xs
xsm
sm
md
lg

สนามกทม.เริ่มคึกคัก ลุ้น“ใคร”โค่น“ชัชชาติ”!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ - ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
เมืองไทย 360 องศา

ต้องยอมรับว่านาทีนี้ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังหมดวาระลงในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ และหากสำรวจดูในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่ามีใครโดดเด่นเท่ากับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯคนปัจจุบัน โดยมีคนที่เปิดตัวลงชิงเก้าอี้แล้วที่ได้เห็นก็มี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ลงในนามอิสระ และล่าสุดพรรคประชาชน ได้เปิดตัว นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคไปแล้ว โดยเจ้าตัวได้ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 6 เมษายน

นายชัยวัฒน์ ย้ำว่า พรรคประชาชนเราให้ความสําคัญกับสนามกทม.จริงๆ ไม่ใช่เช่นนั้น ตนคงไม่ถึงขั้นต้องลาออกจากการเป็นผู้แทน และยังรู้สึกผูกพันกับการเป็นผู้แทนอยู่ แต่ความรู้สึกไม่ได้ต่างไปจากเดิม เพราะเราก็เหมือนเป็นผู้แทนของคนกรุงเทพฯ ที่รับมอบฉันทามติ และความหวังของคนกรุงเทพฯ เพื่อมาทํางานใหม่

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การแข่งขันในสนามนี้ ไม่ง่าย เราทราบดีว่าความพึงพอใจนายชัชชาติของคนกรุงเทพฯ มีมาก แต่เราก็คาดหวังที่จะชนะ ไม่ใช่เช่นนั้น คงไม่ส่งตนลงสมัคร เรามีเจตจํานงที่จะทําให้กรุงเทพฯ เป็นมากกว่ากรุงเทพฯ เพื่อนําเสนอวาระทางเลือก การเลือกตั้งทุกครั้งเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้รับทางเลือกใหม่ ทางเลือกแห่งการเปลี่ยนแปลง ทางเลือกแห่งโอกาสที่ดีขึ้น เราจึงอยากนําเสนอว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหลวงแบบไหนให้คนกรุงเทพฯ จะมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนกรุงเทพฯ ได้อย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่า มองว่าตัวเลข สส. จะส่งผลต่อสนามสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า อาจไม่ได้ตรงไปตรงมาหรือง่ายขนาดนั้น เพราะคนกรุงเทพฯ ใช้ปัจจัยหลายอย่างในการตัดสินใจ อยากบอกว่า เมื่อคนกรุงเทพฯ เลือก สส.ของพรรคประชาชนมาแล้ว 33 เขต มอบความไว้วางใจให้กับพวกเราแล้ว พรรคประชาชนจึงตระหนักเรื่องนี้ดีว่าเราได้รับภารกิจอันใหญ่หลวง จากคนกรุงเทพฯ มา เราจึงอยากให้คนกรุงเทพฯ ไม่ผิดหวัง หากมีโอกาสที่พรรคประชาชนจะเข้ามาทําให้คนกรุงเทพฯ ได้เขาก็จะตอบแทนความไว้วางใจที่คนกรุงเทพฯ มอบให้

นั่นเป็นคำพูดของว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ที่บอกว่ามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานรับใช้คนกรุงเทพฯ แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยนโยบายออกมาอย่างเป็นจริงเป็นจังก็ตาม แต่สำหรับพรรคนี้ ก็ต้องจับตาเอาไว้เหมือนกัน เพราะอย่างน้อยก็มีฐานเสียง หรือคนสนับสนุนจำนวนมาก โดยสามารถวัดได้จากจำนวน ส.ส.ในกรุงเทพฯที่สามารถกวาดเก้าอี้มาได้ทั้งหมด เมื่อการเลือกตั้งในสนามใหญ่ที่ผ่านมา และถือว่าเป็นชัยชนะต่อเนื่องกันถึงสองสมัย คือตั้งแต่การเลือกตั้งปี 66

ดังนั้น ก็ต้องถือว่าไม่ธรรมดา มีฐานเสียงและผู้สนับสนุนยังเป็นกอบเป็นกำ รวมไปถึงเมื่อพิจารณาจากจำนวน ส.ก.หรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพวกเขาก็ทำได้ดี มีจำนวน ส.ก.ไม่น้อยเหมือนกัน เอาเป็นว่า ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ก็ยังน่าจับตา

ขณะเดียวกันในการเลือกตั้งครั้งนี้ยังต้องติดตามอีกพรรคหนึ่งว่าจะส่งใครลงสมัคร นั่นคือ พรรคประชาธิปัตย์ ที่นัดเปิดตัวในกลางเดือนนี้ โดยยังอุบชื่อเอาไว้แน่น ไม่แพร่งพรายออกมาให้เห็นเลย แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้บทบาทของ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค มากพอสมควร ส่วนการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร จะเป็นใครนั้นก็ต้องรอติดตาม

แต่ที่ผ่านมาพรรคนี้สามารถกวาดต้อนบรรดา ส.ก.จากพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่จากพรรคประชาชนเข้ามาได้หลายคน หลังจากที่พรรคเพื่อไทย รวมไปถึงพรรคอื่น ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยได้โยนผ้ายอมแพ้ไม่ส่งผู้สมัครทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯรวมไปถึง ส.ก.ทำให้ไหลไปทางพรรคประชาธิปัตย์ ดังกล่าว

ก็ต้องรอดูว่า เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัครออกมาแล้วจะ “ว้าว” หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเคยแย้มออกมาว่าเป็นคนที่เคยทำงานร่วมกับพรรคมาก่อน แบบเรียกว่า “เฉียดพรรค” มานานแล้ว นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ต้องเป็นคนที่เปิดออกแล้วต้องรู้จัก

อย่างไรก็ดี เมื่อย้อนกลับมาพิจารณา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “แชมป์” ในปัจจุบัน แม้ว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ประกาศท่าทีว่าจะลงสมัครต่ออีกสมัยหรือไม่ แต่มองเห็นอาการแล้ว ชัดเจนว่า “ลงต่อ” แน่นอน เพียงแต่ยังไม่ประกาศออกมาเท่านั้น

ซึ่งต้องยอมรับว่า เขายังมีความโดดเด่น และมีแนวโน้มสูงมากที่จะชนะการเลือกตั้ง รักษาเก้าอี้ได้อีกสมัย เพราะที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเขายังรักษา “ภาพลักษณ์” และ “ถูกจริต” กับคนกรุงเทพฯได้ดีแทบทุกวัย เรียกว่า ส่วนใหญ่มีแต่คนชอบ ไม่ค่อยเห็น “คนเกลียด” อย่างมากก็แค่รู้สึกเฉยๆ เท่านั้น

แต่ถึงอย่างไร เมื่อพิจารณากันในรายละเอียด ในเรื่องภาพลักษณ์และความรู้สึกแบบนั้น มันคนละเรื่องกับ “ผลงาน” ของ นายชัชชาติ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เพราะหากพิจารณาจากผลงานกับแบบตรงไปตรงมาก็ต้องบอกว่า “ยังไม่เห็นผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน” เพราะสิ่งที่เห็นในตอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผลงานต่อเนื่องจากอดีตผู้ว่าฯคนก่อน แทบทั้งสิ้น

เพราะสิ่งที่เห็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับปรุงฟุตบาท การจัดระเบียบทางเท้า การตีเส้นจราจร การปรับปรุงสวนสาธารณะ การขุดลอกคลอง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นงานจริงๆ ของคนเป็นผู้ว่าฯก็ได้ เพราะหากสามารถทำ “กรุงเทพให้สะอาด” และเป็นระเบียบ รวมไปถึงสร้างปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า นายชัชชาติ ทำได้ดี ซึ่งหากจะว่าไปแล้วการทำหน้าที่ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ก็มีเพียงเท่านี้ เพราะนอกเหนือจากนี้ล้วนไม่ใช่อำนาจผู้ว่าฯโดยตรง หลักๆ จะเป็นอำนาจของรัฐบาล หรือหน่วยงานอื่นๆ

ดังนั้น หากพิจารณาจากความเป็นจริงเท่าที่เห็นอยู่แม้ว่า ถ้ามองกันแบบตรงๆ ก็ต้องบอกว่า นายชัชชาติ ยังไม่ได้สร้างผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน นอกเหนือจากงานรูทีนธรรมดา แต่ถึงอย่างไรแม้จะเป็นงานธรรมดาแบบที่ว่า ก็ทำให้เกิดความประทับใจและถูกจริตกับคนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ และนาทีนี้เขายังโดดเด่นเหนือใคร และสนามนี้อาจเหมาะกับคนแบบเขาก็ได้ !!