“เสรีพิศุทธ์” จ่อยื่นศาล รธน.ถอดถอน “อนุทิน-ไชยชนก” เหตุมีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์สุจริต ปมเขากระโดง ขู่ทิ้งพรรคร่วมฝ่ายค้านหากไม่ช่วยเซ็นชื่อ ลั่นเตรียมลงพื้นที่แจ้งจับตระกูลชิดชอบ
วันนี้ (14 พ.ค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าวเตรียมส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากมองว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า การยื่นคำร้องต้องใช้เสียง สส. ร่วมลงชื่ออย่างน้อย 50 คน ซึ่ง พรรคเสรีรวมไทย มี สส. เพียงคนเดียว จึงต้องขอความร่วมมือจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเบื้องต้นหารือกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง แล้ว และจะเจรจากับพรรคอื่นๆ ต่อไป เนื่องจากขณะนี้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว
สำหรับหลักฐานที่รวบรวมไว้แบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาที่ดินเขากระโดง การนำงบประมาณไปสนับสนุนการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกตั้งแต่ปี 2561 จนถึงล่าสุดที่อนุมัติงบเพิ่มอีก 4 พันล้านบาท และการใช้พื้นที่ผิดกฎหมายจัดการประชุมสัมมนา แต่เนื่องจากข้อมูลมีจำนวนมาก จึงตัดสินใจยื่นเรื่องที่ดินเขากระโดงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นลำดับแรก
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ที่มองว่าควรปล่อยให้นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศไปก่อน ว่า เปรียบเสมือนการจับโจรได้แล้วมีคนบอกให้โจรนำเงินไปเลี้ยงครอบครัวก่อนส่งตำรวจ ซึ่งหากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนหลักฐานสำคัญที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย แผนที่ที่ดินเขากระโดง และหนังสือกรมที่ดิน ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2498 ซึ่งเป็นแบบแจ้งการครอบครองที่ดินระบุชัดเจนว่าโฉนดดังกล่าวเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่ปัจจุบันกลับมีบ้านพักของผู้มีอิทธิพล รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี และสนามกีฬาตั้งอยู่ ทั้งที่ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์เคยมีคำพิพากษาว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ และสั่งให้ผู้อยู่อาศัยย้ายออก นอกจากนี้ ยังมีเอกสารบันทึกข้อตกลงเมื่อปี 2513 ระหว่างนายชัย ชิดชอบ กับการรถไฟฯ กรณีรุกล้ำพื้นที่ทำโรงโม่หิน ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในภายหลัง
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตั้งข้อสังเกตว่า พรรคภูมิใจไทย มักต้องการดูแล 3 กระทรวงหลัก ในทุกรัฐบาล คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อดึงงบสนับสนุนสนามแข่งรถ กระทรวงคมนาคม เพื่อควบคุมการรถไฟฯ ไม่ให้ฟ้องร้อง และกระทรวงมหาดไทย เพื่อควบคุมกรมที่ดิน พร้อมระบุว่า แม้ศาลจะมีคำพิพากษาแล้ว แต่อธิบดีกรมที่ดินที่เตรียมเพิกถอนสิทธิกลับถูกกดดันให้ลาออก และเมื่อนายอนุทินกลับมาดำรงตำแหน่ง ก็สั่งโยกย้ายอธิบดีกรมที่ดินอีกครั้ง พร้อมระบุว่า นายไชยชนก ก็มีที่ดินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายและเข้าข่ายต้องถูกถอดถอนเช่นกัน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า เรื่องนี้มีความชัดเจนและเป็นผลประโยชน์ของชาติ พร้อมประกาศว่า หากพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ยอมร่วมลงชื่อ ก็จะกลายเป็นเพียงพรรคที่คอยร่วมรัฐบาลเพื่อผลประโยชน์ และพร้อมลาออกจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านไปเป็นฝ่ายค้านอิสระเสียงเดียว หรือเปลี่ยนเส้นทางไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินแทน
ในช่วงท้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขู่ว่า หาก สส. ไม่ร่วมลงชื่อ จะนำคำร้องยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิด นายอนุทิน นายไชยชนก ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 พร้อมประกาศเตรียมลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับตระกูลชิดชอบทั้งหมดในข้อหาบุกรุกที่ดินเขากระโดง รวมถึงเอาผิดผู้ว่าการรถไฟฯ คนใหม่ หากยังคงเพิกเฉย


