“ดร.โจ” คืนถิ่นตลาดพลู ย้อนวันวานวัยเด็ก หาเสียง-แนะนำตัวพ่อค้าแม่ค้า ชูผลักดันย่านท่องเที่ยว-สร้างสตอรีให้แต่ละย่าน แจง ปมรถไฟฟ้า 40 บาท ตัวเลข ปชน.เสนอ 8-45 บาท ครอบคลุมหลายต่อ ย้ำ ไม่ติดป้ายหาเสียง เหตุไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้กับคนกรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดพลู ซึ่งเป็นถิ่นเก่าในวัยเด็ก โดย นายชัยวัฒน์ ได้เดินพบปะ แนะนำกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พร้อมเปิดเผยว่า ตนมีกําหนดการลงพื้นที่ทุกวัน เดินเป็นทีม มี สส.ร่วมด้วย วันนี้เวียนมาถึงเขตธนบุรี จึงเป็นโอกาสที่ดีสําหรับตนซึ่งเกิดและเติบโตที่ตลาดพลู วันนี้จึงมาดูย้อนรอยเขตธนบุรีว่ามีอะไรที่อยากจะไฮไลต์ หรือนําเสนอนโยบายให้กับประชาชน วันนี้ตนเดินมาตั้งแต่เช้าเพื่อรับฟังประชาชน ส่วนมากเป็นปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ค้าขาย ที่อยากให้เราพัฒนาย่านตลาดพลูให้เป็นย่านที่คึกคัก มีคนมาเที่ยว มาเดินจับจ่ายใช้สอย ตรงกับนโยบายค้าขายง่ายที่เป็นวาระเมืองกรุงเทพฯ ที่เราจะผลักดันย่านท่องเที่ยวในแต่ละด้านให้มีคนในชุมชนร่วมกันสร้างสตอรี่ เรื่องราวของย่านนั้นๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ ทําให้การเดินทางง่ายสะดวกขึ้น จึงเข้ามารับฟัง และนําเสนอให้ ส่วนสิ่งที่จะนํามาปรับใช้กับที่นี่ว่าตลาดพลูขาดหรือจะเพิ่มอะไรนั้นคือเรื่องทางเดินเท้า แม้ว่ารอบๆ อาจจะเรียบ แต่บริเวณใกล้ป้ายรถเมล์ หรือจุดเชื่อมต่อต่างๆ และเส้นทางรถไฟยังเดินได้ค่อนข้างลําบาก ขนาดเด็กหรือวัยรุ่นยังลําบาก ฉะนั้น จึงต้องคํานึงถึงผู้สูงอายุและคนพิการที่จะยิ่งมีปัญหา หากทําให้ทางเดินสะดวกขึ้น มีทางเดินเชื่อมต่อที่มีหลังคากันแดดกันฝน ก็จะยิ่งทําให้การเดินทางง่ายขึ้น เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีนักท่องเที่ยวจํานวนมาก หากทางเดินดีก็จะสามารถเชื่อมต่อมาที่ตรงนี้ได้ เพื่อให้เป็นแหล่งเดินกินเดินชิม
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท ตนเคยให้สัมภาษณ์จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น ค่ารถไฟควรเป็นไปตามระยะทาง 8-45 บาท ซึ่งเรามีการขับเคลื่อนผลักดันกันมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว เรามีการร่างกฎหมายเพื่อนำเสนอเรื่องค่าโดยสารร่วม ไม่ใช่เพียงตั๋วร่วมที่ไม่เกิน 45 บาท หรือถ้าเดินทางน้อยกว่าและสั้นกว่านั้น ก็เป็นไปตามระยะทาง โดยเป็นตัวเลขที่เราศึกษากันมาตามจริง แม้จะมีการเอาภาษีมาอุดหนุนบ้าน แต่ไม่ได้อุดหนุนทั้งหมด เพราะส่วนนี้เราจะสามารถนําภาษีไปใช้สวัสดิการด้านอื่นได้ ย้ำว่า ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่เราคิดมาแล้ว จากสภาพความเป็นจริงที่ทําให้สมมุติสมเหตุสมผลตามหลักการ ซึ่งจะมีตั๋วร่วมไม่ใช่แค่ตั๋วใบเดียว หากเดินทางหลายต่อเช่น ต่อรถเมล์ต่อรถไฟฟ้า ต้องดูว่าขึ้นจากจุดไหนไปถึงอะไร ซึ่งผู้ให้บริการควรแบ่งกันเองได้ว่าจะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร คนใช้จ่ายค่าแค่ครั้งเดียว ต้นทางไปปลายทาง
เมื่อถามถึงกรณีที่จะไม่มีการติดป้ายหาเสียงในกรุงเทพมหานครจะมั่นใจได้อย่างไร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่เราจะลดจํานวนป้ายหาเสียงลง ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล ในการเลือกตั้ง กทม.ครั้งนี้ เราคิดว่า กรุงเทพฯ เป็นสนามเลือกตั้งที่เราจะทําเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง ดังนั้น ตนจึงขอเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้แต่แรก เพราะต้องการให้กรุงเทพฯ ง่าย ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ จึงไม่ติดป้ายหาเสียงบนบนถนน เพราะอาจกีดขวางทางเดินเท้าและบดบังทาง จนเกิดอุบัติเหตุได้ เราเชื่อว่าเราสามารถสื่อสารถึงประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้อีกหลายช่องทาง ไม่ใช่เฉพาะป้ายหาเสียง สําหรับผู้ว่าฯ กทม.นั้น ทั้งกรุงเทพฯ มีเบอร์เดียวอยู่แล้ว ฉะนั้น คนที่รู้จักพรรคประชาชน หรือตนสามารถจําหน้า จําเบอร์ตนได้ เข้าใจว่า มีชื่อในบัตรเลือกตั้งด้วยและเรายังมีสื่อหลายช่องทาง ทั้งแผ่นพับ โซเชียลมีเดีย อาจใช้แผ่นไวนิลผ้าใบมาติดในตลาดและใช้บิลบอร์ดกลางเมือง


