เปิดเกณฑ์ใหม่ "บัตรเติมประจุไฟฟ้ารถหลวง (EV) ฉบับปี 69" บังคับใช้ทั่วประเทศ ทั้งแบบ "บัตรเติมประจุไฟฟ้า-บัตรเครดิต" กำหนดรหัสผู้ใช้ให้ชัดเจน แต่ยังใช้เกณฑ์เดิมต้องเท่ากันทุกเดือน หากต้องขอสินเชื่อเพิ่ม แจ้งผู้ออกบัตรฯ ต้องไม่เกินวงงบประมาณที่ได้รับ จี้ทุกองค์กร "เก็บใบเสร็จ" ให้ผู้จ่ายลงลายมือชื่อรับรองทุกขั้นตอน ส่วน"รถประจำตำแหน่ง" ยังหมดสิทธิให้ใช้เงินตัวเองเติม ส่วนเกณฑ์จัดซื้อใช้ ครั้งหนึ่งยังให้ไม่เกิน 5 แสนบาท
วันนี้ (7 พ.ค.2569) มีรายงานจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ กระทรวงการคลัง เวียนหนังสือถึงส่วนราชการทั่วประเทศ แจ้งกําหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการใช้บัตรเติมน้ำมัน รถราชการ
เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับส่วนราชการในการชําระค่าน้ำมันรถราชการ นอกเหนือจากวิธีการชําระ ด้วยเงินสด คูปอง หรือใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ฉบับใหม่ หลัง "ยกเลิก" กําหนดหลักเกณฑ์ฯ ฉบับ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
แนบท้ายหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๐๓.๒/ว ๖๖ ลงวันที่ 30 เม.ย. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความทันสมัย และเป็นปัจจุบัน ครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภท
"เพิ่มหลักเกณฑ์การให้ใช้ "บัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ" สำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) หลังจากมติ คณะรัฐมนตรี (24 ส.ค.2564) ให้ทุกส่วนราชการ พิจารณาดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ EV มาใช้ในราชการแทนรถยนต์เดิมที่หมดอายุการใช้งาน หรือที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับภารกิจใหม่ หรือผู้ดํารงตําแหน่งใหม่"
เฉพะกรณี "บัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ" ที่สถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ ต้องมีลักษณะ ระบุชื่อส่วนราชการเจ้าของบัตร หมายเลขทะเบียนรถบนบัตร ,กําหนดวงเงินที่รถราชการแต่ละคันใช้ต่อบัตรต่อเดือน และ ให้มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 1 ปี
ให้ใช้บัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ สําหรับรายการค่าประจุไฟฟ้ารถราชการในสํานักงานเท่านั้น และไม่รวมรายการค่าประจุไฟฟ้ารถราชการที่เกิดจากการเดินทางไปราชการตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ให้ใช้สถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้า รถราชการที่ยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดทําบัตรทุกกรณี และค่าธรรมเนียมการใช้บัตรรายปี รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวกับการจัดทําบัตร
สิทธิหรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ทุกรายการที่เกิดจากการใช้จ่ายผ่านบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ ให้ถือเป็นของส่วนราชการเจ้าของบัตร และให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้า ส่วนราชการเจ้าของบัตรที่จะใช้สิทธิ หรือผลประโยชน์นั้น ๆ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
ยกเว้นสิทธิ หรือผลประโยชน์ที่ได้รับเป็นเงินสดไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้ส่วนราชการเจ้าของบัตรนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติอื่นใดที่มิได้กําหนดไว้ตามหลักเกณฑ์นี้ ให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ ตามระเบียบทางราชการที่เกี่ยวข้อง การคัดเลือกสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ
ให้หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้คัดเลือกสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ โดยจะต้องมีการใช้บัตร จากสถาบันผู้ออกบัตรที่ได้รับคัดเลือกไม่น้อยกว่า 1 ปี
กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการ เห็นว่า ไม่ได้รับบริการตามที่กําหนดไว้ ในขอบเขตเงื่อนไขจากสถาบันผู้ออกบัตร หรือสถาบันผู้ออกบัตร ไม่สามารถดําเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัตรของหน่วยงานได้ภายในระยะเวลาอันสมควร
และก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการสามารถ พิจารณายกเลิกการใช้บริการของสถาบันผู้ออกบัตรได้ก่อนครบระยะเวลา 1 ปี โดยต้องทําเป็นหนังสือพร้อมชี้แจง เหตุผลของการยกเลิกการใช้บริการให้สถาบันผู้ออกบัตรทราบด้วย
กรณี การจัดทําและกําหนดวงเงินใน "บัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ"ให้หน่วยงานภายในส่วนราชการที่มีหน้าที่ควบคุมการใช้รถราชการดําเนินการ ดังนี้
1. สํารวจจํานวนรถราชการที่ประสงค์จะอัดประจุไฟฟ้าโดยใช้บัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ
2. จัดทํางบประมาณจัดซื้อรวม 1 ปีงบประมาณ เสนอหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาอนุมัติ
3. ประมาณการการค่าประจุไฟฟ้า ของรถราชการแต่ละคัน โดยแยกเป็นรายเดือน สําหรับการขอสินเชื่อจากสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ เสนอให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาอนุมัติ
ทั้งนี้ ให้ทบทวนประมาณการค่าประจุไฟฟ้าของรถราชการ เป็นประจําทุกปี เพื่อให้การอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการสอดคล้องกับงบประมาณที่ส่วนราชการได้รับในกรณีที่มีความจําเป็นต้องใช้จ่ายค่าประจุไฟฟ้าเพิ่มจากวงเงินสินเชื่อ
ในวรรคก่อน
ให้นําเสนอหัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาอนุมัติ และแจ้ง สถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการเพิ่มวงเงินการให้สินเชื่อผ่านบัตรดังกล่าวได้
ทั้งนี้ วงเงินสินเชื่อที่ขอเพิ่ม เมื่อรวมกับวงเงินสินเชื่อเดิมจะต้องไม่เกินวงเงินงบประมาณ ของส่วนราชการเพื่อการดังกล่าว
4. กรณีบัตรสูญหาย หรือชํารุด หรือตกไปอยู่ในการครอบครองของบุคคลอื่น ให้รีบแจ้งสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการแล้วแต่กรณี ให้ระงับการใช้บัตรดังกล่าวทันทีเพื่อจํากัดความรับผิด
และให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อมีหนังสือแจ้งสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ
ทั้งนี้ ให้หน่วยงานราชการ จัดทํารายงานขอซื้อเสนอหัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจากหัวหน้าส่วนราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ให้จัดทําทะเบียนคุมการใช้บัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ ตามแบบแนบท้ายหลักเกณฑ์นี้ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ในการติดตาม ควบคุม และตรวจสอบ การใช้บัตรเติมน้ํามันรถราชการหรือบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ
ทั้งนี้ หน่วยงานสามารถเพิ่มเติมรูปแบบ ของทะเบียนคุมดังกล่าวได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม
กรณี เรียกคืนบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการจากผู้ถือบัตร ดังกล่าวทุกครั้งที่เสร็จสิ้นการใช้ รวมทั้งเก็บรักษาบัตรและรหัสประจําบัตร (PIN) (ถ้ามี) ไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพื่อป้องกัน บุคคลอื่นน่าบัตรไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ให้ผู้ถือบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการดําเนินการ เบิกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการพร้อมรหัส ประจําบัตร (PIN) (ถ้ามี) และลงลายมือชื่อในทะเบียนคุม
พร้อมทั้งตรวจสอบวงเงินในบัตร ที่สามารถใช้จ่ายได้ เพื่อนําไปอัดประจุไฟฟ้าตามหมายเลขทะเบียนรถที่ระบุไว้บนบัตรในสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าเป็นรายครั้ง และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจให้นําบัตรดังกล่าวส่งคืนหน่วยงานภายในส่วนราชการ ที่มีหน้าที่ควบคุมการใช้รถราชการโดยเร็ว
ภายหลังอัดประจุไฟฟ้า ให้ผู้ถือบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ นําใบเสร็จรับเงินและ/หรือใบกํากับภาษี ที่ได้ลงลายมือชื่อเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจรับแล้ว พร้อมบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการมอบให้หน่วยงานภายในส่วนราชการที่มีหน้าที่ควบคุมการใช้รถราชการ
กรณีสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าออกใบเสร็จรับเงิน และ/หรือใบกํากับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt/e-Tax Invoice) ให้ผู้ถือบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ หรือหน่วยงานภายในส่วนราชการที่มีหน้าที่ควบคุมการใช้รถราชการพิมพ์ ใบเสร็จรับเงินและ/หรือใบกํากับภาษีดังกล่าว
และให้ผู้ถือบัตรอัดประจุไฟฟ้า รถราชการลงลายมือชื่อเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจรับการเก็บรักษาบัตรเติมน้ํามันรถราชการ/บัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ
ให้หน่วยงานภายในส่วนราชการที่มีหน้าที่ควบคุมการใช้รถราชการเป็นผู้เก็บรักษาบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการการเบิกจ่ายค่าประจุไฟฟ้าของรถราชการ
ยังพบว่า หลักเกณฑ์ฉบับนี้ ยังให้ควบคุม "ใบแจ้งยอด" การใช้จ่ายบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ (Statement) ที่ได้รับจากสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ ให้ถูกต้องตรงกับทะเบียนคุมการใช้บัตรและ/หรือใบกํากับภาษี
ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทําการนับจากวันสรุปยอดบัญชี และรวบรวม เอกสารดังกล่าวเพื่อส่งมอบให้ฝ่ายการเงินภายในวันทําการถัดไปเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงิน
สุดท้าย หลักเกณฑ์ฉบับนี้ ยังให้ฝ่ายการเงินดำเนินการภายหลังจากได้รับเอกสารการขอเบิกเงินจากคลัง เพื่อชำระให้กับสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการ "เต็มจํานวน"
โดยวิธีจ่ายตรงเข้าบัญชีเงินฝากของสสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้า รถราชการ หรือเบิกเงินเข้าบัญชีสําหรับรับงบประมาณของส่วนราชการเพื่อให้ส่วนราชการจ่ายเงินให้กับสถาบันผู้ออกบัตรอัดประจุไฟฟ้ารถราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ
ที่กรมบัญชีกลางกําหนด ภายในวันครบกําหนดการชําระเงิน
"ให้ผู้จ่ายเงินลงลายมือชื่อรับรองการจ่าย และประทับตราจ่ายเงินแล้วบนหลักฐาน การจ่ายทุกฉบับ และเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ".


