เครือข่ายแรงงานยื่นหนังสือถึง พท.ขอเร่งดันร่าง กม.คุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ กลับเข้าสภา หลังตกเพราะยุบสภา ด้าน “จุลพันธ์” รับเป็นประเด็นสำคัญ รับฟังข้อเสนอ พร้อมตั้งคณะทำงานศึกษาร่วม หวังยกร่างใหม่ให้ครอบคลุมทั้งสิทธิแรงงานและผลกระทบเศรษฐกิจ
วันนี้ (6 พ.ค.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะ สส.พรรคเพื่อไทย รับยื่นหนังสือจากตัวแทนผู้ใช้แรงงาน ตัวแทนสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ และตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง นำโดย นายเซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน เพื่อขอให้พรรคเพื่อไทยผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ทันกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง
นายเซีย กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องแรงงานให้ช่วยประสานพรรคเพื่อไทยผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผ่านวาระแรกและตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่วาระ 2 กลับเกิดการยุบสภา ทำให้ร่างกฎหมายตกไป ทั้งที่เป็นกฎหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน
นายเซีย กล่าวว่า ปัจจุบันยังเหลือเวลาการประชุมสภา ก่อนครบกำหนด 60 วัน จึงยังสามารถนำร่างกฎหมายกลับเข้าสู่การพิจารณาได้อีกครั้ง พร้อมฝากถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวกลับเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติโดยเร็ว
ด้าน นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า ร่างกฎหมายที่ตกไปมี 2 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นฉบับมีเวลาพักผ่อน ที่เสนอโดย นายจรัส คุ้มไขน้ำ ซึ่งกำหนดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ และเพิ่มวันลาพักผ่อนประจำปีเป็น 10 วัน ส่วนอีกฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน “ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ที่เสนอโดย นางสาววรรณวิภา ไม้สน ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีพื้นที่ปั๊มนมบุตร มีสิทธิลาเพื่อดูแลบุคคลใกล้ชิดเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงสิทธิลาในช่วงมีประจำเดือน
นายธนพงษ์ ยังเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยเร่งผลักดันการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 การคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม รวมถึงหลักประกันรายได้และค่าจ้างขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญของภาคแรงงาน และกระทรวงแรงงานพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีการเสนอเรื่องการยืนยันร่างกฎหมายเข้าสู่สภา แต่ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก ครม. ส่งผลให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในเชิงหลักการ กระทรวงแรงงาน เห็นว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีประโยชน์หลายด้าน แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและราคาพลังงานที่อาจกระทบต่อภาคธุรกิจ การจ้างงาน และแรงงานรายวัน และจะรับข้อเสนอเรื่องสิทธิการลา สวัสดิการแรงงาน และประเด็นอื่นๆ ไปตั้งคณะทำงานศึกษาและยกร่างกฎหมายร่วมกัน ก่อนเร่งเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว โดยเชื่อว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งใหม่จะตอบโจทย์ทั้งด้านสิทธิแรงงานและผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างรอบด้าน พร้อมย้ำว่ากระทรวงแรงงานพร้อมทำงานร่วมกับ สส.ทุกพรรคการเมือง เพื่อให้กฎหมายเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องแรงงานต่อไป


