รมว.คลัง ยัน ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หลังฝ่ายค้านยื่นศาล รธน.ตีความ ย้ำ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ชี้ ช่วยระยะสั้น แต่ได้ผลยาว รับเงินเฟ้ออาจแตะ 4-5% ส่วน “ไทยช่วยไทย พลัส” ต้องมี คกก.กลั่นกรองก่อน เข้า ครม.
วันนี้ (11 พ.ค.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า วันนี้ที่รัฐบาลดำเนินการ เพราะต้องการช่วยประชาชน ซึ่งจะมีวิกฤตมาอีกหลายระลอก และยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ดังนั้น จึงต้องเตรียมพร้อม อีกทั้งการประชุมอาเซียน ออกมาบอกว่า ประเทศไทยก็พึ่งพาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ที่นำเข้าจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ เพราะต้นเหตุของวิกฤตคือมาจากเรื่องเริ่มจากสงคราม พลังงาน จนทำให้เกิดวิกฤตต้นทุน เห็นได้จากเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ 2.9% และคิดว่าจะหนักมากขึ้น และเกิดวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งทำให้กำลังซื้อระลอกต่อไปตก และส่งผลไปถึงธุรกิจ SME หากเราปล่อยไปแบบนี้ จะเกิดการตกงาน ปัญหาสภาพคล่อง ธุรกิจขาดทุน ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของเศรษฐกิจ แม้การแก้ปัญหาครั้งนี้จะเป็นระยะสั้น แต่ได้ผลยาว ซึ่งต้องแยกผลระหว่างความจำเป็นเร่งด่วน กับผลในระยะยาว
พร้อมย้ำว่า ขณะนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการ เรายังต้องพึ่งพาน้ำมันและพลังงาน ดังนั้น การออก พ.ร.ก. ดังกล่าว เพราะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือประชาชน
ส่วนการที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่อโครงการของรัฐบาล หรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า วันนี้คิดว่าต้องเดินหน้า แต่ก็เข้าใจการออกพระราชกำหนดทุกครั้ง ฝ่ายค้านก็ทำตามหน้าที่ วันนี้เมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งการออกพระราชกำหนดดังกล่าวให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงิน แต่ไม่สามารถไปใส่ชื่อโครงการก่อนได้
นายเอกนิติ ยังยืนยันอีกว่า การออกพระราชกำหนดดังกล่าว ไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะวิกฤตครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต และการที่มูดีส์ชื่นชมประเทศไทย ที่มีเสถียรภาพด้านการต่างประเทศ มองว่า เป็นคนละประเด็นกัน
พร้อมกันนี้ นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงเรื่องเงินเฟ้อ ยอมรับว่า ปัญหาเงินเฟ้อ จากเดิม 2.9% อาจจะเพิ่มเป็น 4-5% หากดูไส้ในของเงินเฟ้อ เรื่องต้นทุน ค่าอาหาร วันนี้ขึ้นมาเกือบ 10% ซึ่งได้คุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด ถึงการออกนโยบายต่างๆ ออกมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ว่าจะเริ่มได้ทันที หรือต้องรอเข้าสภา ว่า วันนี้ตามขั้นตอนต้องออกระเบียบเงินกู้ คิดว่าทำตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส นายเอกนิติ ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการทำระเบียบของการกู้เงิน และการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง จากนั้นจะให้หน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์ ผ่าน 5 หลักการ คือ การมุ่งเป้า / ให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน / การปฏิรูปทรานฟอร์ม / ความโปร่งใส ซึ่งตนเองเน้นย้ำเกณฑ์ในการกลั่นกรองต้องเปิดเผยทั้งหมด สุดท้าย คือ การทำงานร่วมกัน โดยนำเอกชนมาร่วมด้วย
ทั้งนี้ นายเอกนิติ ย้ำว่า จะต้องทำระเบียบให้เสร็จสิ้นก่อน ก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป


