xs
xsm
sm
md
lg

“ณัฐพงษ์“นำทีม ครม.เงาจี้รัฐบาลแก้ปัญหาเกษตร อย่าสอดไส้ พ.ร.ก.กู้เงิน แนะกัน 4 หมื่นล้านแก้วิกฤติปุ๋ย-ราคาพืชผล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ณัฐพงษ์" นำทีม ครม.เงา จี้รัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตเกษตรกร ซัดอย่าสอดไส้โครงการใน พ.ร.ก.เงินกู้ แนะกันงบ 4 หมื่นล้านบาทช่วยด่วนแก้วิกฤตปุ๋ยแพงและราคาพืชผลตกต่ำ

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีม ครม.เงา แถลงผลการประชุมครั้งที่ 2 ระบุว่า วันนี้มีประเด็นหลากหลาย ทั้งเรื่องที่ไทยแสดงท่าทียกเลิก MOU44, เรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ ที่พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องตามมาตรา 173 ของรัฐธรรมนูญ, เรื่องที่ ครม. ยังไม่มีมติยืนยันนำร่างรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไขเพิ่มเติมกลับมาพิจารณาต่อในรัฐสภา ทั้งที่ประชาชนลงความเห็นชอบผ่านประชามติไปแล้ว 21 ล้านเสียง ตลอดจนเสียงสะท้อนปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร ตลอดจนสิ่งที่พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วนเนื่องจากพรุ่งนี้จะมีการประชุม ครม.

รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ขณะที่เกษตรกรทั่วประเทศกำลังเผชิญวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูง อันเป็นผลพวงจากวิกฤตพลังงานโลก

นายณัฐพงษ์ เน้นย้ำ ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของ ครม.เงา พรรคประชาชนคือการเป็นเวทีส่งเสียงแทนกลุ่มผู้เดือดร้อนที่ถูกรัฐบาลละเลย หลังจากครั้งก่อนได้เปิดเวทีรับฟังกลุ่มขนส่งและประมง ซึ่งแบกรับต้นทุนพลังงานสูงที่สุดในประเทศแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นสัดส่วน ครั้งนี้จึงเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังตัวแทนเกษตรกรจากหลายภาคส่วนที่กำลังเผชิญปัญหาปุ๋ยขาดแคลน ราคาสูง และปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ

นายณัฐพงษ์ ชี้ให้เห็นความล้มเหลวสองด้านหลักของรัฐบาล ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ที่พบพฤติกรรมปุ๋ยในโครงการ "ปุ๋ยธงเขียว" ถูกจำหน่ายเกินราคาแนะนำของกระทรวงเอง ทั้งที่ขายในงานทางการซึ่งกระทรวงเป็นผู้จัด และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ประกาศว่าจัดซื้อปุ๋ยจากรัสเซียได้ 2 ล้านตัน แต่สุดท้ายก็พับโครงการไป ก่อนหันมาเบิกงบกลาง 5,000-6,000 ล้านบาทเพื่อจัดทำโครงการปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งมีไม่สะท้อนความต้องการของเกษตรกร

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาลว่า นอกจากเตรียมกู้เงินแล้ว รัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมในมิติอื่นใด ไม่มีการพูดถึงปัญหาภาคเกษตรที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลไม่ควรเริ่มต้นจากการคิดแจกเงินเพื่อกอบกู้คะแนนนิยมที่ตกต่ำ แต่ควรเริ่มต้นจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแต่ละกลุ่ม

พรรคประชาชนเสนอว่า ควรกันเงินจากพ.ร.ก.กู้เงินไว้ 40,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 10 ของวงเงินกู้ทั้งหมด เพื่อใช้ช่วยเหลือภาคเกษตรกรอย่างครอบคลุมและสำรองไว้เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดทั้งปี 2569

หากเป็นรัฐบาลประชาชนถ้าจำเป็นต้องกู้เงิน เช่น พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลพยายามสอดไส้ เอา 200,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เป็นเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาสอดไส้ใน พ.ร.ก. เงินกู้นี้ หากจำเป็นต้องกู้ รัฐบาลประชาชนจะกู้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนมากที่สุดในประเทศนี้ ซึ่งมีการสรุปวงเงินออกมาแล้วอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทก็สามารถช่วยเหลือได้ครอบคลุมและทั่วถึง

นายณัฐพงษ์ ชี้ว่า หากเป็นรัฐบาลพรรคประชาชน จะแบ่งบทบาทกระทรวงให้ชัดเจน กระทรวงเกษตรฯ รับหน้าที่จัดหาปุ๋ยจากต่างประเทศ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์รับหน้าที่ควบคุมราคาและดูแลสินค้านำเข้า พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลปริมาณปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และประกาศราคาควบคุมปุ๋ยแต่ละสูตรในแต่ละพื้นที่ให้เกษตรกรตรวจสอบได้ทุกวัน ถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนเราจะทำให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมทั้งจะถือโอกาสนี้เก็บข้อมูลคุณภาพดินและผลิตภาพการเกษตร เพื่อวางแผนการใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรในระยะยาว ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคเกษตรไทยให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน