่วนของพื้นอาคารยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ใช้ไม้ผิดประเภทจากข้อกำหนดในสัญญาที่ต้องใช้ไม้ตะเคียนทอง แต่ใช้ไม้พะยอมหรือไม้ชนิดอื่น ๆ แทน และแท่นไม้ปูพื้นต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร ยกเว้นกรณีจำเป็น และที่สำคัญคือ กรณีที่นางพรพิศ เพชรเจริญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กับพวก มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างห้องประชุมกรรมาธิการ บริเวณชั้น 3 และชั้น 4 จำนวน 113 ห้อง โดยมิชอบ รวมถึงมีการใช้หินทราโวทีนที่มีขนาดต่ำกว่าข้อกำหนดในสัญญา และพบว่าต้นไม้ขนาดใหญ่ตายจำนวน 347 ต้น และไม่มีการปลูกทดแทน รวมทั้งต้นไม้ขนาดเล็กตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งการส่งมอบงานโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวกับการส่งมอบ

ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขออ้างพยานเพิ่มเติม 1 ท่าน คือ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ฺ โทร 081 6496464

10. ประเด็นคำถามว่า ท่านประสงค์จะให้การใดเพิ่มเติม หรือไม่

กระผมขอเรียนว่า จากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่กระผมได้นำกราบเรียน ประธานรัฐสภา เพื่อร้องเรียนให้ดำเนินการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ รวมถึงการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร ที่ 42/2560 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2566 และที่ 58/2566 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 เพื่อดำเนินการสอบสวนการส่อทุจริตของนางพรพิศ เพชรเจริญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยกรณีที่ใช้ไม้พะยอมหรือไม้อื่น ๆ มาปูพื้นแทนไม้ตะเคียนทอง อันเป็นเหตุให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ว่าจ้าง) ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เนื่องจากคุณภาพไม้ไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญาและคุณภาพต่ำกว่าข้อกำหนดในสัญญา และกรณีมีคำสั่งงานแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้รับจ้างดำเนินงานเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้าง ข้อ 19 โดยลดแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด หนา 15 มิลลิเมตร 1 แผ่น ในผนังกันเสียงและผนังดูดซับเสียง ห้องประชุมกรรมาธิการ บริเวณชั้น 3 และชั้น 4 จำนวน 113 ห้อง โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบตามที่คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว เห็นว่าไม่มีมูลที่ควรกล่าวหา นางพรพิศ เพชรเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ว่ากระทำผิดวินัย จึงเห็นสมควรยุติเรื่องนั้น กระผมจึงไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากผลการสอบสวนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งกรณีไม้ตะเคียนทอง ซึ่งปัจจุบันไม้พื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มีสภาพผุพังเป็นจำนวนมาก และกรณีผนังกั้นห้องประชุมจาก 2 ชั้น ลดเหลือ 1 ชั้น ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐกับพวก สังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงส่อว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต


กระผมไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองกับผู้ใด จึงขอให้คณะกรรมการชุดนี้ พิจารณา สอบข้อเท็จจริงอย่างยุติธรรม พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างยุติธรรม หากท่านไม่ยุติธรรมตามหลักฐาน ความจริงและข้อกฎหมาย กระผมสงวนสิทธิ์ที่จะร้องเรียนต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป เพื่อหาความยุติธรรมให้กับอาคารรัฐสภาแห่งนี้จงได้

กระผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 3032/2568 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 จะได้ดำเนินการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงตามที่กระผมได้ให้ข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายณัฐกิตติ์ ขำหิรัญ ประธานกรรมการและคณะ ได้ลงสำรวจบริเวณพื้นไม้ผุ ชั้น B1 ให้เห็นกับตามีไม้ผุเพิ่มขึ้นจากเดิม 3 แผ่นและไม่ใช่ไม้ตะเคียนทองตามข้อกำหนดสัญญา ซึ่งนายณัฐกิตติ์ได้เชิญนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ข้อมูลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ห้อง 203 เวลา 10.00 น.