สภาผู้แทนฯ ลงมติ 435 ต่อ 1 เสียง เห็นชอบร่าง กม.อำนวยความสะดวกฯ “พริษฐ์” ชี้ เปิดทางรื้อระบบใบอนุญาต ลดคอร์รัปชัน ซัดรัฐบาลไม่จริงจังแก้ปัญหาสินบน ด้าน “อภิสิทธิ์” เสนอวางกรอบพิจารณาพระราชกฤษฎีกา ขณะที่ “โสภณ” ยันสภาเตรียมกลไกไว้แล้ว
วันนี้ (20 พ.ค.) ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเรื่องด่วน และมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. …. ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 435 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเป็นร่างที่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 เคยให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนที่วุฒิสภาจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมและส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 (3) ซึ่งเมื่อที่ประชุมสภาฯ เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ถือว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 ต่อไป
ก่อนการลงมติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีจุดเริ่มต้นจากร่างที่เสนอโดยพรรคประชาชนในสภาชุดที่ผ่านมา และร่างของคณะรัฐมนตรีสมัย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการทบทวนระบบการขอใบอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอน และปิดช่องโหว่การทุจริตคอร์รัปชัน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า การแก้ไขของวุฒิสภามีเพียงมาตรา 23 ซึ่งสามารถยอมรับได้ เพราะเป็นการเชื่อมโยงนวัตกรรมทางกฎหมาย โดยให้อำนาจรัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับระบบการอนุญาตได้ แต่ต้องส่งให้รัฐสภาพิจารณาและเปิดโอกาสให้สภาฯ หรือวุฒิสภาทักท้วงภายในกรอบเวลา 30-60 วัน หากไม่มีการทักท้วงก็สามารถประกาศใช้ได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้การรื้อระบบใบอนุญาตเกิดขึ้นได้รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีที่มีการตั้งคำถามเรื่องการเรียกรับสินบนจากระบบใบอนุญาตต่าง ๆ ว่า หากรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับงานของสภาอย่างแท้จริง ก็ควรใช้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ในการเร่งปฏิรูประบบอนุญาต และควรเตรียมกฎหมายลูกรองรับไว้แล้ว
“อดสงสัยไม่ได้ว่า นายกฯ ใส่ใจงานสภาหรือไม่ เพราะหากใส่ใจจริง เมื่อถูกถามเรื่องหน่วยงานเรียกรับสินบนจากใบอนุญาตต่างๆ นายกฯ ควรตอบได้ทันทีว่าเตรียมกฎหมายลูกไว้กี่ฉบับ เพื่อทำให้ร่างกฎหมายนี้นำไปใช้ได้จริง แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นการขู่ฟ้องคนทำแบบสำรวจ และโยนความผิดให้รัฐบาลชุดก่อน ทั้งที่นายกฯ เองก็อยู่ในรัฐบาลมาทุกยุค” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีควรแสดงให้เห็นว่าเข้าใจประโยชน์ของกฎหมายฉบับนี้ และรู้ว่าจะนำไปใช้แก้ปัญหาคอร์รัปชันและการเรียกรับสินบนจากการขอใบอนุญาตอย่างไร มากกว่าการตอบโต้ทางการเมือง
ด้าน นายอภิสิทธิ์ อภิปรายเสนอว่า หลังจากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบแล้ว ขอให้สภาตั้งคณะทำงานหรือกำหนดแนวทางเกี่ยวกับข้อบังคับในการพิจารณาพระราชกฤษฎีกาที่รัฐบาลจะเสนอเข้าสภาตามกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากเข้าใจว่าหากรัฐบาลเสนอพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการอนุญาตเข้าสภา ภายในกรอบเวลา 30-60 วัน อาจต้องมีการเสนอญัตติและกำหนดกระบวนการพิจารณาให้ชัดเจน
ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า สภาได้เตรียมการในเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว โดยหากคณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกฤษฎีกาเข้าสภา ประธานสภาจะต้องแจ้งให้สมาชิกรับทราบ และหากสมาชิกมีข้อเสนอหรือเห็นว่าควรมีการทักท้วง ก็สามารถเสนอญัตติเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ตามกระบวนการต่อไป


