xs
xsm
sm
md
lg

“เทพไท” ชี้ “อนุทิน” จับมือ “ฮุน มาเนต” เป็นมารยาทการทูต คนไทยยังไม่พร้อมเปิดสัมพันธ์ปกติ หนุนเลิก MOU44 รักษาประโยชน์ชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เทพไท” หนุน “อนุทิน” จับมือ “ฮุน มาเนต” ชี้เป็นมารยาททางการทูต ย้ำคนไทยยังไม่พร้อมเปิดสัมพันธ์กัมพูชา พร้อมหนุนรัฐบาลยกเลิก MOU44 เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ


วันนี้ (9 พ.ค.) นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า มีคนไทยจำนวนมากเห็นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จับมือกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการประชุมอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวเผยแพร่กลับมายังประเทศไทย รวมถึงท่าทีของนายอนุทินเกี่ยวกับการสร้างสันติภาพและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา ก็ทำให้หลายฝ่ายแสดงความไม่เห็นด้วยและออกมาวิพากษ์วิจารณ์

นายเทพไท ระบุว่า ในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทินในฐานะตัวแทนประเทศไทยถือเป็นเรื่องปกติและเป็นมารยาททางการทูต เมื่อผู้นำประเทศพบกันก็ต้องจับมือและพูดคุยกันด้วยมิตรภาพ ส่วนประเด็นผลประโยชน์ของชาติและความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงและกองทัพที่จะดำเนินการต่อไป
นายเทพไทยังเชื่อว่านายอนุทินตระหนักดีถึงกระแสความรักชาติและความเจ็บปวดของคนไทย จากเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาโจมตีจนทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงประชาชนและทรัพย์สินบริเวณชายแดนได้รับความเสียหาย ซึ่งยังคงอยู่ในความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก จึงทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่านหรือฟื้นความสัมพันธ์กับกัมพูชาในเวลานี้

นายเทพไทยังกล่าวถึงกรณีการยกเลิก MOU44 ว่า แม้ในอนาคตอาจมีการใช้เงื่อนไขตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) มาใช้ประกอบการเจรจา แต่เชื่อว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องมาก่อน แม้ไม่มีข้อตกลงแบ่งปันทรัพยากรใต้ทะเลในพื้นที่ทับซ้อน ไทยและกัมพูชาก็ไม่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเช่นกัน

นอกจากนี้ นายเทพไทยังมองว่าหากในอนาคตกัมพูชามีผู้นำคนใหม่ และสามารถเจรจาผลประโยชน์ใต้ทะเลร่วมกันได้ ก็อาจกลับมาเปิดการเจรจารอบใหม่ได้อีกครั้ง แต่ในปัจจุบันเมื่อการเจรจาไม่มีความคืบหน้า และรัฐบาลไทยตัดสินใจยกเลิก MOU44 ก็ถือเป็นสิทธิของรัฐบาลไทย และไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องคงข้อตกลงดังกล่าวต่อไป

นายเทพไท กล่าวว่า ตนสนับสนุนนายอนุทินและท่าทีของรัฐบาลในการยกเลิก MOU44 ควบคู่กับการดำเนินการทางการทูตเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ โดยต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมเปิดใจให้รัฐบาลกลับไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชา และเชื่อว่านายอนุทินเข้าใจสถานการณ์ดังกล่าวดี เพราะรัฐบาลชุดนี้ได้รับแรงสนับสนุนส่วนหนึ่งจากกระแสความรักชาติของประชาชน จึงไม่น่าจะดำเนินนโยบายที่ขัดต่อความรู้สึกของสังคมไทยในเวลานี้