xs
xsm
sm
md
lg

สนองนโยบายสิงห์หนู "Right to Work" เอาแน่! ออกบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ของบฯ UNHCR เฉพาะกลุ่มในค่ายหนีภัยสู้รบเมียนมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาดไทย เอาแน่! จ่อออก "บัตรประจำตัวต่างด้าว" เฉพาะกลุ่ม ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ตามนโยบาย "สิงห์หนู" Right to Work หนุนการทำงานพึ่งพาตนเอง เปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยที่อยู่ศูนย์พักพิง 4 จว.ชายแดน ตัวเลขปี 68 กว่า 2 แสนคน เฉพาะที่มีศักยภาพและอยู่ในวัยแรงงาน สามารถออกมาทำงานนอกพื้นที่พักพิงฯ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เผย คณะทำงาน รับลูกปรับยุทธศาสตร์ จ่อของบฯ "UNHCR" ผลิตบัตรให้เป้าหมาย "กลุ่มวัยแรงงาน" ออกไปทำงานเป็นลำดับแรก

วันนี้ (14 พ.ค. 69) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การประชุมเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการกำหนดแนวทางเชิงนโยบายต่อการบริหารจัดการพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับ ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.)

ที่มี นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน ในฐานะหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

เป็นการจัดประชุม ตามนโยบาย 'Right to Work' หรือ การส่งเสริมสิทธิในการประกอบอาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยที่มีศักยภาพและอยู่ในวัยแรงงาน สามารถออกมาทำงานนอกพื้นที่พักพิงฯ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้วยแนวทางส่งเสริมการหาเลี้ยงชีพเปลี่ยนผ่านจากการรอรับความช่วยเหลือ (Humanitarian Assistance) ไปสู่การพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

"ล่าสุด กระทรวงมหาดไทย มีความคืบหน้าสำคัญในการจัดทำ "บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยสำหรับกลุ่ม ผภร." ซึ่งจะช่วยให้ผู้หนีภัยใช้พิสูจน์ตัวตนเพื่อรับสิทธิในการทำงานและเข้าถึงบริการพื้นฐาน เช่น การเปิดบัญชีธนาคารและการทำธุรกรรมทางการเงิน

โดยขณะนี้ กรมการปกครอง กำลังประสานความร่วมมือขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเทศไทย เพื่อดำเนินการผลิตบัตรให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดยจะเริ่มจากกลุ่มวัยแรงงานที่ออกไปทำงานเป็นลำดับแรก

นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ (SOP) ให้เป็นเอกภาพร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะขยายพื้นที่จ้างงานให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคเอกชนและลดความเสี่ยงด้านการละเมิดมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงระบบออนไลน์ของกรมการจัดหางานให้ยืดหยุ่นขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ในระยะยาว ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันบริหารความเสี่ยงและสร้างการยอมรับของสังคมต่อกลุ่มผู้ที่หนีภัยฯ ที่ออกไปทำงานข้างนอกให้มากขึ้น โดยจะต้องมีการจัดทำระบบข้อมูลกลาง (Dashboard) เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ของนโยบายอย่างใกล้ชิด

พร้อมทั้งดูแลกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ผ่านมาตรการทางสังคมและประกันสุขภาพ

"ซึ่งแผนปฏิบัติการที่หารือกันในวันนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญที่กระทรวงมหาดไทย นำเสนอต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อกำหนดเป็นนโยบายระดับชาติในการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน"

สำหรับ ตัวเลขผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) ที่อาศัยอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ใน 4 จังหวัดชายแดนไทย (ตาก, แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี, ราชบุรี) มีจำนวนมากกว่า 90,000 ถึง 200,000 คนในช่วงปี 2568 (อ้างอิงข้อมูลช่วง ก.พ. - ก.ย. 2568)

โดยรัฐบาลไทยมีแนวทางจัดการเน้นหลักมนุษยธรรมและผ่อนปรนให้ทำงานได้.