xs
xsm
sm
md
lg

“เอกนิติ” ชี้ยื่นศาลรธน.ไม่กระทบกู้ 4 แสนล. ลุยต่อบรรเทาวิกฤตมั่นคงศก. เปรียบให้ยาคนป่วย-ปัดเอื้อนายทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รมว.คลัง ชี้ ฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.ไม่กระทบพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ.ลั่น เดินหน้าต่อหลังลงราชกิจจาประกาศใช้ ยัน ต้องบรรเทาวิกฤตความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เปรียบเหมือนให้ยาคนป่วย “ต้องบรรเทา-ช่วยเปลี่ยนผ่าน-ลดค่าครองชีพ”ปัดเอื้อประโยชน์นายทุน
วันนี้ (14พ.ค.) เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อประธานสภา ส่งศาลธรรมนูญวินิฉัยว่า การตราพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ว่า เรายืนยันว่าการตราพ.ร.ก. เป็นความจำเป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะวันนี้ชัดเจนว่าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั้งโลกไม่ใช่แค่ประเทศไทย เป็นวิกฤตที่เกิดจากสงครามที่วันนี้ยังไม่จบ และมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก จนลามมาสู่วิกฤตพลังงานที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น และกำลังจะลามมาสู่วิกฤตต้นทุน ซึ่งไม่ได้เริ่มมาจากเศรษฐกิจติดลบแต่มาจากเงินเฟ้อในไตรมาสแรก ตอนนี้ขึ้นมาเป็น2.9 เปอร์เซ็นต์ และต่อไปจะกระทบกับค่าครองชีพและปากท้องประชาชน

จึงต่างจากที่มีการยกประเด็นไปเปรียบเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต ตนขอเน้นย้ำว่าวิกฤตในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งก็ผ่านมาทุกวิกฤต เช่น ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง เกิดจากค่าเงิน ที่ทุนสำรองของเราหมดต้องลอยตัวค่าเงินบาท และวิกฤตธนาคารที่แบงค์ล้ม ที่มองว่าเป็นวิกฤตของคนรวยล้มบนฟูก ส่วนปี 2552 เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์จากสหรัฐ การส่งออกติดลบทำให้เศรษฐกิจไทยติดลบ

นายเอกนิติ กล่าวว่า พ.ร.ก.ที่ออกมาเพื่อดูแลปากท้องประชาชน ส่วนที่มีการทักท้วงว่านำเงินมาเยียวยา แล้วทำไมต้องทำเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยนั้น ขออย่าไปมองวงเงินแยกเป็น 2 แสนล้านบาท กับ 2 แสนล้านบาท เพราะเงินทั้งหมดจะเยียวยาทั้งคู่ และที่ต้องทำเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงานไปพร้อมกัน เป็นการยิงนัดเดียวได้นกสองตัว วันนี้เมื่อต้นทุนสูงขึ้นหากปล่อยต่อไป ธุรกิจอาจถูกกระทบ กำไรลดลงหรือขาดทุนคนอาจตกงาน พ.ร.ก. ฉบับนี้จึงเหมือนยาที่ออกมาช่วยบรรเทาให้คนแข็งแรงขึ้น จะบอกให้รออีก5เดือน แล้วค่อยกินยาตรงนั้นคงไม่ใช่ การให้ยาวันนี้กว่าจะออกฤทธิ์ได้ผล อาจใช้เวลา4,5,6,7เดือน จึงต้องกินยาวันนี้

นายเอกนิติ กล่าวว่า ตัวอย่าง กรณีวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบให้ค่าไฟสูงขึ้น เราควรจะเปลี่ยนผ่านให้เป็นพลังงานสะอาดตั้งแต่ตอนนั้น เวลานี้การช่วยให้ติดโซล่าเซลล์ ให้รถขนส่งไปใช้ไบโอดีเซล เป็นการลดค่าครองชีพ ลดค่าไฟ และยังแก้ปัญหาระยะยาว เราจึงรอเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ได้ ย้ำว่าควรทำตั้งแต่3ปีที่แล้วด้วยซ้ำ เพราะยังไม่รู้ว่าวิกฤตจะจบเมื่อไหร่และมีโอกาสเกิดขึ้นใหม่ได้อีก แล้วบอกว่าอย่าเพิ่งกินยาเม็ดที่2 ให้รอเวลาอีก5เดือน คงไม่ได้ เราต้องช่วยตั้งแต่วันนี้เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ หันมาใช้พลังงานสะอาด ไอโอดีเซล ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตปาล์ม มันสำปะหลัง และอ้อย จะได้ประโยชน์ไปด้วย

“ผมมั่นใจว่าเราออกแบบพ.ร.ก.มาครบถ้วน พร้อมรับวิกฤตและมีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะคนป่วยวันนี้ต้องให้ยาวันนี้ ไม่ใช่รอเวลา4-5เดือน เพื่อรองบประมาณปี2570 จะไม่ทัน“นายเอกนิติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านติดใจเรื่องงบที่ใช้เปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เกรงว่าจะมีการไปเอื้อนายทุนมากกว่า นายเอกนิติ กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่ช่วยนายทุน และไม่ใช่การตีเช็คเปล่า พ.ร.ก. ทุกฉบับเขียนกลไกไว้ชัดเจน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งตนเน้นเรื่องของความโปร่งใส และจะให้เปิดเผยข้อมูลทุกอย่างว่าได้พิจารณาอะไรไป ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดของโครงการจึงให้กระทรวงต่างๆ เสนอโครงการเข้ามา โดยมีเงื่อนไขต้องช่วยและเยียวยาประชาชนให้ตรงเป้า ช่วยการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงปฏิรูปหลังวิกฤต ให้ฟื้นกลับมาได้ดีขึ้น จึงมีโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะแรงงาน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส นอกจากบรรเทาผลกระทบแล้วจะสอนทักษะด้วย และยังช่วยทำให้ผู้ประกอบการ เข้าถึงแหล่งสินเชื่อของรัฐได้ง่ายขึ้นเพื่อลดการกู้นอกระบบ และให้เอกชนร่วมนำเสนอโครงการได้ด้วยเพื่อช่วยกัน ขอย้ำว่าโครงการต่างๆเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นไปตามกระบวนการอนุมัติปกติ

เมื่อถามว่าการที่ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยจะกระทบกับโครงการต่างๆที่จะออกมาหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาของศาล ทั้งนี้พ.ร.ก.ฉบับนี้ ประกาศลงในราชกิจจา ให้มีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว เราก็ดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ และต้องชี้แจงไปว่าพ.ร.ก. มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทา ผลกระทบประชาชน ช่วยในการเปลี่ยนผ่านและลดค่าครองชีพ ในระยะยาวอีกด้วย