นายกฯ เปิดงานระดับชาติ 24 ปี กรมคุ้มครองสิทธิฯ ชู 3 หลัก "รวดเร็ว-ทั่วถึง-เป็นธรรม" เยียวยาเหยื่ออาชญากรรม ลั่นความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอัปยศ อดสู ไม่ใช่ผลงาน เป็นเหตุต้องจ่ายเยียวยาผู้บริสุทธิ์ 1.4 แสนราย ย้ำจุดยืนรัฐบาล "Justice for All" ต้องเท่าเทียม ชี้รัฐต้องอุดช่องว่าง "แพะ" บนกระบวนการยุติธรรม สั่งการมหาดไทย-ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานเชิงรุก ยกระดับหลักนิติธรรมไทยสู่มาตรฐาน OECD สร้างความเชื่อมั่นดึงนักลงทุนทั่วโลก
วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานระดับชาติ ภายใต้ชื่อ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว...ทั่วถึง...และเป็นธรรม... เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” โดยมีพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่า วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมและเปิดงานระดับนานาชาติ 24 ปีกับการช่วยเหลือเหยื่อบริสุทธิ์ที่รวดเร็วทั่วถึงและเป็นธรรม เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม ดังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวให้ฟัง ประเทศใดจะดำรงอยู่ได้ด้วยความมั่นคงและสมานฉันท์ประเทศนั้นต้องตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความยุติธรรมและหลักยุติธรรมด้วย รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรมรวมถึงการคุ้มครองช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมและเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด การคุ้มครองช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์นี้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม รวมทั้งคนต่างชาติ ที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และหลักสิทธิมนุษยชนสากล
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันยึดมั่นในหลักนิติธรรม หรือ Rule of law ที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมเสมอหน้ากันและคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในสังคมประชาธิปไตย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เร่งรัดปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อลดอุปสรรคและภาระที่ไม่จำเป็นของประชาชน รวมทั้งการให้ความสำคัญในการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็วและเป็นธรรม ในกรณีที่ผู้บริสุทธิ์ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอาญาไม่ว่าจะสถานะของผู้เสียหายหรือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย คนเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับการละเมิดสิทธิได้รับบาดเจ็บเสื่อมเสียชื่อเสียงสูญเสียอิสรภาพหรือสูญเสียชีวิต ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่และมีผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิตอย่างมาก ถือเป็นวิกฤตในชีวิตของคนๆหนึ่งรวมถึงญาติสนิทมิตรสหายเขาเหล่านั้นด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่รัฐต้องไม่มองข้ามรัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิของผู้บริสุทธิ์เหล่านี้พร้อมทั้งต้องกำหนดนโยบายและมาตรการ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนิรวมทั้งการแก้ไขและอุดช่องว่างหรือความบกพร่องในกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ต้องตกเป็นจำเลยหรือที่เรารู้จักกันดีที่เรียกว่า "แพะ"ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญตลอดมา ตั้งแต่ปี 2544 ที่มีพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญารัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นผู้บริสุทธิ์ไปแล้วกว่า 145,000 รายรวมเป็นเงิน 8,000 กว่าล้านบาทรวมถึงชาวต่างชาติด้วยที่ให้ความช่วยเหลือไปแล้วกว่า 1000 รายเป็นเงินกว่า 47 ล้านบาท
"ตรงนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นผลงานแต่เป็นความน่าอัปยศ อดสู ที่เราไม่สามารถนำคนที่กระทำผิดจริงๆเข้าไปรับโทษได้ แต่เรานำคนที่ไม่ได้กระทำความผิด อาจจะเป็นเรื่องของการยัดข้อหา ยัดเยียดความผิด แล้วเขาต้องเข้าไปต่อสู้คดี และ ต้องประสบความยากลำบากตรงนี้เป็นสิ่งที่เรามาดูแล้ว คนไทยกว่า 145,000 คน ต้องถูกกระบวนการยุติธรรม ที่เขาไม่ได้กระทำความผิดอย่างที่ควรจะได้รับโทษเสร็จแล้วก็ต้องไปช่วยเหลือเขาและเยียวยา 8,000 กว่าล้านบาทนี้ ผมคิดว่าสามารถนำไปสร้างประโยชน์อื่นๆอย่างยั่งยืนกับคน 70 กว่าล้านคนได้ไม่ใช่แค่ 145,000 คน นี่ยังไม่นับถึงต่างชาติ 1,000 กว่าราย ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออาจจะไม่ได้เคยเสียภาษีอะไรให้กับเราเลย แต่เราต้องไปชดใช้เงินถึง 47 ล้านบาท ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องคิดกันว่าจะทำอย่างไรถึงจะอำนวยความยุติธรรมให้กับคนทุกคนได้อย่างเต็มที่ ผมขอนอกบทนิดนึง แต่ไม่มี "ถุย" แน่นอน ซึ่งในการปฏิญาณตน ตอนเรียนหนังสือมีโอกาสมาเรียนที่สหรัฐอเมริกาทุกเช้าและคำสุดท้ายของการปฏิญาณตน ประเทศจะถูกแบ่งแยกไม่ได้และความยุติธรรมจะต้องเกิดขึ้นกับคนทุกคนไม่ใช่ Justice for some Justice for Friend เมื่อเราได้มาใช้หลักยุติธรรม ในการบริหารบ้านเมือง ในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนทั่วไปแล้วเราจะต้องใช้ Justice for ทุกคนจะต้องได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ฉะนั้นขอยืนยันว่ารัฐบาลยังจะคงยืนเคียงข้างประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะในรูปแบบการคุ้มครองช่วยเหลือเยียวยาและที่สำคัญสุดจะต้องให้ความสำคัญกับหลักยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหยื่อรายใหม่ๆเกิดขึ้น และคนที่ไม่อำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่ควรจะได้รับความยุติธรรม จะต้องถูกลงโทษสถานหนักมากกว่าคนที่กระทำผิดด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้คือจุดยืนของรัฐบาล และผมหวังว่ารัฐบาลชุดไหนที่มีคนที่ยุติธรรม มาบริหารบ้านเมืองมารับผิดชอบ จะต้องยึดถือหลักนี้ในการบริหารบ้านเมืองต่อไป" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า คนเหล่านี้อาจมองว่าเป็นคนเล็กคนน้อยหมายถึงเหยื่อ ซึ่งอาจถูกมองข้าม แต่โลกนี้เคยมีคำกล่าวไว้ว่าหากจะมองดูว่าชาติใดมีความเป็นอารยะหรือความเจริญเพียงใด ก็ให้มองวิธีที่เขาหรือชาตินั้นปฏิบัติต่อคนที่เปราะบางและมีพลังน้อยที่สุดในสังคม เราต้องก้าวข้ามหลุมนี้ให้ได้ เพราะประเทศไทยต้องเป็นประเทศที่มีอารยะเรากำลังจะเข้าไปเป็นสมาชิกโออีซีดี ซึ่งจะยกระดับความน่าเชื่อถือเชื่อมั่นของประเทศในสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ประเทศไทยมีความตั้งใจและมีความพร้อมที่จะทำให้เกิดความมีอารยะในประเทศของเราไม่แพ้ใครด้วยหลักการเช่นนี้ จึงขอให้ผู้บริหารที่รับผิดชอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ยึดถือหลักปฏิบัติว่าการช่วยเหลือประชาชนจะต้องรวดเร็ว ทั่วถึงและเป็นธรรม โดย "รวดเร็ว"คือเมื่อเกิดเหตุรัฐต้องเข้าไปดูแลผู้ที่ตกเป็นเหยื่อโดยทันที โดยที่ประชาชนไม่ต้องร้องขอ "ทั่วถึง"คือไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามจะอยู่ใกล้หรือไกลสิทธิในการได้รับความคุ้มครองช่วยเหลือเยียวยาต้องเท่าเทียมกัน"เป็นธรรม"คือการพิจารณาทุกอย่างต้องโปร่งใสให้กับผู้เสียหายอย่างแท้จริงข้าราชการจะต้องทำงานเชิงรุกมุ่งช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพวกเขา โดยเฉพาะความทุกข์อยู่แล้วต้องไม่ถูกปล่อยให้รอคอยความช่วยเหลืออย่างล่าช้ากลายเป็นการซ้ำเติมความเจ็บปวดรุนแรงยิ่งขึ้น ดังคำบัญญัติ ที่วันนี้เป็นธีมคือความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม กระบวนการเหล่านี้วันนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาหลายท่านในฐานะที่ท่านเป็นพ่อเมืองของแต่ละจังหวัดมีหน้าที่ดูแลทุกๆของประชาชนอย่างใกล้ชิด ตัดสินใจในการที่จะดูแลของท่านอย่างเต็มที่ เปรียบเสมือนเป็นนายกรัฐมนตรีของจังหวัดก็ว่าได้ ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ขอให้ท่านได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับกระทรวงยุติธรรม ในการอำนวยความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างรอบด้าน
"จึงขอสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะที่อยู่ภายใต้ การรับผิดชอบกำกับดูแลของตัวผมเองและปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ยึดถือหลักนี้อย่างเต็มที่ ต้องการและเราไม่ได้ต้องการที่จะช่วยเหลือผู้เสียหายที่มีความหมายเพียงการเยียวยาประชาชนเท่านั้น แต่ต้องเป็นสิ่งที่เราทำได้และทำด้วยประสิทธิภาพเพื่อสะท้อนคุณภาพกระบวนการยุติธรรมของเราและระดับความรับผิดชอบของรัฐที่มีต่อประชาชนด้วย ประเทศไทยปัจจุบันภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่ได้ถูกพิจารณาจากความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างเดียวแต่รวมถึงศักยภาพของรัฐบาลในการคุ้มครองดูแลประชาชนการเข้าสมัครเป็นสมาชิกโออีซีดี ของประเทศไทยเรื่องของหลักนิติธรรมคือหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญในเกณฑ์การพิจารณาและแน่นอนว่าความคงเส้นคงวา ความมีมาตรฐานที่คาดการณ์ได้ในการบังคับใช้กฎหมายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกจะใช้ในการพิจารณาเมื่อจะตัดสินใจที่จะมาลงทุนหรือมาท่องเที่ยวหรือมาทำกิจการร่วมกันกับประเทศไทย ขอย้ำอีกครั้งรัฐบาลจะมุ่งหน้าพัฒนายกระดับการช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลทั้งนี้เพื่อให้เกิดระบบที่มีประสิทธิภาพรวดเร็วทั่วถึงและเป็นธรรมอาจจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนและสะท้อนถึงภาพรับที่ดีด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในสายตาของชาวโลกจะได้เป็นที่น่าเชื่อถือและเป็นที่เชื่อมั่นทำให้ประเทศไทยของเรามีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สุดท้ายนี้ขอแสดงความยินดีกับทุกๆท่านที่วันนี้ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ รับรางวัลในการที่ได้วางตนให้เป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็วทั่วถึงและเป็นธรรมในการที่ ท่านได้ทำให้ประชาชนทั่วไปได้พ้นจากความทุกข์สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เชิดชู ซึ่งตนในนามรัฐบาลขอแสดงความยินดี ชื่นชม และศรัทธาด้วยใจจริง และคิดว่าวันนี้พวกเราทุกคนที่มาร่วมในงานนี้คงจะได้รับข้อมูลความรู้ ข่าวสารต่างๆเพิ่มเติมอย่างเต็มที่ และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะยืนอยู่ทำงานเคียงข้างกับพวกท่านในการที่จะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกับประชาชนทุกคนที่อาศัยแผ่นดินนี้


