xs
xsm
sm
md
lg

“ชัชชาติ”ผู้ว่าฯไร้คู่แข่ง ได้เวลาโชว์ของจริง !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ - อนุชา บูรพชัยศรี - ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
เมืองไทย 360 องศา


ตามที่ประกาศเอาไว้ล่วงหน้าว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 18 พฤษภาคม และจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ดี ที่น่าจับตาก็คือ เป้าหมายของเขาที่แท้จริง คือ หลังจากจบวาระอีก 4 ข้างหน้า ว่าจะหวนกลับสู่การเมืองระดับชาติ ในตำแหน่งสำคัญหรือไม่ โดยครั้งนี้เมื่อพิจารณาจากบรรยากาศ คู่แข่ง และแนวโน้มแล้ว ค่อนข้างมั่นใจว่า เขาน่าจะชนะแบบขาดลอย

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระหว่างเตรียมตัววิ่งตรวจงาน City run ในช่วงเช้า บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. ว่า วันนี้เป็นการวิ่งครั้งสุดท้ายของการเป็นผู้ว่าฯ ในสมัยนี้ เป็นการวิ่งตรวจเมือง กรณีมีข่าวสับสนว่าจะลาออกหรือไม่ สรุปแล้ว ตนจะลาออกในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ค.69) เวลา 17.00 น. เพราะว่าต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุตรชายนายแสนดี สิทธิพันธุ์ จะรับปริญญาครั้งสุดท้าย เขาก็อยากให้เราไปร่วมแสดงความยินดี จึงต้องมีการเดินทาง ซึ่งตนจะหมดวาระจริงๆ ในวันที่ 21 พ.ค.69 หากเดินทางโดยไม่ได้ลาออกก่อน ก็ต้องมีรักษาการ ตนตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯกทม. สมัยที่ 2 การลาออกเพื่อให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องรักษาการและไม่มีปัญหาเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงที่มีการหาเสียง

“สรุป คือ ลาออกวันที่ 18 พ.ค.69 เวลา 17.00 น. และลงสมัครต่อในนามอิสระ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใด คนที่พยายามจะโยงผมไปพรรคไหน ก็ไม่ได้เกี่ยวเลย ลงอิสระเหมือนเดิม ทำงานให้กับทุกคน และการลาออกที่มีระบุว่าอาจทำให้เป็นปัญหา ทำให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ และสก. คนละเวลา และทำให้เปลืองเงิน ความจริงแล้วได้คุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่ดูแลเรื่องนี้ ก็ระบุว่าก็เป็นวันเดียวกัน เพราะว่าห่างกันแค่ 3 วัน ก็ไม่ได้เสียงบประมาณอะไรเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นอย่าฟังข่าวที่ไม่ถูก ส่วนวันนี้ ก็มีวิ่งในเมือง วิ่งไปดูงานครั้งสุดท้ายในสมัยฯนี้”

ด้าน ว่าที่ ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) กล่าวถึง การยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ขั้นตอนนี้ทางกระทรวงมหาดไทย จะแจ้งมายังกรุงเทพมหานคร และกรุงเทพมหานคร ก็จะแจ้งมายังสำนักงาน กกต.กทม. ให้รับทราบตามขั้นตอน ซึ่ง กกต.กทม.จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน โดยอยู่ในกรอบเวลาสามารถจัดพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)ได้

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการส่งเรื่องมาถึง กกต.กทม. ในวันจันทร์ 18 พฤษภาคม 2559 โดยปลัดกทม. จะทำหน้าที่รักษาราชการแทน จนกว่าจะมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ ตั้งเข้ามาทำหน้าที่

มีรายงานว่า นายชัชชาติ ได้ยื่นหนังสือลาออกก่อนที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดย กกต. ได้เห็นชอบแผนให้จัดการเลือกตั้ง 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะเป็นการเลือกพร้อมกับนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม., นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค, นายชัยวัฒน์ บรรณวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค

ทั้งนี้ ยังมีอดีตผู้บริหาร กทม.ในยุคต่างๆ ที่มีผู้ว่าฯ กทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ในยุคของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร, นายวัลลภ สุวรรณดี อดีตรองผู้ว่าฯ กทม., นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ในยุคของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร่วมแถลงเปิดตัว นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) 50 เขต ในนามพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรอง ยืนยันว่าประชาชนไม่ตื่นเต้น และนายชัชชาติให้คะแนนตัวเอง 5 เต็ม 10 แต่ตนให้มากกว่านั้น เพราะท่านมีความตั้งใจ และทำให้ประชาชนอุ่นใจที่ใส่ใจปัญหา ทั้งนี้ หากผู้สมัครเลือกตั้ง กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับโอกาสจะทำหน้าที่อย่างใส่ใจ สิ่งที่ตนคาดหวังจากผู้ว่าฯ กทม. คือทำงานใหญ่เพื่อผลักดัน กทม.ให้เป็นได้มากกว่านี้

“ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ได้รับการยอมรับทางการเมืองในอุดมการณ์ของพรรค ซื่อสัตย์สุจริต และในช่วงการเมืองขัดแย้ง ยังได้ประสานงานให้เรียบร้อย หลายคนถามว่ามีช่วงหนึ่งหายไปจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้ไม่ต้องสงสัยว่าจะอยู่หรือไม่ หากเขาไม่ตัดสินใจ โอกาสที่ได้เป็น สส. หรือตำแหน่งบริหารเกิดขึ้นได้ แต่ความมุ่งมั่นอยากกลับมาช่วยประชาธิปัตย์ยามที่พรรคเป็นรอง ใจเขาเกินร้อย และตัดสินใจว่า วันนี้ทุ่มเทให้คน กทม. ทำให้ กทม.เป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ เป็น กทม.เมืองฟ้าอมร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่นายอนุชา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหาร กทม. ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่อยากทำคือ ให้ กทม.เป็นเมืองฟ้าอมร And More โดยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงให้เป็นเมืองที่เป็นอนาคตคนรุ่นใหม่ สำหรับนโยบายคือ การพัฒนา กทม. ให้สะดวก สะอาด สบาย และ and more เผื่อมีคนคิดว่าไม่พอ ตนพร้อมรับฟังทุกความเห็น

ดังนั้น หากพิจารณาจากตัวเลือกที่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่เด่นๆ ที่มีการเปิดตัวกันในตอนนี้ มีอยู่ 3-4 คน นั่นคือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน หรือก่อนหน้านั้นก็มี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ประกาศลงสมัครชิงเก้าอี้ในนามอิสระไปก่อนใคร เมื่อหลายเดือนก่อน รวมไปถึง นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สมัครในนามอิสระ

เมื่อพิจารณาจากรายชื่อ เท่าที่เห็นแล้ว หากพิจารณากันตามความเป็นจริง นาทีนี้ ถือว่านายชัชชาติ น่าจะเหนือกว่าคนอื่น ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่านายชัชชาติ น่าจะได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงทิ้งขาด ผู้สมัครรายอื่น แม้ว่าจะว่าไปแล้ว เมื่อพิจารณาสำรวจผลงานในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ไม่ได้มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

สิ่งที่สร้างความโดดเด่น นั่นคือการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย ไม่มีพิธีรีตอง มีกิจกรรมร่วมที่สร้างความชื่นชอบให้กับคนกรุงเทพฯทุกช่วงวัย และสิ่งที่เห็นในยุคที่เขาเป็นผู้ว่าฯกรุงเทพ ก็คือ การสานต่อการปรับปรุงทางเท้าให้เรียบ มีระเบียบ มีการจัดการปัญหาขยะที่ดีขึ้น มีการจัดกิจกรรมในสวนสาธารณะ มีการสร้างกระแสการออกกำลังกาย เป็นต้น ขณะที่นโยบายหรือเป้าหมายกว่าสองร้อยโครงการ ในช่วงหาเสียงครั้งแรก นั้นถือว่ายังทำได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำไป แต่ถึงอย่างไรนาทีนี้ ถือว่า นายชัชชาติ มีความโดดเด่นมากที่สุด แต่ขณะเดียวกันหากเขากลับมาเป็นผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ก็ต้องถูกจับตาถึงการสร้างผลงานอย่างจริงจัง และได้เวลาโชว์ “ของจริง” ว่าทำได้แค่ไหน ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย ลอยไปลอยมา

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าพิจารณาก็คือเป้าหมายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในอนาคต หลังจากครบวาระผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในสมัยที่สอง ว่าเขาจะมีเป้าหมายแบบไหนกันน่า จะหวนกลับเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติอีกครั้งหรือไม่ หรือว่าจะมีเส้นทางแค่ระดับท้องถิ่นเท่านั้น ดังนั้น แม้ว่ายังมีเวลาอีกยาวไกล อาจยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องมีพูดถึงกันในตอนนี้ก็ตาม แต่สำหรับเขาแล้วตอนนี้ก็ถือว่า น่าติดตาม โดยเฉพาะกับการเมืองในยุคใหม่!!