“อภิสิทธิ์” อัดรัฐบาลเลือกปัดตกกฎหมายภาคประชาชน-แรงงาน-อสม. สะท้อนทัศนคติเมินเสียงคนตัวเล็ก จี้เคารพผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญ เตือนหากเริ่มกระบวนการใหม่ อาจดึงประเทศกลับสู่วังวนความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้ง
วันนี้ (15 พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายว่าวันนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิคทางกฎหมาย แต่เป็นเรื่องเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการผลักดันงานด้านนิติบัญญัติ ซึ่งผู้ที่ควรชี้แจงคือหัวหน้ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรง ตนพร้อมสนับสนุนกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลยืนยันให้เดินหน้าต่อ ทั้งกฎหมายอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กฎหมายล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการ กฎหมายแข่งขันทางการค้าเพื่อแก้ปัญหาการผูกขาด รวมถึงกฎหมายอากาศสะอาด และกฎหมายเกี่ยวกับบุคลากรทางการศึกษา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลเลือก “ไม่ยืนยัน” ซึ่งสะท้อนแนวคิดและทัศนคติของรัฐบาล โดยเฉพาะร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ดำเนินความพยายามกันมากว่า 10 ปี และเกิดความหวังขึ้นหลังพรรคการเมืองใหญ่เคยมีข้อตกลงร่วมกัน รวมถึงผ่านการทำประชามติที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบแล้ว
“รัฐบาลควรเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไปลงประชามติ เพราะเป็นสิ่งที่รัฐบาลเองขอให้ประชาชนตัดสินใจ แต่วันนี้กลับเลือกไม่ยืนยัน จนต้องไปเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แม้การยืนยันร่างกฎหมายไม่ได้หมายความว่าจะผ่านทันที แต่หากรัฐบาลยืนยันก็จะสามารถย้อนกลับไปพิจารณาเนื้อหาที่ค้างอยู่ต่อไปได้โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนเรื่องหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งในสภาชุดก่อนเริ่มมีทางออกเชิงประนีประนอมแล้ว แต่การให้เริ่มต้นใหม่อาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองกลับมาอีกครั้ง
“การไม่ยืนยันครั้งนี้จึงเท่ากับไม่เคารพข้อตกลงเดิม ไม่เคารพเสียงประชาชน และเสี่ยงทำให้การแก้รัฐธรรมนูญกลับเข้าสู่วังวนความขัดแย้งอีกครั้ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งคำถามถึงการที่รัฐบาลไม่ยืนยันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการรายงานมลพิษ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ภาคประชาชนรวบรวมรายชื่อเสนอ และยังสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่รัฐบาลประกาศต้องการเข้าร่วม พร้อมมองว่าเหตุผลสำคัญอาจเป็นเพียงเพราะกฎหมายดังกล่าวมาจากภาคประชาชน
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ตนไม่ได้คัดค้านแนวคิดร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง แต่ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อนักการเมืองกลับได้รับการผลักดัน ขณะที่กฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนเรื่องที่ดินทำกินกลับถูกปัดตก ส่วนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ ที่รัฐบาลไม่ยืนยันเป็นการสะท้อนว่ารัฐบาลมองข้ามผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ
ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ยังทวงถามถึงร่างกฎหมายเกี่ยวกับ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. โดยระบุว่า ช่วงหาเสียงเลือกตั้งทุกพรรคต่างประกาศสนับสนุน อสม. แต่หลังเลือกตั้งกลับไม่มีการผลักดันกฎหมายยกระดับสถานะและสวัสดิการของกลุ่มดังกล่าว
“ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเลือกตั้งทุกคนรัก อสม. แต่พอเลือกตั้งเสร็จ กฎหมายที่เคยผลักดันกลับถูกทิ้ง ทั้งที่ อสม. เป็นกลุ่มคนที่ทั่วโลกยกให้เป็นแบบอย่าง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว


