“พล.อ.พนา” ร่วมวันกำลังสำรอง 2569 ครบรอบ 115 ปี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.6 ผู้ทรงก่อตั้งกิจการกำลังสำรอง ย้ำกำลังพลสำรองคือพลังสำคัญเคียงข้างกองทัพ ทั้งยามปกติและวิกฤติ
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานกิจกรรมวันกำลังสำรอง ประจำปี 2569 โดยมีผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ผู้แทนหน่วยงานและองค์กรกำลังสำรอง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานมีพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พิธีประดับเครื่องหมายยศแก่กำลังพลสำรองที่สำเร็จการฝึก พิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงพิธีอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในวันกำลังสำรอง ประจำปี 2569
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวคำปฏิญาณตนของกำลังพลสำรองพร้อมกันทั้ง 24 หน่วย แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ณ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และ 23 มณฑลทหารบกทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมจัดนิทรรศการด้านการกำลังสำรองจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกิจการกำลังสำรองของประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 หลังทรงเล็งเห็นความสำคัญของกำลังภาคประชาชน และทรงพระราชทานกำเนิด “กองเสือป่า” เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการกำลังสำรองไทย จนครบรอบ 115 ปีในปีนี้
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2548 คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันกำลังสำรอง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 6 ในฐานะ “พระบิดาแห่งกิจการกำลังสำรอง” และเพื่อเชิดชูเกียรติกำลังพลสำรองที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างกองทัพในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งในยามปกติและสถานการณ์วิกฤติ
ทั้งนี้พล.อ.พนาได้กล่าวให้โอวาทในพิธีประดับเครื่องหมายยศแก่กำลังพลสำรอง ซึ่งปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาตามแผนการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อเข้ารับราชการทหารประจำปี 2568 รวม 89 นาย โดยแสดงความยินดีและชื่นชมทุกนายที่มีความมุ่งมั่นเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อเป็นกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพ มีภาวะผู้นำ มีความรู้ และขีดความสามารถด้านการทหาร
อีกทั้งยังขอให้กำลังพลสำรองนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ยึดมั่นระเบียบวินัย เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และมีอุดมการณ์แน่วแน่ในการธำรงรักษาความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติภารกิจร่วมกับกำลังประจำการของกองทัพ ในการพิทักษ์รักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต


