xs
xsm
sm
md
lg

“ดร.แดน” แฉ 6 กลโกงกลไกคอร์รัปชัน 46 ปีพลัส จี้รัฐแก้ปมไอ้โม่งฮุบพลังงานไทยทั้งระบบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดร.แดน แฉ 6 ขั้นตอนกลโกงในธุรกิจพลังงาน เริ่มตั้งแต่โค่นป่าออกโฉนดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จากธนาคาร ถึงการปล้นภาษี ลักลอบกักตุน-จัดเก็บ แฉดำเนินการมานานกว่า 4 ทศวรรษ โดยมอบผลประโยชน์มหาศาลและหล่อเลี้ยงผู้คนจำนวนมากอย่างเป็นระบบ กลายเป็นวิกฤตคอร์รัปชัน 46 ปีพลัส จี้รัฐล้างบางทั้งระบบ

วันที่ 22 พ.ค.69 ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) กล่าวว่า ปัญหาน้ำมันขาด น้ำมันแพง น้ำมันกักตุนน้ำมันแอบขาย หรือ น้ำมันเถื่อนในประเทศไทยมิใช่เพียงคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากแต่เป็นปรากฏการณ์เชิงโครงสร้างที่มีอยู่ต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 4 ทศวรรษ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและสังคมการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2520 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำมันและเริ่มจัดระบบพลังงานสมัยใหม่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะภายหลังการก่อตั้งบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)ในปีพ.ศ. 2521 โดยน้ำมันเถื่อนมิได้เกิดจากปัจเจก บุคคล หรือกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว ทว่าเป็นการคอร์รัปชันเชิงระบบ (Systemic Corruption) ที่สถาปนาตนเองขึ้นเป็น "เศรษฐกิจคู่ขนาน" (Parallel Economy) ซึ่งถูกขับเคลื่อนและหล่อเลี้ยงด้วยความไร้ประสิทธิภาพของการออกแบบเชิงสถาบัน ความไม่สมมาตรของข้อมูล และระบบผลประโยชน์ที่กระจายตัวลงลึกไปในทุกระดับขององคาพยพรัฐ ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง ปัญหาน้ำมันเถื่อนสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างรัฐ ทุน และกลไกกำกับดูแล กล่าวคือ น้ำมันเป็นสินค้ายุทธศาสตร์ที่มีมูลค่าสูง หมุนเวียนเร็ว และเกี่ยวพันกับภาษีจำนวนมาก จึงเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เกิดการแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ หรือ rent-seeking ได้อย่างกว้างขวาง ยิ่งระบบภาษีและการควบคุมมีความซับซ้อนมากเท่าใด โอกาสในการอำพราง ปลอมแปลง หรือบิดเบือนข้อมูลก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น ดังนั้น น้ำมันเถื่อนจึงไม่ใช่เพียง “สินค้าผิดกฎหมาย” แต่เป็นผลผลิตของโครงสร้างอำนาจและโครงสร้างผลประโยชน์ที่ฝังตัวอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน

กลโกง : กลไกการทุจริตแบบบูรณาการเชิงพลวัต

การดำเนินของกลโกงสามารถแบ่งชำแหละออกเป็น 6 ขั้นตอนหลักอย่างเป็นระบบ ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 การสร้างทุนตั้งต้น (Primitive Accumulation of Capital): จากป่าสงวนสู่พอร์ตสินเชื่อ
ขบวนการเริ่มต้นด้วยการก่ออาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อปล้นทรัพยากรธรรมชาติของรัฐมาแปรสภาพเป็นทุนตั้งต้น (Seed Capital) โดยบุกรุกและทำลายป่าสงวนให้กลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม เพื่อร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่นออกโฉนดอย่างไม่สมควรในพื้นที่ป่าเป็นโฉนดที่ดินปลอม จากนั้นนำโฉนดไปประเมินมูลค่าให้สูงเกินจริงอย่างมหาศาล เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกู้เงินจากธนาคาร โดยอาศัยอิทธิพลมืดกดดันให้ธนาคารปล่อยกู้โดยไม่มีการตรวจสอบเชิงลึก ทำให้ขบวนการนี้ได้เงินทุนตั้งต้นก้อนใหญ่มาอย่างผิดกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 2 การแปลงทุนเข้าสู่อาณาจักรน้ำมันเงา (Transforming Capital into the Shadow Energy Market)
เงินทุนมหาศาลที่ได้มาจะถูกนำไปสร้างเครือข่ายธุรกิจน้ำมันเถื่อนแบบครบวงจรคู่ขนานกับระบบของรัฐ ตั้งแต่การนำเข้า คลังจัดเก็บ กองเรือ รถบรรทุก ไปจนถึงสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ อำนาจทุนมืดนี้สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างสูง จนสามารถตั้งราคาแข่งขันและกดดันทำลายผู้ประกอบการที่สุจริตในระบบปกติได้อย่างราบคาบ

ขั้นตอนที่ 3 นิติวิศวกรรมและการหลบเลี่ยงภาษีสรรพสามิต (Legal Engineering and Excise Evasion)
หัวใจของการทำกำไรมหาศาลคือการหลบเลี่ยงภาษีสรรพสามิต (ปกติสูงถึง ร้อยละ30 ของราคาขาย) ผ่าน 3 กลวิธีหลัก ได้แก่ 1) การแจ้งสำแดงเท็จว่าน้ำมันเป็นเพียงสารเคมีตัวทำละลายเพื่อเลี่ยงภาษีนำเข้า 2) การลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนทางเรือและรถบรรทุกโดยไม่ผ่านศุลกากร และ 3) การนำ "น้ำมันเขียว" ที่รัฐยกเว้นภาษีให้ชาวประมงไปลักลอบขายบนฝั่งหรือขายให้กลุ่มที่ไม่มีสิทธิ์

ขณะที่ขั้นตอนที่ 4 การปล้นคลังชาติ : การขอคืนภาษีจากการส่งออกเท็จ (VAT & Excise Refund Fraud)
ขบวนการนี้ทำการปล้นงบประมาณแผ่นดินโดยตรง ด้วยการปลอมแปลงเอกสารว่ามีการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ เพื่อนำไปขอคืนภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มจากรัฐ ทั้งที่น้ำมันยังคงถูกขายอยู่ภายในประเทศ ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือการนำน้ำมันเถื่อนที่ไม่เคยเสียภาษีเลยมาสวมสิทธิ์ขอคืนเงินภาษี ทำให้ได้กำไรฟรีๆ จากรัฐทันทีประมาณร้อยละ 30 ของราคาน้ำมัน


ขั้นตอนที่ 5 การขูดรีดผู้บริโภค : การตั้งราคาตลาดบวกกำไรพิเศษ (Market Pricing & False Evaporation)
แม้น้ำมันเถื่อนเหล่านี้จะไม่มีต้นทุนทางภาษี แต่เมื่อถูกนำมาฟอกขาวขายผ่านปั๊มน้ำมัน กลุ่มอิทธิพลกลับตั้งราคาขายในระดับเดียวกับตลาดปกติ โดยบวกกำไรจากค่าการตลาดและค่าการกลั่นเข้าไปเต็มที่ นอกจากนี้ยังสร้างต้นทุนเท็จโดยอ้างว่าน้ำมันระเหยหายไประหว่างขนส่งสูงถึงร้อยละ 15 เพื่อใช้เป็นข้ออ้างดึงกำไรออกจากระบบและผลักภาระทั้งหมดไปรวมในราคาขายปลีกที่ประชาชนต้องจ่าย

และขั้นตอนที่ 6 ลอจิสติกส์เงา : การกักตุนและจัดเก็บ (Shadow Storage and Hoarding Mechanism)
การทำให้วงจรทั้งหมดสมบูรณ์ ดำเนินการโดยสร้างระบบนิเวศการขนส่งและจัดเก็บซ่อนเร้น เช่น คลังน้ำมันส่วนตัวขนาดใหญ่ กองเรือขนาดเล็กที่ลักลอบขนส่งยามวิกาล โรงกลั่นเถื่อนตามนิคมอุตสาหกรรม และขั้นสุดยอดของการทุจริตคือการใช้อิทธิพลทางการเมืองนำน้ำมันเถื่อนไปซุกซ่อนไว้ในคลังน้ำมันสำรองทางทหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ความมั่นคงที่หน่วยงานตรวจสอบพลเรือนไม่สามารถเข้าถึงได้

ทั้งนี้ระบบทุจริตนี้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงมาได้กว่า 4 ทศวรรษ ไม่ใช่เพราะซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอย แต่เป็นเพราะ ‘ระบบนี้’ ได้มอบผลประโยชน์มหาศาลและหล่อเลี้ยงผู้คนจำนวนมากอย่างเป็นระบบ วิกฤตคอร์รัปชัน 46 ปี พลัส ในอุตสาหกรรมพลังงานและระบบน้ำมันของประเทศไทย จึงเป็นภาพสะท้อนระดับปรากฏการณ์ที่เด่นชัดและเจ็บปวดที่สุดของภาวะความล้มเหลวเชิงสถาบันในการพัฒนาของรัฐกำลังพัฒนา โครงข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ ทว่าถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการใช้ช่องว่างทางกฎหมายแปรรูปและปล้นผืนป่าให้กลายเป็นทุนตั้งต้น คืบคลานและแทรกซึมเข้าครอบงำอุตสาหกรรมลอจิสติกส์และการขนส่งทางน้ำ อาศัยความเชี่ยวชาญด้านนิติวิศวกรรมเจาะช่องโหว่ของนิยามเคมีภัณฑ์ ฉวยโอกาสฉกฉวยผลประโยชน์จากนโยบายเงินอุดหนุนและน้ำมันเขียวของชาวประมง ขูดรีดผู้บริโภคทั่วไปด้วยการอ้างอิงราคาตลาดที่บิดเบี้ยว และที่ร้ายแรงที่สุดคือการมีอำนาจล้นฟ้าถึงขั้นแฝงตัวเข้าไปใช้ประโยชน์จากคลังยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ กลไกทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลผลิตจากโครงสร้างของรัฐที่อ่อนแอ ไร้การเชื่อมต่อข้อมูล และอาจรวมถึงการจงใจออกแบบให้มีจุดมืดบอดเพื่อหลีกหนีการตรวจสอบ ซึ่งการแก้ไขความไม่เหมาะควรเหล่านี้ไม่อาจตั้งความหวังพึ่งพาเพียงเจตนาดีของผู้นำ หรือความพึงพอใจต่อภาพข่าวการจับกุมผู้กระทำผิดระดับล่างตามหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ ทว่าต้องอาศัยการยกระดับปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ และลงมือรื้อถอนสถาปัตยกรรมทางผลประโยชน์อย่างถอนรากถอนโคน ตั้งแต่การแก้กระบวนทัศน์ทางกฎหมายเพื่อเปลี่ยนคำนิยามวัตถุ การปรับย้ายจุดจัดเก็บภาษีเพื่อลดภาระการติดตาม และการยกระดับขีดความสามารถโดยใช้เทคโนโลยีการติดตามแบบเชื่อมโยงข้ามหน่วยงาน (Cross-agency digital tracking system)

“หากรัฐสามารถทำให้ น้ำมันทุกลิตรมีที่มา มีสถานะภาษี และมีร่องรอยตรวจสอบได้พื้นที่ของเศรษฐกิจน้ำมันเถื่อนจะถูกบีบให้แคบลงอย่างมีนัยสำคัญ และประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนจากการไล่จับผู้กระทำผิดรายกรณี ไปสู่การรื้อ “ระบบที่เอื้อให้โกง” ได้อย่างแท้จริง”ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ย้ำ