สส.กธ. หนุนปฏิรูปกฎหมายล้าหลัง ดันปลดล็อกรถตู้ VIP 8 ที่นั่งภูเก็ต ชี้กฎเดิมไม่สอดรับเมืองท่องเที่ยวระดับโลก วอนปรับระเบียบให้คนตัวเล็กทำมาหากินได้ถูกกฎหมาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ และผู้ใช้วีลแชร์ พร้อมเสนอใช้ภูเก็ตเป็นโมเดลนำร่องยกระดับมาตรฐานบริการท่องเที่ยวไทย
วันนี้ (14พ.ค.) นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม อภิปรายร่วมสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและติดตามการปฏิรูปกฎหมายและการยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง โดยระบุว่า การสนับสนุนญัตติครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ “คนตัวเล็ก” คนทำมาหากิน และผู้ประกอบอาชีพจริง ที่ต้องการมีรายได้เลี้ยงชีพและอยากอยู่ในระบบกฎหมายอย่างถูกต้อง
นางสาวอรทัย กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก รายได้หลักของคนในพื้นที่มาจากอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยหนึ่งในอาชีพสำคัญคือ รถตู้โดยสารสาธารณะไม่ประจำทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์การเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงเป็นรายได้หลักในการเลี้ยงดูครอบครัวของชาวภูเก็ต
ทั้งนี้ ได้เสนอให้มีการปรับระเบียบการจัดวางที่นั่งรถตู้โดยสารสาธารณะไม่ประจำทางของจังหวัดภูเก็ต ผ่าน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันภูเก็ตมีรถตู้สาธารณะกว่า 7,000 คัน แบ่งเป็นป้ายเหลืองหมวด 31 และป้ายขาว-ฟ้าหมวด 36 ซึ่งกฎหมายกำหนดจำนวนที่นั่งไว้ไม่เกิน 13 และไม่เกิน 10 ที่นั่งตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม นางสาวอรทัย ระบุว่า ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรถตู้ให้เป็นรูปแบบ “VIP V8” หรือรถตู้ 8 ที่นั่งจำนวนมาก เนื่องจากเป็นความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบาย ความปลอดภัย พื้นที่โดยสารที่กว้างขึ้น รวมถึงรองรับผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตที่การเดินทางส่วนใหญ่ต้องใช้รถยนต์โดยสารเป็นหลัก
“การปรับเปลี่ยนจำนวนที่นั่งไม่ได้เกิดจากเจ้าของรถอยากเปลี่ยนเองโดยอำเภอใจ แต่เป็นเพราะต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ตามหลัก Customer First ให้สมฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก” นางสาวอรทัย กล่าว
นางสาวอรทัย ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังอยู่ในภาวะ “ผิดกฎระเบียบ” ของกรมการขนส่งทางบก แม้จะไม่ได้ต้องการทำผิด แต่เพราะต้นทุนและขั้นตอนในการเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องยังเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก โดยหากจดทะเบียนเป็นรถ 8 ที่นั่ง จะอยู่ในลักษณะก้ำกึ่งระหว่างรถยนต์นั่งส่วนบุคคลกับรถโดยสาร ทำให้เกิดปัญหาเรื่องภาษีและการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย
“พวกเขาไม่ได้อยากทำผิด แต่ต้นทุนและขั้นตอนในการเข้าสู่ระบบความถูกต้องยังเป็นข้อจำกัดสำหรับคนตัวเล็ก แล้วทำไมเราไม่ปรับกฎให้เขาได้ถูกระเบียบ ให้พวกเขาสามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องแบบไร้ความกังวล” นางสาวอรทัย กล่าว
พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทางให้ปรับกฎระเบียบการจัดวางที่นั่งของรถตู้สาธารณะโดยสารแบบไม่ประจำทาง ให้สามารถเป็น VIP 8 ที่นั่งได้ โดยใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นโมเดลศึกษาและพื้นที่นำร่อง เพื่อทดลองแนวทางกำกับดูแลรถบริการ VIP ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงในเมืองท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ลดการกระทำผิด และเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการเข้าสู่ระบบได้อย่างแท้จริง
นางสาวอรทัย ย้ำว่า สิ่งที่เสนอไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่เป็นการทำให้ “คนที่อยากทำถูก สามารถอยู่ในระบบได้จริง” และหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองท่องเที่ยวอื่น เช่น สมุย พัทยา และกระบี่ เพื่อช่วยลดการกระทำผิด และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ผู้ประกอบการรายเล็กและครอบครัวต่อไป


