"ศรีสุวรรณ" ยื่นความเห็นต่อศาล รธน.ยันบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดคิวอาร์โค้ด ทำให้ทราบผลการลงคะแนนของบุคคลอื่น หรือระบุตัวผู้ลงคะแนนจากรหัสดังกล่าวได้ แม้จะถูกออกแบบให้เป็นความลับ แต่ตัวเลขที่รันบนคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด อาจเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้
วันนี้ (22 พ.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้นำความเห็นในประเด็นบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดบาร์โค้ดตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมเอกสารเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือไปยังองค์กรรักชาติรักแผ่นดินเพื่อให้ทำความเห็นส่งศาลภายใน 15 วัน หลังจากที่ทางองค์กรฯยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.69 ขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณี กกต. จัดทำบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับในการใช้สิทธิของผู้เลือกตั้งได้ อันทำให้การเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมาเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และการออกระเบียบกกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 มาตรา 84 และมาตรา 86 หรือไม่
กรณีดังกล่าวองค์กรรักชาติรักแผ่นดินได้ชี้แจงเป็นรายละเอียดเพื่อยืนยันว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ที่ กกต.จัดทำไว้บนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ทราบผลการลงคะแนนของบุคคลอื่น หรือสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากรหัสดังกล่าวได้ แม้ว่าบัตรเลือกตั้ง จะถูกออกแบบมาให้เป็นความลับ แต่ทว่าตัวเลขซีเรียลที่รันบนคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด อาจเชื่อมโยงกับ "ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง" ซึ่งหากมีผู้นำต้นขั้วที่มีชื่อผู้ใช้สิทธิไปตรวจสอบร่วมกับบัตรที่ใช้นับคะแนน ก็อาจเกิดความเสี่ยงในการสาวไปถึงตัวบุคคลได้ แม้การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และขัดต่อหลักการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส แต่หากมีการซื้อเสียงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง แล้วตั้งการตรวจสอบว่า ผู้รับการซื้อเสียงลงคะแนนให้หรือไม่ ก็สามารถที่จะตรวจสอบการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น ๆ ผ่านตัวเลขซีเรียลที่รันบนคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด อาจเชื่อมโยงกับ "ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง" ได้ โดยอาจการวางแผนเพื่อทุจริตโดยเจตนากับผู้ควบคุม ดูแลบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง รวมทั้งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สแกนตรวจ ก็จะทำให้ทราบผลการลงคะแนนของบุคคลอื่น หรือสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากรหัสดังกล่าวได้ อย่างไม่ยาก ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 85 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ โดยใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ แปลว่า หากกระบวนการใดที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ใน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 82 ก็กำหนดให้ กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ฉะนั้นการมีระบบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ก็อาจเอื้อให้เกิดการทุจริตได้


