"อนุทิน" ลั่นกู้ 4 แสนล้าน รัฐบาลทำเพื่อประชาชน ยันสุจริต-ไร้โกง "ถ้าจะกระเด็น ก็กระเด็นไปที่ประชาชน!" บอกกู้มาคนที่ 8 แล้ว ไล่ฝ่ายค้านย้อนดูอดีตก็เคยทำ เมินฝ่ายค้านตบเท้าขู่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 7 พ.ค.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการจัดรวมมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า "ผมลงนาม ทูลเกล้าทูลกระหม่อม เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไปเรียบร้อยแล้ว"
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญ รับคนร้องจะส่งผลให้ การทำงานของรัฐบาลในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนสะดุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนพยายามที่จะแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนถ้าเราเป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องรักพี่น้องประชาชนและคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเหนือสิ่งอื่นใดและเรื่องพระราชกำหนดกู้เงินนี้ ตนน่าจะเป็นรัฐบาลคนที่แปดแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการกู้ลักษณะเช่นนี้มาโดยตลอดแม้กระทั่งกลุ่มที่บอกว่าจะไปยื่นเรื่องที่ศาลก็กู้เป็นจำนวนเท่ากันด้วยซ้ำเขาใช้คำว่า "ไทยเข้มแข็ง" แต่ผมใช้คำว่า "ไทยช่วยไทย"
เมื่อถามว่าของรัฐบาลนี้รูปแบบการกู้และการใช้เงินต่างจากการกู้รูปแบบเดิมๆ หรือไม่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ของเราใช้เงินสกุลบาทไม่มีการใช้เงินสกุลต่างประเทศและเมื่อมีผลแล้วเงินกู้ทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งลงถึงพี่น้องประชาชนโดยตรงไม่ผ่านโครงการนั้นโครงการนี้พี่น้องประชาชนจะได้รับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและจะเป็นการที่ทำให้ระบบสภาพคล่องในระบบประเทศไทยมีการหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้นเป็นประโยชน์มากขึ้น
"สิ่งที่ผมยืนยันคือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผมด้วย โดยผมจะต้องกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินทุกบาท ทุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ต้องไม่มีรั่วไหลต้องไม่มีคำว่าโกง ต้องไม่มีคำว่ากระเด็นไปตรงไหนๆ ถ้าจะกระเด็นก็กระเด็นไปที่พี่น้องประชาชนเท่านั้น นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าได้มีการเตรียมแผนสองไว้หรือไม่ในกรณีที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการออกพระราชกำหนดกู้เงินดังกล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้เตรียมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกใหม่อะไร เมื่อถึงเวลาที่มีความจำเป็นที่เราคิดว่าควรจะต้องดำเนินการ เพื่อให้ทุกอย่างได้ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เราต้องการ และตรงกับนโยบายที่เราได้แถลงไว้กับทางรัฐสภาซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเราก็ดำเนินการ
เมื่อถามว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่อโครงการไทยช่วยไทยสะดุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน
เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่านายกรัฐมนตรีมั่นใจว่า การออกพระราชกำหนดกู้เงินดังกล่าวของรัฐบาลจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ทำในสิ่งที่รัฐบาลได้ให้สัญญาไว้กับประชาชนและได้ดำเนินการตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ทุกประการด้วยเจตนารมณ์สุจริต


