xs
xsm
sm
md
lg

“พรรคส้ม”ขอโทษไม่ไหว ผิดไม่ยั้งคิด!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - ภัณฑิล น่วมเจิม
เมืองไทย 360 องศา

ในที่สุดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พรรคประชาชน ก็ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศหลังจากที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงในลักษณะเหมารวมว่า พวกเขาพัวพันกับยาเสพติด

ทั้งนี้ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกแถลงการณ์ว่า กรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ซึ่งเนื้อหาบางส่วนที่มีการกล่าวพาดพิงในลักษณะเหมารวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น

พรรคประชาชน ได้รับทราบถึงข้อห่วงใย ความไม่สบายใจ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม รวมถึงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ พรรคประชาชนขอยืนยันจุดยืนในการให้ความสำคัญและเคารพการทำหน้าที่ของผู้แทนของประชาชนในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น

พรรคประชาชน ยืนยันว่า การใช้คำพูดในลักษณะเหมารวมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งประเทศว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่ผิดต่อแนวทางและคุณค่าของพรรค แม้เจตนารมณ์ของการอภิปรายจะมีความตั้งใจที่จะชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหา ที่อาจมีผู้มีอำนาจหรือผู้มีตำแหน่งทางการเมืองบางกลุ่มเข้าไปพัวพันกับขบวนการเหล่านี้ แต่การสื่อสารที่ขาดความระมัดระวัง และเกินความพอดี จนกลายเป็นการเหมารวม ถือเป็นการบั่นทอนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยและไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้

“แม้ตัวผู้อภิปรายตระหนักถึงความผิดพลาดและได้ออกมาขอโทษแล้ว แต่พรรคประชาชน ได้นำกรณีนี้ เพื่อทำการสอบสวนและพิจารณาบทลงโทษและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยพรรคประชาชนได้นำกรณีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค เพื่อดำเนินการสอบสวนและพิจารณาบทลงโทษตามขั้นตอนโดยทันที”

พรรคประชาชน ขอน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา และจะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการกำชับผู้แทนราษฎร ตลอดจนบุคลากรของพรรคทุกคน ให้มีความรอบคอบและมีวุฒิภาวะในการทำหน้าที่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานการทำงานในฐานะสถาบันทางการเมืองที่รับผิดชอบต่อประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายต่อไป

แน่นอนว่าคำขอโทษ หรือคำขออภัยสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง เมื่อเห็นว่ามีความผิดพลาด เป็นการสร้างสปิริต สร้างมาตรฐานจริยธรรมที่ต้องเป็นคุณสมบัติที่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรคการเมืองพรรคนี้ รวมไปถึง ส.ส.และนักการเมืองพรรคนี้ ต้องแยกแยะออกมาพิจารณาต่างหาก เพราะเป็นข้อยกเว้นแบบพิเศษ เพราะบางครั้งคำขอโทษดังกล่าว อาจไม่ได้มาจากการสำนึกผิด แต่เป็นเพราะ “จนมุม” เลี่ยงไม่ออก อีกทั้งหากไม่เอ่ยคำขอโทษออกมา จะทำให้เกิดผลเสียหายทางการเมืองตามมาแบบเหนือความคาดคิด

ขณะเดียวกันคำขอโทษ และการขออภัยของพรรคการเมืองพรรคนี้ มักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบ่อยครั้งจนน่าตกใจ และทุกครั้งมักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมไม่ยั้งคิด หรือมีการก่ออาชญากรรมร้ายแรง แบบ “พูดอย่าง ทำอย่าง” เช่น มีสโลแกนว่า “มีเรา ไม่มีเทา” แต่กลายเป็นว่า มีอดีตส.ส.ของพรรคเป็นผู้ต้องหาถูกออกหมายจับคดี “ค้ายาเสพติด” ซึ่งไม่ใช่มีเพียงแค่คนสองคน แต่สมาชิกพรรคนี้ติดอยู่ในกลุ่มอีกหลายคน รวมไปถึงมีพฤติกรรมสร้างรุนแรง ทั้งกับบุคคลภายนอก และบุคคลในครอบครัว กรณีแบบนี้ถือว่าเป็นพฤติกรรม “สีดำ” และยังมีอดีตส.ส.บางคนมีพฤติกรรม “เมาแล้วขับ” สารพัด เรียกว่าขณะที่ตัวเองกล่าวหาคนอื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ทุกอย่างล้วนเข้าตัวทั้งนั้น

ปรากฏการณ์ที่ “เกิดขึ้นซ้ำๆ” แบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ “อภัยได้ยาก” เพราะอีกด้านหนึ่งมันสะท้อนให้เห็นภาพความผิดปกติภายในพรรคว่า การบริหาร จัดการ มีระเบียบข้อบังคับการคัดกรองสมาชิกพรรค การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครของพรรคมันได้มาตรฐานแค่ไหนกันแน่ และอย่าได้แปลกใจที่ระยะหลัง ความเชื่อถือ ความชื่นชอบ จากสังคมลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

สะท้อนภาพจากผลสำรวจของ “สวนดุสิตโพล” ที่ออกมาล่าสุด ในส่วนของฝ่ายค้าน พบว่าความนิยมสูงสุดคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 27.82 รองลงมาคือ น.ส.รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน ร้อยละ 23.25, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชนร้อยละ 17.24, นายรังสิมันต์ โรม พรรคประชาชนร้อยละ 16.07

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงผลโพลการเมืองของฝ่ายค้าน ที่คะแนนความนิยมของเขาร่วงลงไป แต่กลับกันคะแนนความนิยมของนายอภิสิทธิ์แซงหน้าขึ้นมาว่า ตนเชื่อว่าความเข้มแข็งของพรรค ปชน. คือเราไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล เราทำงานเป็นทีม ทั้งทีม สส.และทีมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) รวมถึงหลายภาคส่วนที่ช่วยกันขับเคลื่อนการทำงาน หากดูผลจากดุสิตโพลล่าสุด ไม่ใช่มีแค่ตัวแทนของ ปชน.คนเดียวที่อยู่ในโพล แต่ยังมี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ดังนั้นหากดูภาพรวมผลคะแนนความนิยมของพรรค ส่วนตัวยังเชื่อว่า ปชน.เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้

เมื่อถามว่า เมื่อผลออกมาเช่นนี้ จะทำให้เราต้องมีความขยันมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีความโดดเด่นด้านการตรวจสอบรัฐบาล จะมองว่าฝ่ายค้านจะแข่งขันกันเองในการทำงานหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยิ่งมีการแข่งขันกันเอง แต่สุดท้ายมองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง และนำการตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเป็นตัวตั้ง สุดท้ายคนได้ประโยชน์ก็คือประชาชน

เอาเป็นว่ากรณีของพรรคประชาชนหรือ “พรรคส้ม” ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษล่าสุด คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน เพราะเชื่อว่าด้วยพฤติกรรมที่ผ่านมา รวมไปถึงทัศนคติของสมาชิกพรรคที่ไม่เคยเปลี่ยน ยังมองปัญหามาจากคนอื่นหรือภายนอกมากกว่าเกิดจากตัวเอง พฤติกรรมที่ทำผิดซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ มันก็ทำให้ชวนคิดไปว่า วันนี้เป็นฝ่ายค้านยังเป็นขนาดนี้ หากวันหน้าโชคดีได้เป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารจะขนาดไหน จินตนาการไม่ออกจริงๆ !!