xs
xsm
sm
md
lg

วุฒิฯ ตั้ง 15 กมธ.สอบประวัติ “จักรพงศ์” ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน.ให้เวลา 60 วัน เน้นคุณสมบัติ-ความโปร่งใส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วุฒิสภาตั้ง กมธ.สอบประวัติ “จักรพงศ์” ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. 15 คน กรอบ 60 วัน ถกปมคุณสมบัติ-ความโปร่งใส

วันนี้ (5 พ.ค.) ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ มีจำนวน 15 คน อาทิ นายกมล รอดคล้าย นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร พล.ต.ต.ฉัตรวรรณ แสงเพชร นายชีวะภาพ ชีวะธรรม พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายธวัช สุระบาล และนายกัมพล สุภาเพ่ง โดยกำหนดกรอบเวลาการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

ต่อมา นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ได้หารือในที่ประชุม โดยตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติครั้งนี้ ไม่มีตัวแทนจากคณะกรรมาธิการด้านการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เนื่องจากบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมีคุณสมบัติด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อรายงานของคณะกรรมการสรรหา ที่ระบุถึงผลการตรวจสอบบัตรสนเท่ห์ กรณีคุณสมบัติผู้สมัครไม่ตรงกับสาขาที่สมัคร โดยผลการพิจารณาใช้การลงมติ ซึ่งออกมาไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 2 เสียง โดย 2 เสียงที่เห็นว่าคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มีนัยสำคัญ เนื่องจากหนึ่งในนั้นคือ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหา

นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า กระบวนการสรรหาที่รัฐธรรมนูญกำหนดและตามความมุ่งหมาย ควรเน้นกระบวนการปรึกษาหารือ แต่รายงานที่วุฒิสภาได้รับกลับเน้นการลงมติ พร้อมเหตุผลประกอบเพียงสั้นๆ จึงหวังว่า คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติจะให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว เพื่อให้เกิดความกระจ่างและลดข้อสงสัยของประชาชน ว่าทำไม 6 เสียงจึงเห็นว่าคุณสมบัติสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ขณะที่อีก 2 เสียงเห็นว่าไม่ถูกต้อง

พร้อมกันนี้ นายเทวฤทธิ์ ยังเสนอให้มีการเปิดเผยรายงานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ข้อ 110 ให้มากขึ้น จากเดิมที่เปิดเผยเพียงประวัติของผู้ถูกเสนอชื่อ 1 หน้า ขณะที่รายละเอียดอื่นเป็นเพียงกระบวนการของกรรมาธิการและแบบฟอร์มตรวจสอบจริยธรรม โดยเห็นว่าควรเปิดเผยข้อมูลมากกว่านี้ เพื่อให้สาธารณชนรับทราบ ท่ามกลางความขัดแย้งและข้อสงสัยในกระบวนการพิจารณา

ด้าน นายวุฒิชาติ ชี้แจงว่า กระบวนการคัดเลือกคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เป็นไปตามลำดับของคณะกรรมาธิการ ซึ่งชุดนี้อาจยังไม่ใช่ลำดับของคณะกรรมาธิการด้านการพัฒนาการเมือง จึงไม่สามารถทำให้ถูกใจทุกฝ่ายได้

นายวุฒิชาติ ยังชี้แจงถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้มีการเร่งรัด ว่า ตนไม่สบายใจกับข้อกล่าวหาดังกล่าว เนื่องจากข้อเท็จจริง กระบวนการสรรหาเริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ใช้เวลานานกว่า 1 ปีครึ่ง มีการประชุมหลายครั้ง และเคยต้องเริ่มกระบวนการใหม่ เนื่องจากเสียงเห็นชอบไม่ถึง 2 ใน 3

นอกจากนี้ ยังมีการขยายระยะเวลารับสมัครจากเดิม 15 วัน เป็น 45 วัน เนื่องจากมีผู้สมัครน้อย และแม้จะมีข้อร้องเรียนภายหลังปิดรับสมัคร คณะกรรมการสรรหาก็ไม่ได้ละเลย โดยรับเรื่องไว้พิจารณา ส่งผลให้ต้องเลื่อนการรับรองจากวันที่ 24 เม.ย. เป็นวันที่ 29 เม.ย. ก่อนบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภา

นายวุฒิชาติ กล่าวย้ำว่า กระบวนการทั้งหมดเป็นการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย มีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการเป็นทีม โดยไม่ได้มีการเร่งรัดอย่างที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด