xs
xsm
sm
md
lg

จับตาบทบาท “นักต้านโกง” จี้แจง3ปมกังขา หวั่นกระทบเครดิตองค์กร ความเชื่อถือแคมเปญ"ทนไม่ไหวแล้วโว้ย"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สังคมห่วงปราบทุจริตไม่เปรี้ยง หลัง 3 ปมร้อนฝ่ายต้านโกง ยังเคลือบแคลงทั้งการมีส่วนทำสำนวนคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปยืดเยื้อนานเกือบ 9 ปี การพัวพันคดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถพรีอุส ถูกร้องทุจริตเลือกคณะกรรมการส.อ.ท. มองหากไร้คำชี้แจงที่ชัดเจน อาจกระทบความน่าเชื่อถือของเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันที่กำลังทำงานร่วมกกร.

วันนี้(24 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 174/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต(คตท.) รวม21ตำเเหน่ง เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ และไม่กี่วันต่อมา 3 มูลนิธิต้านโกงระดับประเทศ นำโดยดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นประเทศไทย(ACT) ,ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ ประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และพลอากาศเอกวีรวิทย์ คงศักดิ์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมเเละป้องกันการทุจริต ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน( กกร.)ภายใต้เเคมเปญ "ทนไม่ไหวแล้วโว้ย"ในการต่อต้านการทุจริต โดยมีเจตนาต้องการช่วยป้องกันการทุจริตของประเทศจากภาคส่วนต่าง เเต่ยังพบว่า มีบุคลากรบางรายของ 3 มูลนิธิดังกล่าว สังคมยังมีความเคลือบเเคลง เช่น กรณีปรากฏข่าวสารว่าไม่กี่เดือนที่ผ่านมาการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมเเห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งใน คตท. พบว่าในการประชุมสามัญประจำปี 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเลือกคณะกรรมการ ส.อ.ท. ระหว่างการลงคะแนนนั้น มีสมาชิก ส.อ.ท.รายหนึ่งได้ลุกขึ้นเพื่อประท้วง ให้การเลือกตั้งคณะกรรมการครั้งนี้เป็นโมฆะ โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้มีทั้งกระแสข่าว และเอกสารที่เป็นการบ่งชี้ถึงการซื้อเสียงของผู้ลงสมัครชิงประธาน ส.อ.ท. ซึ่งผิดหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง และที่ผ่านมายังไม่เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้น การซื้อเสียงดังกล่าว ดังนั้นการประชุมนี้จะนำไปสู่การโหวตเลือกประธานส.อ.ท.จึงไม่โปร่งใส

นอกจากนี้ในส่วนบทบาทของ องค์กรต่อต้านคอรัปชั่นประเทศไทย(ACT)โดยปลายปีที่เเล้ว ที่ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรฯ ออกมาระบุเบนสื่อออนไลน์ว่าประเทศไทยเสียหายจากการทุจริตปีละ 5แสนล้านบาท ขณะที่งบประมาณเเผ่นดินปี2569 อยู่ที่ 3.78ล้านล้านบาท โดยตัวเลข 5 เเสนล้านบาทนั้นระบุว่าเป็นเงินใต้โต๊ะจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คือร้อยละ20-30 เเละดัชนีCPI ของไทยได้ 33 จาก 100 คะเเนน อันดับโลกอยู่ที่ 116 จาก182 ประเทศ ร่วงจากปีก่อน 9 อันดับ ต่ำสุดในรอบ 19 ปี ส่วนในอาเซียน ไทยอยู่อันดับ 8 จาก 11 ประเทศ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ไทยอยู่อันดับห้านั้น เเหล่งข่าวระบุว่า ดร.มานะที่รับผิดชอบ ACT และมีเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านเเละสื่อออนไลน์อื่นๆบวกกับการเสนอใช้โปรเเกรมตรวจจับการทุจริตของมูลนิธินั้น นับว่าดีหรือการผลักดันให้ภาครัฐนำระบบ "ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)" มาบังคับใช้เป็นมาตรฐาน โดยให้ตัวแทนจากภาคประชาสังคมและ ACT เข้าร่วมเป็น"ผู้สังเกตการณ์" ในทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งข้อเสนอของดร.มานะที่ขอให้ตัวแทนจากภาคประชาสังคมและ ACT เข้าร่วมเป็น "ผู้สังเกตการณ์"ดังกล่าวนั้น บางฝ่ายมองว่าอาจเป็นเหรียญสองมุม คือมุมหนึ่งอาจโปร่งใส อีกมุมหนึ่งตัวเเทนดังกล่าวอาจเข้าไปเพื่อบางภารกิจในการช่วยพรรคพวกตัวเองในขั้นตอนข้างต้นก็อาจเป็นไปได้


แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตต่อการดำเนินงานของมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โดยระบุว่า ปัจจุบันนายประมนต์ สุธีวงศ์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการมูลนิธิ ACT และในอดีตเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ควบคู่กับบทบาทในองค์กร ACT เคยมีกรณีข้อพิพาทด้านภาษีอากรเกี่ยวกับการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นพรีอุส ที่บริษัทโตโยต้าฯใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ก่อนที่ต่อมาศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 ให้บริษัทชำระภาษีอากร พร้อมเงินเพิ่มและภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมเป็นเงินประมาณ 11,639 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสและลดข้อสงสัยของสังคม องค์กรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงต่อสาธารณะในประเด็นต่าง ๆ เช่น แนวทางกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาลขององค์กรในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารเคยมีบทบาทในภาคธุรกิจที่มีข้อพิพาทกับภาครัฐ แนวทางตรวจสอบและป้องกันความขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest)ว่าบริษัทได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลครบถ้วนแล้วหรือไม่

นอกจากนั้นยังมีกรณีคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.79 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างกรมสรรพากรกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ให้นายทักษิณแพ้คดี ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากการขายหุ้นชินคอร์ป เเต่ในช่วงเริ่มต้นที่มีการร้องเรียนคดีทุจริตและร่ำรวยผิดปกติเกี่ยวกับการขายหุ้นชินคอร์ปนั้น นายวิชา มหาคุณ ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. และเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีในช่วงแรก เเต่การไต่สวนไม่แล้วเสร็จในช่วงที่นายวิชา ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช.ครบวาระ( 9 ปี )ทำให้สำนวนดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังกรรมการ ป.ป.ช. คนอื่นคือ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ เพื่อดำเนินการต่อ และปัจจุบันป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางสาวสุภา ในฐานะอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กรณีไม่มีคำสั่งให้กรมสรรพากร อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางในการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป 17,900 ล้านบาท ทำให้รัฐเสียหายนั้น ก็มีคำถามของบางฝ่ายว่าคดีหุ้นชินคอร์ปในช่วง 9 ปีที่นายวิชาดูเเลสำนวนนี้ทำไมยืดเยื้อจนต้องส่งมอบให้นางสาวสุภารับผิดชอบต่อ เเละทำไมนางสาวสุภาขอเป็นหนึ่งในคณะกรรมการไต่สวนทั้งๆที่ตัวเองมีส่วนได้ส่วนเสียในคดีนี้ โดยนายวิชาควร
ชี้เเจงด้วยว่า 9 ปีที่ทำหน้าที่ในสำนักงานปปช.ทำไมคดีนี้ล่าช้า”

"หากปล่อยให้ข้อสังเกตทั้ง 3 ประเด็นยังเคลือบแคลง เเละไม่มีคำชี้เเจงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ปรากฏ ความน่าเชื่อถือของบางฝ่ายในคำสั่งสำนักนายกฯข้างต้นจะลดลง รวมทั้งคำชี้เเจงจากนายวิชาในกรณีภาษีหุ้นชินคอร์ป ด้วยเช่นกันเพราะอาจกระทบความน่าเชื่อถือของเเคมเปญ "ทนไม่ไหวแล้วโว้ย"ในการต่อต้านการทุจริตที่สามมูลนิธิจับมือกับกกร.ในเวลาอันใกล้ก็เป็นได้"