xs
xsm
sm
md
lg

“สมชัย-เรือบิน” จี้ กกต.เปิดเผย 20 รายการข้อมูลพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 69 มีบาร์โค้ด จ่อฟ้องกลับฐานหมิ่นประมาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สมชัย-ดร.เรือบิน” จี้ กกต.เปิดเผยข้อมูล 20 รายการ ปมพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 69 มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เปิดกว้างคนร้อง-ถูกร้องนำไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ ขู่ไม่ให้ เตรียมใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เผย 3 เดือน คดีฟ้องบุคคลยังไม่มีหมายเรียก เตรียมฟ้องกลับ กกต.ฐานหมิ่นประมาท เหตุทำเสียชื่อเสียง

วันนี้ (12 พ.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. พร้อมด้วย นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอหลักฐาน 20 รายการเกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้ง 2569 ที่มีบาร์โค้ดและคิวคาร์โค้ด ที่สามารถสืบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น มติคณะกรรมการการเลือกตั้งที่อนุมัติการใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือเอกสารของ กกต.ที่ระบุเจตนา หรือวัตถุประสงค์ การพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คำอธิบายทางเทคนิคว่าคิวอาร์โค้และบาร์โค้ดป้องกันการปลอมแปลงอย่างไร รวมถึงนโยบายการเก็บรักษาและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสอทธิเลือกตั้ง

นายธรรม์ธีร์ กล่าวว่า การยื่นเอกสารครั้งนี้ เพื่อใช้สิทธิประชาชนตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบว่า ข้อมูลจากการใช้สิทธิเลือกตั้งถูกนำไปใช้อย่างไร ปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ตนได้ศึกษากฎหมายและระเบียบ กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งรวม 5 ฉบับ กว่า 606 หน้า แต่ไม่พบคำว่า “บาร์โค้ด” หรือ “คิวอาร์โค้ด” จึงเกิดข้อสงสัยว่าการนำระบบดังกล่าวมาใช้ผ่านการพิจารณาอย่างไร สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มากน้อยเพียงใด เอกสารที่ขอจำนวน 20 รายการ ไม่ใช่ความลับราชการ เป็นเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอน กรอบการทำงาน เช่น บันทึกการประชุม เหตุผลการใช้บาร์โค้ด และมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ย้ำว่ายังมีข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดถูกใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงจริงหรือไม่

ด้าน นายสมชัย ระบุว่า คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มีใช้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่สืบย้อนกลับมาได้แค่ว่าบัตรเลือกตั้งนี้มาจากเล่มที่เท่าใด แต่ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2569 เป็นครั้งแรก ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดสามารถสืบย้อนกลับถึงลำดับของบัตรแต่ละใบ ที่ตรงกับต้นขั้ว ทำให้บัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับรู้ว่าใครเลือกใคร วันนี้จึงต้องการรู้ว่าที่ กกต.ตัดสินใจให้มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาจากอะไร จึงมาขอเอกสาร ทั้งมติ กกต.ว่ามีเมื่อใด ก่อนมีมติมีการถกเถียงกันหรือไม่ มีการออกเป็นระเบียบคำสั่งต่างๆ ที่สืบเนื่องในการที่จะให้ใช้บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดหรือไม่ และเรื่องที่ไม่เคยมีใครรู้จาก กกต.คือ เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง มีข้อกำหนดอย่างไร มีข้อความที่ชัดเจนหรือไม่ว่าต้องมีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีในมติ กกต.หรือในเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ก็จะเกิดคำถามว่า กกต.ใช้ฐานอำนาจอะไรในการดำเนินการให้มีบาร์โค้ดเกิดขึ้น

“เราเห็นว่า เอกสารเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นในการสืบข้อมูล ข้อเท็จจริงเราก็ยินดี อยากให้ศาลเรียกเอกสารตามรายการที่ได้ขอจาก กกต. เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าการที่เราขอตรงจาก กกต.จะได้รับเอกสารเมื่อใด และจะได้รับหรือไม่ หรือเราจะต้องใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารในการขอเอกสาร อย่างไรก็ตาม เอกสารมีหลายรายการ ทางคณะก็จะมีการทยอยเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ผ่านสื่อโซเชียล หรือคนที่ยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็สามารถใช้เอกสารเหล่านี้เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญได้


นายสมชัย ยังมองว่า เอกสารหลักฐานที่ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นขอกับผู้ร้องและผู้ถูกร้องยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ เพราะในข้อเท็จจริงยังมีเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดทำรายละเอียด ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งหากศาลเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาก็สามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีได้ แต่หากเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และเห็นว่าเอกสารหลักฐานที่ผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้นำเสนอต่อศาล เท่าที่ทราบมีเพียง 20% จากเอกสารที่ตนได้ร้องขอจาก กกต.แต่ทั้งนี้ตนคงไม่ยื่นขอเป็นผู้ร้องสอดต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ที่ศาลเรียกเป็นพยานหากต้องการนำเอกสารข้อมูลที่ตนนำเสนอไปใช้ก็ยินดี พร้อมยอมรับว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้เชิญตนและคณะบุคคลที่ถูกฟ้องไปเป็นพยาน ทั้งที่ผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินมีการร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ตนเป็นพยาน ต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจง ระบุว่า กังวลการตั้งประเด็นของศาลจะทำให้ได้คำตอบไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้ร้อง นายสมชัย กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้ที่จะชี้แจงข้อมูลว่าจะตอบเท่าที่ศาลถาม หรือมากกว่านั้น ซึ่งถ้าตอบมากกว่าที่ศาลถามก็จะสามารถโยงเหตุผลต่างๆ ให้ศาลเห็นว่าแม้จะไม่เห็นบาร์โค้ด และ QR code ในวันเลือกตั้ง หรือไม่รู้มาก่อน แต่การมี QR code และ barcode ทำให้เชื่อว่าสามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร เราจึงไม่อยากจะพูดว่าคำถามของศาลเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพียงแต่อยากให้สังคมเห็นว่าศาลตั้งคำถามอย่างไร และเป็นหน้าที่ของฝ่ายผู้ที่ได้รับหนังสือจากศาลที่จะเป็นผู้ตอบให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด

นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่า ในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ทางตนและคณะจะไปดำเนินการยื่นฟ้อง กกต. และคณะ รวม 10 คน ในคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทต่อกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากขณะนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน คดีที่ กกต.ยื่นฟ้องต่อคณะบุคคล ทางกองปราบยังไม่ได้มีการออกหมายเรียก และเมื่อทวงถามก็ไม่มีความคืบ จึงเห็นว่า การที่มีข้อมูลรายชื่อที่ กกต. ยื่นฟ้องหลุดออกมามีใครบ้างทำให้เกิดความเสียหาย กระทบต่อชื่อเสียงละการประกอบอาชีพ