xs
xsm
sm
md
lg

"สุริยะมือเหล็ก" ไม่เดียวดาย "ประเสริฐ" ตามติด เจาะลึกหลังม่าน...เสมาสั่นคลอน เพราะตัวละครลับ"ล้วงลูก"งบประมาณ! ** “ศึกเสาชิงช้า” ได้เวลา “ชัชชาติ” รักษาแชมป์!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประเสริฐ จันทรรวงทอง - อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ - ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ "สุริยะมือเหล็ก" ไม่เดียวดาย "ประเสริฐ" ตามติด เจาะลึกหลังม่าน...เสมาสั่นคลอน เพราะตัวละครลับ"ล้วงลูก"งบประมาณ!

ช่วงนี้เห็นว่าบรรยากาศแถวถนนราชดำเนิน นอกจากกระทรวงเกษตรฯ ของ"สุริยะมือเหล็ก" สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แล้ว กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทย ที่อยู่ไม่ห่างกันก็ดูเหมือนจะ "ติดเชื้อ" กลิ่นตุๆ

กลิ่นที่ว่าเกิดขึ้นด้วยปมเหตุ จากอำนาจการเมืองที่กำลังเข้ามากดทับจนข้าราชการน้ำดีนั่งกันไม่ติดเก้าอี้แล้วจ้า!

แว่วว่าตอนนี้มี "ตัวละครลับ" เป็นผู้คุมงานของกระทรวงเสมา

ประเสริฐ จันทรรวงทอง
เรื่องของเรื่องที่ทำเอาชาวเสมา หวาดผวาจนตัวสั่นงันงก เริ่มมาจากกระแสข่าวลือที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงเกี่ยวกับนักการเมืองรายหนึ่งที่เป็นอดีต สส.ภาคอีสานหลายสมัย พกดีกรีความเก๋ามาเต็มกระเป๋า มีชื่อเล่นเก๋ๆ ว่า"เสี่ย จ."

วงในกระซิบมาว่า ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการ "ประเสริฐ จันทรรวงทอง" และ รัฐมนตรีช่วย "อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์" เข้ามาบริหารงาน ดูเหมือนจะมี "เงาลึกลับ" เดินตามหลังมาด้วย พฤติกรรมของ "เสี่ยจ." คนนี้เขาว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะชอบทำตัวเป็น "ซูเปอร์รัฐมนตรี" สั่งการข้ามหัว ข้ามไหล่ รัฐมนตรีทั้งสองคนไปแบบหน้าตาเฉย จนคนในกระทรวงเริ่มสงสัยว่า... ตกลงใครคือ "ตัวจริง" ที่คุมบังเหียนงบประมาณมหาศาลของกระทรวงนี้กันแน่?

ว่ากันว่างานนี้ “เสี่ย จ.” ไม่ได้ฉายเดี่ยวครับ เพราะมี "ลมใต้ปีก" ชั้นดีระดับบิ๊กข้าราชการประจำ ที่ชื่อย่อ "เจ้ พ." ซึ่งแมงเม้าท์บอกว่า เป็นเจ๊ ผู้กว้างขวางคอยให้การสนับสนุนแบบฟูลออปชั่น

“เจ๊ พ.” คนนี้แหละที่เป็นคนเปิดประตูรั้วเสมาให้ “เสี่ย จ.” เข้ามาเดินตรวจตรา ตะกร้างบประมาณ อย่างสบายใจเฉิบ

พฤติกรรมที่ทำเอาข้าราชการระดับสูงมองหน้ากันเลิ่กลั่กก็คือ การเรียกดูงบประมาณโครงการต่างๆ แบบ"ล้วงลูก" ใครไม่ทำตาม หรือใครกล้าหือ... “เสี่ยจ.” แกก็มีไม้ตายคือ การ "ข่มขู่" ครับท่าน!

วาทกรรมเด็ดที่หลุดออกมาจากวงสนทนา คือ ถ้าไม่จัดสรรตามที่ขอ... เตรียมเก็บของเข้ากรุได้เลย เจอไม้นี้เข้าไป ใครจะทนไหว เก้าอี้ที่นั่งมาครึ่งค่อนชีวิตอาจจะหายวับไปกับตา เพียงแค่การขยับนิ้วสั่งของคนนอกกระทรวง

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์
ตอนนี้บอกเลยว่าภายในกระทรวงศึกษาธิการ "เสียขวัญ" กันทั้งแถบ ข้าราชการระดับ C9 -C10 ที่เคยทำงานด้วยความมั่นใจ ตอนนี้กลับต้องเดินตัวลีบ อยู่แบบ "เจียมเนื้อเจียมตัว" ไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลย เพราะกลัวจะไปเหยียบตาปลาใครเข้า ความวิตกกังวลเรื่องการแทรกแซงงบประมาณ แผ่กระจายไปทุกอณู จนระบบราชการเริ่มจะรวนไปหมดแล้ว

ต้องไม่ลืมว่า งบประมาณ คือภาษีของประชาชน ข้าราชการชั้นผู้น้อยในกระทรวงวันนี้ทำได้แค่เพียงยืนมองความวุ่นวายนี้อย่างหดหู่ อดสูใจ

ขอฝากคำถามไปยังรัฐมนตรี "ประเสริฐ" และรัฐมนตรีช่วย "อัครนันท์" ว่า ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? การที่มีคนนอกเข้ามามีบทบาทเหนือรัฐมนตรี และคุกคามข้าราชการประจำแบบนี้ ทำลายธรรมาภิบาลในระบบราชการพังพินาศหมดสิ้น! หรือว่า... เรื่องนี้จะมีอะไรลึกซึ้งกว่าที่ตาเห็น?

เรื่องนี้ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน เพราะเมื่อข้าราชการเขาหมดความอดทน เสียงร้องเรียนมันก็จะดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่ "สุริยะมือเหล็ก" กำลังเผชิญอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ "เสี่ย จ." และ "เจ๊ พ." จะยังคงแผ่อิทธิพลเหนือกระทรวงศึกษาฯ ได้นานแค่ไหน ?

... หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของ "วิกฤตความเชื่อมั่น" ที่จะลามไปถึงรัฐบาลทั้งชุด ?

งบประมาณปีหน้าจะถูกกระจายไปลง "พื้นที่เป้าหมาย" ของใครบางคน หรือไม่ ?

คำสั่งโยกย้ายข้าราชการที่ไม่ยอมก้มหัวให้ จะถูกเด้งฟ้าผ่าจริงหรือเปล่า?

ปฏิกิริยาของรัฐมนตรีจะออกมาปฏิเสธเสียงแข็งหรือจะลอยตัวเหนือปัญหาต่อไป?

บอกเลยว่างานนี้ "มันหยด" แน่นอน ใครที่คิดจะเขมือบงบประมาณการศึกษาของลูกหลานไทย ระวังจะติดคอจนหายใจไม่ออกนะจ๊ะ!

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
++ “ศึกเสาชิงช้า” ได้เวลา “ชัชชาติ” รักษาแชมป์!

วาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 พ.ค.69 ซึ่งทาง กกต. ก็ได้วางไทม์ไลน์ไว้แล้วว่าให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กันใหม่ ในวันที่ 28 มิ.ย.69

และตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า “ชัชชาติ” จะลงสมัครอีกครั้งในนามอิสระ เพื่อสานงานต่อ

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นงานหนักสำหรับผู้ที่จะเข้ามาชิงเก้าอี้ โดยเฉพาะผู้ที่จะลงสมัครในนามพรรคการเมือง

พรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย ยอมยกธงแล้วว่าไม่ส่งผู้สมัคร

จึงเหลือเพียง พรรคประชาชน กับพรรคประชาธิปัตย์ เท่านั้น ที่ต้องลงมาสู้ในลักษณะไฟต์บังคับ

เพราะพรรคสีส้มนั้น ล่าสุดเพิ่งกวาดที่นั่งสส.แบบยกกรุงเทพฯ ไม่เหลือให้พรรคอื่นเลย แล้วอย่างนี้จะไม่ลงมาสู้ได้อย่างไร
ส่วนพรรคสีฟ้า ก็ถือว่ากรุงเทพฯเป็นหนึ่งในฐานเสียงเก่า ไม่ต่างจากภาคใต้ และที่ผ่านมา ก็มีผู้ว่าฯกทม. ที่สวมเสื้อสีฟ้า อยู่หลายคน

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (5 พ.ค.) พรรคประชาชนได้เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ห้างสามย่านมิตรทาวน์ ภายใต้ชื่องาน “กรุงเทพฯ ง่ายๆ BY ผู้ว่าประชาชน”

มีการเปิดตัวผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต ก่อนเปิดตัว “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ของพรรค

“ดร.โจ” ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง วิศวะคอมพิวเตอร์ จากจุฬาฯ ก่อนจะไปสร้างชื่อ ในฐานะนักเรียนทุน ที่ญี่ปุ่น ทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านวิทยาการสารสนเทศ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น (JAIST)

เคยเป็นนักวิจัยอาวุโสที่ NEC Corporation ประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่ปรึกษาให้กับสถาบันเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ทำงานที่แบงก์ชาตินานกว่า 10 ปี โดยตำแหน่งสุดท้าย เป็น รองผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสกุลเงินดิจิทัล และยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศ

จัดได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ โปรไฟล์หรูเริ่ด แจ้งเกิดทางการเมืองที่พรรคก้าวไกล เมื่อปี 2566 ในฐานะขุนพลเศรษฐกิจดิจิทัล ปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาชน

วันนี้เขาตัดสินใจความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี มาปรับใช้ในการบริหารงาน กทม. ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุง

และในวันเดียวกันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้เปิดตัวผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต แต่ยังไม่เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

เพราะการจะเฟ้นหาผู้สมัครที่จะมาต่อกรกับ “ชัชชาติ” นั้นไม่ใช่จะหากันง่ายๆ จึงได้แค่บอกใบ้ว่า ทางพรรคได้ติดต่อทาบทาม และได้รับการตอบรับแล้ว เป็นผู้ชาย มีโปรไฟล์โดดเด่น ระดับ “เกรดพรีเมียม” เคยผ่านการเป็นผู้บริหารในโลกธุรกิจและมีประสบการณ์โชกโชนในงานการเมือง

ก็ต้องติดตามกันว่า เมื่อถึงวันเปิดตัวออกมาจะเรียกเสียงฮือฮา ได้หรือไม่!

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครอิสระ ที่เปิดตัวตั้งแต่ไก่โห่ คือ “ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” นักการเมืองหญิงฝีปากกล้า อดีตผู้สื่อข่าว อดีตที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ยังมี “มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี” ก็ลงสมัครในนามอิสระ จบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ต่อระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (การเงิน) ที่ California State University สหรัฐอเมริกา และยังคว้าปริญญาโทอีกใบ ในสาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ สร้างชื่อเสียงในฐานะนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระดับประเทศ ผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

สำหรับผู้ว่าฯ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” บุรุษผู้แข็งแร่งที่สุดในปฐพี ชนะเลือกตั้งเมื่อปี 65 มาด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย กว่า1.3 ล้านเสียง

มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี
คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมาก เพราะคนกรุงฯ ได้สัมผัส คุ้นเคย กันมาตลอด 4 ปี ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ รับรู้ รับเรื่องร้องเรียน จากประชาชนและนำไปปรับปรุงตลอด ให้กรุงเทพฯ สมกับเป็นเมืองหลวง และเป็นเมืองท่องเที่ยว อันดับต้นๆ ของโลก การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นของคนเมือง เรื่องการจัดการขยะ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การนำเทคโนโลยี และข้อมูลมาใช้ในการบริหารจัดการ นี่ถือเป็นจุดเด่นของผู้ว่าฯ ชัชชาติ

จึงเป็นโจทย์หิน ที่คู่แข่งจะมาล้ม “ผู้ว่าฯบ้างาน” คนนี้ ดังนั้นความคึกคักจึงน่าจะไปอยู่ที่การเลือก สก. 50 เขตเสียมากกว่า