xs
xsm
sm
md
lg

ถึงคิวเซียนพระดัง “อั๊ง เมืองชล” ป.ป.ช.แจ้งความ "ติดสินบน" ช่วยรอดคดี ** เสรีมีไว้ลุย!! “เสรีพิศุทธ์”รับเป็นเข้าภาพยื่นถอดถอน “เสี่ยหนู-เสี่ยนก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ ถึงคิวเซียนพระดัง “อั๊ง เมืองชล” ป.ป.ช.แจ้งความ "ติดสินบน" ช่วยรอดคดี

ช่วงนี้มีเรื่องราวข่าวฉาวของ“เซียนพระ”ให้สังคมได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างที่ คดี"เซียนกระดาษ" หรือเซียนพระสแกมเมอร์ ที่มีพฤติการณ์หลอกลวง โกงเหยื่อเป็นปกติธุระ มูลค่าความเสียหาย 2,000 -2,500 ล้าน และประเด็นขัดแย้งระหว่าง “มาดามเก่ง” กับ “โทน บางแค” ยังไม่มีอะไรลงเอย ก็มีเซียนพระชื่อดัง “อั๊ง เมืองชล” หรือ นายสมภพ ไทยธีระเสถียร มาแรงแซงโค้ง โผล่มาแย่งซีน

อั๊ง เมืองชล
ว่ากันว่า “อั๊ง เมืองชล” ล่าสุดถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งความดําเนินคดีฐาน พยายาม "ติดสินบน" เจ้าพนักงานไต่สวนของ ป.ป.ช. โดยเชื่อว่าเป็นการให้สินบนเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นคดีที่เข้าไปเป็นพยานเท็จให้ “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. โดยป.ป.ช. มีหลักฐานทั้งพยายานบุคคล และภาพกล้องวงจรปิด มัดตัวแน่นหนา

นี่คงต้องติดตามกันต่อว่า ก่อนเซียนๆ ฉาวในข่าวทั้งหลายจะย้ายที่อยู่ จรลีเข้าคุก กลับกลายจะเป็น “อั้ง เมืองชล” ที่ถูกกล่าวหาผิดคดีอาญา ก่อนใครหรือไม่ ?

งานนี้ สะท้อนให้เห็นถึงขบวนการที่คุ้นเคยกับการใช้เส้น ใช้เงิน ใช้คนกลางและใช้เครือข่ายสีเทา เข้าไปบิดกระบวนการตรวจสอบของรัฐ

รูปจากกล้องวงจรปิดที่ อั๊ง เมืองชล พยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.
จากสารตั้งต้นคดี “ตบแต่งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน” ของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ อดีต รอง ผบ.ตร. ถูกกล่าวหาร่วมกันกับพวก ซึ่งมีทั้งเซียนพระชื่อดัง อดีตอนุกรรมการป.ป.ช. หลายสมัย และนายตำรวจยศ พ.ต.ท.เข้ามาเกี่ยวข้อง

คดีนี้ฝ่าย “โจ๊ก” พยายามโบ้ยบ้ายว่าเป็นเรื่อง “กลั่นแกล้ง” แต่คำถามก็คือ ถ้าบัญชีทรัพย์สินโปร่งใสจริง ทำไมต้องมีคนตบแต่ง? ถ้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง ทำไมต้องมีคนประสานทั้งภายใน–ภายนอก? และถ้าไม่ได้คิดจะซื้อใจใคร ทำไมถึงมีภาพยื่นเงิน ยื่นซอง ต่อหน้ากล้องวงจรปิดของ“เซียนพระ”ในพื้นที่ป.ป.ช.?

คนวงในป.ป.ช. เชื่อว่า ขบวนการนี้ติดนิสัยดั้งเดิมว่า “ทุกระบบซื้อได้” ทุกคนต่อรองได้ แต่ทุกด่านต้องมีราคาที่ต้องจ่าย แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่เล่นด้วย

เดชะบุญที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ผู้น้อย แต่มีคุณธรรมสูงส่ง ไม่รับสินบน เพราะถ้ากระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ ยังถูกแทรกแซงได้ ประเทศนี้จะเหลืออะไรให้ประชาชนเชื่อถือ ?

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
เมื่อเกิดเป็นเรื่องขึ้นมา คดีนี้ต้องไปให้สุด ไม่ใช่หยุดแค่คนยื่นซอง แต่ต้องลากให้เห็นทั้งเครือข่ายว่า คนอยู่เบื้องหลังเป็นใคร ใครสั่ง ใครประสาน ใครตบแต่ง ใครได้ประโยชน์ ?

คราครั้งนี้ ป.ป.ช. ต้องไม่ปล่อยให้เป็นแค่ข่าวฉาว แต่ต้องทำให้เป็นคดีตัวอย่างว่า ยุคใช้เงินซื้อความเงียบ ใช้ "ทองคำ" พลิกคดี ต้องจบลงเสียที!!

คดีตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล” ลากยาวมาจนจะครบอายุความ 5 ปี ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทำไมไม่มีมติกรรมการป.ป.ช. ชี้ขาดออกมาสักที ทั้งที่หลังโดนจับผิดสินบน “ทองคำ 246 บาท” ซึ่ง ป.ป.ช.วางกำหนดจะตัดสินไม่เกินต้นปี แต่หลังมีการแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ วางขุมอำนาจโดยสามผู้ยิ่งใหญ่ “ต-ต และ อ” เรื่องก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆ

งานนี้จึงน่าสงสัย ป.ป.ช.กำลังทำอะไรอยู่ หรือกำลังสร้าง “ทองภาค2” โดยที่พล็อตเรื่อง -พระเอก และ ตัวร้าย จะแตกต่างจาก “ทอง 246” ออกไปชนิด “หนังคนละม้วน” หรือไม่ ?

โปรดติดตามอย่ากระพริบตา

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
++ เสรีมีไว้ลุย!! “เสรีพิศุทธ์”รับเป็นเข้าภาพยื่นถอดถอน “เสี่ยหนู-เสี่ยนก”

เมื่อพูดถึงที่ดิน “เขากระโดง” ที่ผูกโยงกับ “ตระกูลชิดชอบ” ถือว่า นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้องถึง “ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ”... คือถ้าเป็นประชาชนทั่วไป คงจบไปนานแล้ว เพราะศาลฎีกาพิพากษาออกมาแล้วว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ
แต่พอมาเกี่ยวข้องกับอิทธิพลทางการเมือง โดยเฉพาะกับ“ตระกูลชิดชอบ” ที่กำลังเฟื่องฟู ขึ้นหม้อ คดีกลับยืดเยื้อและกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนไปเสียได้

คนบุรีรัมย์ ที่เป็นฐานการเมือง ที่ชมชอบการเมืองแบบ “บ้านใหญ่” อาจมองว่า ตระกูลนี้มีผลงานพัฒนาพื้นที่ ทั้งด้านกีฬา เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็จะคิดว่าเรื่องเขากระโดง เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

แต่คนที่ไม่ชอบการเมืองแบบบ้านใหญ่ หรือ “ระบบอุปถัมภ์” ก็จะมองว่า นี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ของ“ทุน-การเมือง-รัฐ” ที่พัวพันกันอย่างแยกไม่ออก

และยังเชื่อมโยงไปถึงความรู้สึกของสังคม ในเรื่องความเป็นธรรม...อิทธิพลทางการเมือง...เรื่องสองมาตรฐาน...และความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐและศาล

อนุทิน ชาญวีรกูล
“คดีเขากระโดง” จึงเป็นมากกว่าคดีที่ดินธรรมดาทั่วๆไป ที่สังคมค้างคาใจ อยากเห็นบทสรุป ทั้งในส่วนของตัวที่ดิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

“ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จึงออกมาประกาศจะรับอาสาทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง!
โดยเตรียมส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยถอดถอน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ“เนวิน ชิดชอบ”

ฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง!

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” บอกว่าหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องได้เตรียมไว้แล้ว แบ่งเป็น 3 ประเด็นหลักได้แก่ ปัญหาที่ดินเขากระโดง... การนำงบประมาณไปสนับสนุนการแข่งขันรถจักรยานยนต์ “โมโตจีพี” ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงล่าสุด ที่ “รัฐบาลอนุทิน” ประเคนงบเพิ่มให้อีก 4 พันล้านบาท ... และการใช้พื้นที่ผิดกฎหมาย จัดการประชุมสัมมนาพรรค

ใน 3 ประเด็นนี้ จะยื่นเรื่องที่ดินเขากระโดง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นลำดับแรก

โดยหลักฐานสำคัญประกอบด้วย แผนที่ที่ดินเขากระโดง...หนังสือกรมที่ดิน ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2498 ซึ่งเป็นแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ระบุชัดเจนว่า โฉนดดังกล่าวเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่ปัจจุบันกลับมีบ้านพักของผู้มีอิทธิพล รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี และสนามกีฬาตั้งอยู่ ทั้งที่ศาลฎีกา และศาลอุทธรณ์ เคยมีคำพิพากษาว่า เป็นที่ดินของการรถไฟฯ และสั่งให้ผู้อยู่อาศัยย้ายออก

ซึ่ง “ไชยชนก ชิดชอบ” ก็มีที่ดินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ถือว่าผิดกฎหมาย และเข้าข่ายต้องถูกถอดถอน

ไชยชนก ชิดชอบ
“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์”มองว่า เหตุที่ปัญหายืดเยื้อ เพราะที่ผ่านมาเมื่อพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะต่อรอง เอา 3 กระทรวงหลักมาดูแล คือ...กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อดึงงบฯ มาสนับสนุนสนามแข่งรถ...กระทรวงคมนาคมเพื่อควบคุมการรถไฟฯ ไม่ให้ฟ้องร้อง และกระทรวงมหาดไทย เพื่อควบคุมกรมที่ดิน ไม่ให้เพิกถอนเอกสารการครอบครองที่ดิน
เอกสาร หลักฐานพร้อม ตอนนี้ขาดแต่เพียงสส.ที่จะร่วมลงชื่อสนับสนุน ซึ่งต้องใช้เสียงอย่างน้อย 50 คน แต่พรรคเสรีรวมไทย มีสส.เพียงคนเดียว คือตัว“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” จึงต้องการเสียงสส.ฝ่ายค้าน จากพรรคประชาชน ประชาธิปัตย์ กล้าธรรม ไทยรวมพลัง มาร่วมสนับสนุน

วัดใจกันไปเลย ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่สนับสนุน ก็ถือว่าไม่ใช่ฝ่ายค้าน แต่เป็นพรรคคอยร่วมรัฐบาล!

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” บอกว่า ถ้าถึงที่สุดแล้ว ไม่มีสส.มาร่วมลงชื่อจนครบ 50 คนก็คงต้องเปลี่ยนเส้นทาง ไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แทน

หรืออาจนำคำร้องไปยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้พิจารณาชี้มูลความผิด “อนุทิน ชาญวีรกูล- ไชยชนก ชิดชอบ -ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามมาตรา157

จากนั้นจะไปบุรีรัมย์ แจ้งความดำเนินคดีกับ “ตระกูลชิดชอบ” ทั้งหมด ในข้อหาบุกรุกที่ดินเขากระโดง รวมถึงเอาผิดผู้ว่าการรถไฟฯ คนใหม่ด้วย หากยังคงเพิกเฉย!!

งานนี้ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” บอกจะไปให้สุดซอย ให้สมกับที่ได้ประกาศไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า...“ เสรีมีไว้ลุย...โกงเจอกู!! ”