“ณัฐกานต์” จี้ กทม.ทบทวนสัญญา Bike Sharing ระยะ 2 หลังให้เอกชนใช้พื้นที่สาธารณะดำเนินธุรกิจฟรี 3 ปี ไร้ค่าตอบแทน ชี้ อาจเอื้อประโยชน์เอกชนฝ่ายเดียว พร้อมแนะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจักรยานให้ปลอดภัยทั้งคนเดิน คนปั่น และผู้ใช้รถใช้ถนน ก่อนขยายบริการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติม
วันนี้ (10 พ.ค.) นายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการจราจรและขนส่ง ลงนามในสัญญาให้สิทธิบริษัทเอกชน 3 ราย ดำเนินโครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร หรือ Bike Sharing ระยะที่ 2 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยให้สิทธิในการติดตั้งจุดจอดในที่สาธารณะ ดำเนินกิจการให้เช่ารถจักรยานเชิงพาณิชย์ รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ตัวรถ โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือค่าธรรมเนียมให้กรุงเทพมหานคร
นายณัฐกานต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กทม.เคยทำสัญญาให้สิทธิระยะที่ 1 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ก่อนมีการทำสัญญาระยะที่ 2 ในเดือนเมษายน 2569 มีอายุสัญญา 3 ปี และยังคงไม่มีผลตอบแทนให้กรุงเทพมหานครเช่นเดิม ทั้งที่ก่อนลงนาม คณะอนุกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา ของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ สก.เขตสัมพันธวงศ์ เป็นประธาน และตนเป็นกรรมการ ได้เสนอแนะต่อสำนักการจราจรและขนส่ง ว่า สัญญาระยะที่ 2 ควรพิจารณาประโยชน์ตอบแทนที่กรุงเทพมหานครและประชาชนจะได้รับอย่างเหมาะสม แต่กลับไม่ได้นำข้อเสนอดังกล่าวไปปฏิบัติ
นายณัฐกานต์ ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้อาจทำให้เอกชนได้เปรียบฝ่ายเดียว จากการใช้ทางเท้าซึ่งเป็นที่สาธารณะเพื่อประกอบธุรกิจและแสวงหารายได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ทำเลสำคัญ เช่น บริเวณสถานีรถไฟฟ้าและแหล่งท่องเที่ยว
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า หากเป็นสัญญาระยะแรกอาจเข้าใจได้ว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุน แต่การให้สิทธิต่อเนื่องอีก 3 ปี ซึ่งผูกพันผู้บริหารกรุงเทพมหานครชุดถัดไป โดยไม่มีหลักเกณฑ์ผลตอบแทนที่ชัดเจน ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และควรทบทวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
“ในฐานะคนปั่นจักรยานคนหนึ่ง ผมเห็นประโยชน์ของการปั่นจักรยาน ไม่คัดค้านนโยบายนี้ แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักผลประโยชน์ร่วมกัน” นายณัฐกานต์ กล่าว
นายณัฐกานต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ควรทำก่อนการมีจักรยานให้เช่า คือ การจัดทำโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้จักรยานอย่างปลอดภัย เพราะปัจจุบันหากปั่นบนทางเท้าก็เสี่ยงชนคนเดิน หากปั่นบนถนนก็อันตราย จึงควรวางระบบให้ปลอดภัยทั้งคนเดิน คนปั่นจักรยาน และผู้ใช้ยานพาหนะทุกประเภท


