xs
xsm
sm
md
lg

“ศุภจี” เล็งนำเงินจาก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน กระตุ้นซื้อสินค้าไทยช่วยไทย แจกคูปอง-ช่วยค่าน้ำมันรถเร่เข้าถึงชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ศุภจี” เผย เตรียมนำเงินจาก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน บางส่วนหนุนไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นการซื้อสินค้า เตรียมแจกคูปองรถเร่ เติมน้ำมันกระจายสินค้าเข้าถึงชุมชน ย้ำ คุมราคาวัตถุดิบตั้งต้นร้านอาหาร ไม่ให้ขึ้นราคามากกว่านี้

วันที่ 12 พ.ค.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโครงการไทยช่วยไทย จะนำงบประมาณใน พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท มาช่วยสนับสนุนโครงการหรือไม่ ว่า โครงการนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้งบประมาณมา 1 ก้อน จากคณะรัฐมนตรี ที่ได้รับการอนุมัติมาแล้ว ดังนั้น จึงมีการขยาย นำสินค้า SME และสินค้าชุมชนเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดจุดจำหน่ายสินค้าตามอำเภอต่างๆ พร้อมกับได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย ในการกระจายสินค้าไปยังจุดต่างๆ เหล่านั้น อีกทั้งการขายของบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมยอมรับว่า เงินกู้ก้อนดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ด้วยเช่นกัน เพราะโครงการนี้จะสามารถช่วยให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในราคาประหยัด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จะช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้ โดยตั้งเป้าจะกระจายให้สินค้าทั่วถึงทั้งประเทศในเครือข่ายร้านค้ากว่า 300 แห่ง ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ทำความร่วมมือไว้ รวมถึงตามอำเภอต่างๆ

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังจะกระจายสินค้าไปยังจุดที่เข้าไม่ถึง ซึ่งทางกระทรวงมีการรับสมัครรถเร่ ผ่านทางกรมการปกครอง ขณะนี้มีผู้สมัครนับหมื่นรายแล้ว โดยจะมีการสนับสนุนจุดกระจายสินค้าและบัตรเติมน้ำมันตามขนาดของรถ เช่น รถสามล้อ 1,500 บาท รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง 1,000 บาท เป็นต้น และยืนยันว่า จะต้องทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคถึงมือประชาชนให้ได้

ส่วนการแก้ไขปัญหาราคาอาหารตามสั่ง ที่ขณะนี้ขยับตัวสูงขึ้น และเกิดภาวะเงินเฟ้อ กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการดูแลอย่างไรนั้น นางศุภจี กล่าวว่า จะมีการดูแลในเรื่องของวัตถุดิบ พยายามควบคุมราคาสินค้าประเภทนี้ เพราะถือเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ซึ่งอยู่ในโครงการไทยช่วยไทยอยู่แล้ว เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา ซอส น้ำมันพืช ฯลฯ ดังนั้น จึงต้องขอความร่วมมือร้านค้าให้ช่วยกันซื้อสินค้าจากต้นทาง แต่ก็มีความเข้าใจในเรื่องของค่าโดยสารและค่าน้ำมัน ซึ่งต้องเป็นไปตามกลไกการตลาด

สำหรับแผนระยะกลางและระยะยาวในการดูแลราคาสินค้า นางศุภจี ระบุว่า ขณะนี้มาตรการระยะสั้น มีสินค้าลดราคาจากร้านค้า ที่เข้าร่วมรายการกว่า 3,000 รายการ ส่วนระยะกลาง และระยะยาว จะมีการดึงสินค้า SME และสินค้าวิสาหกิจชุมชนเข้ามาในโครงการระยะยาวด้วย ดังนั้น โครงการไทยช่วยไทยพลัส จึงเป็นโครงการที่มอบสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด และเป็นการสร้างศักยภาพ และรายได้ ให้กับสินค้าชุมชน รวมถึงจะมีการนำสินค้าเกษตร จากพื้นที่ต่างๆ มาร่วมในจุดกระจายสินค้าด้วย โดยจะมีการขยายความร่วมมือไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับสินค้าต่อไป