รายงานข่าวจากทำเนียบ แจ้งว่า จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท
แหล่งข่าวจากจากทำเนียบ เปิดเผยว่า นอกจากการออกร่าง พ.ร.ก.ฉบับใหญ่แล้ว ภายใต้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ยังมีกฎหมายลำดับรองที่สำคัญอีก 2 ฉบับ
ซึ่งออกเป็นร่างระเบียบกระทรวงการคลัง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว ประกอบด้วย 1. ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. ....
และ 2. ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. ...
สำหรับรายละเอียดของร่างระเบียบฉบับแรก คือ ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งออกตามมาตรา 7 วรรคสาม ของร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ ที่กำหนดให้การดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้ร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินแผนงานหรือโครงการเงินกู้ภายใต้ร่างพระราชกำหนดดังกล่าว โดยครอบคลุมขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเสนอ การพิจารณากลั่นกรอง และการอนุมัติโครงการ การดำเนินโครงการ การเก็บรักษาเงินกู้และการเบิกจ่ายเงินกู้ และหลักเกณฑ์การใช้วงเงินกู้สำหรับรายการเงินสำรองจ่ายและเงินกู้เหลือจ่าย ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามร่างพระราชกำหนดพิจารณากำหนดวงเงินโครงการที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอให้มีความเหมาะสมที่จะใช้จ่ายจากเงินกู้ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
ทั้งนี้ ได้กำหนดลักษณะโครงการที่หน่วยงานจะจัดทำข้อเสนอ ต้องเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับแผนงานหรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกำหนด หรือเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันโดยเร็วแต่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ หรือได้รับจัดสรรงบประมาณไว้แล้วแต่มีจำนวนไม่เพียงพอ หรือเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าในการดำเนินงานและก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสังคมตามวัตถุประสงค์ไว้ในบัญชีท้ายพระราชกำหนดนี้ด้วย
ส่วนฉบับที่ 2 คือ ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งออกตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้เมื่อมีการใช้จ่ายเงินกู้แล้วให้มีการติดตามประเมินผล และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการประเมินผลเพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางในการติดตามประเมินผล โดยจัดให้มีการประเมินผลโครงการและจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบทุก 6 เดือนนับแต่วันที่ดำเนินโครงการแล้วเสร็จ รวมทั้งจัดทำรายงานการประเมินผลโครงการในภาพรวมตลอดจนรายงานการประเมินผลลัพธ์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันสิ้นสุดโครงการสุดท้ายที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโดยใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดด้วย


