อดีตสว.กทม. จี้ รัฐบาลหยุดทางด่วนชั้นที่ 2 หยุดโหดเหี้ยมต่อปชช.แลกเอกชนรวยข้ามศตวรรษได้แล้ว ถามคุ้มค่า 170,000 ล้านและความปลอดภัยปชช.หรือไม่ หวั่นโศกนาฏกรรม
วันนี้ (3พ.ค.) นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสว.กทม โพสต์เรียกร้องให้หยุดโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 มีเนื้อหาดังนี้
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย!! รัฐบาลอนุทินหยุดทางด่วนชั้นที่2 หยุดโหดเหี้ยมต่อประชาชนแลกเอกชนรวยข้ามศตวรรษได้แล้ว !!??
รัฐบาลนายอนุทิน โปรดฟังคำแถลงการณ์ของชาวชุมชนที่คัดค้านการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่2 ตลอดเส้นทาง17 กิโลเมตรจาก งามวงศ์วานถึงพระราม9 ที่รัฐบาลกำลังมุ่งมั่นจะต่อสัมปทานให้เอกชนอีก 22ปี 5เดือน
หลังจากเอกชนหมดสัมปทาน 30ปีไปแล้วตั้งแต่ปี2563 และรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยได้ต่อสัมปทานให้เอกชนอีก 15 ปี ซึ่งจะหมดสัมปทานในปี 2578 รวมเป็นสัมปทานที่เอกชนได้ไปแล้วถึง 45ปี แต่เอกชนและนักการเมืองยังรวยไม่พอ จึงยังต้องการหาทางให้ได้สัมปทานเพิ่มอีก 22ปี 5 เดือน ข้ามศตวรรษไปถึงปี 2601 ใช่หรือไม่?
ข้ออ้างในการต่อสัมปทาน22ปี 5เดือน คือเอกชนจะสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 มูลค่า 35,000 ล้านบาทให้ อ้างเพื่อลดจราจรติดขัด จากทางด่วนงามวงศ์วานถึงทางด่วนพระราม9 ซึ่งเป็นไปได้น้อยมาก เพราะรถติดจากพื้นผิวจราจรที่ไม่สามารถขยายได้ ทางด่วนชั้นที่2 จึงเป็นได้แค่ที่จอดรถเพิ่มบนอากาศเท่านั้นเอง
ข้ออ้างสร้างทางด่วนชั้นที่2 เพื่อต่อสัมปทานเอกชนอีก 22ปี 5เดือน ต้องแลกด้วยการสูญเสียประโยชน์ของประชาชนอย่างน้อย 4 ประการ
1)การก่อสร้างทางด่วนชั้นที่2 มูลค่า 35,000 ล้านบาท ต้องแลกด้วยเงินส่วนแบ่งของทางด่วนจากการทางพิเศษ (กทพ.) ปีละประมาณ 7,500 ล้านบาท 22 ปี 5เดือน กทพ.ต้องจ่ายส่วนแบ่งให้เอกชนประมาณ 170,000 ล้านบาท ถ้าไม่ต่อสัมปทาน เงินส่วนนี้จะเป็นประโยชน์มาลดค่าทางด่วนให้ประชาชนได้อย่างยั่งยืนกว่า
2)ชาวชุมชนใต้ทางด่วนหลายสิบชุมชนตลอดเส้นทาง 17 กิโลเมตรใต้เส้นทางการก่อสร้างต้องเสียสละคุณภาพชีวิต ทั้งจากเรื่องเสียง เรื่องฝุ่น และความปลอดภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุการก่อสร้าง ชุมชนเหล่านั้นจะถูกปิดกั้นเส้นทางเข้าออกจากชุมชน ทำให้ใช้ชีวิตยากลำบากขึ้น หากมีกรณีเพลิงไหม้ หรือ มีคนป่วยในชุมชนก็จะลำบากในการมีรถใหญ่เข้าไปดับเพลิง หรือรถเข้าไปรับผู้ป่วย
3)หากมีการทำสัญญาต่อสัมปทาน กทพ.ต้องส่งมอบพื้นที่โดยรอบเส้นทาง 17 กิโลเมตรให้เอกชนภายใน 60-90 วัน หากไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนด จะต้องถูกปรับ เท่าที่ได้ข้อมูลคือเอกชนจะไม่ปรับเป็นเงิน จะขอขยายเวลาสัมปทานแทน ใช่หรือไม่
4.โครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่2 กำลังย้ายความเสี่ยงมาที่ใจกลางกรุงเทพ ชาวกรุงเทพฯต้องยอมรับความเสี่ยงซ้ำซาก หากมีเหตุคานหรือเครนยักษ์ถล่ม ดังเช่นที่เกิดบ่อยครั้งที่ถนนพระราม2 และล่าสุดสดๆร้อนๆ ที่เกิดเครนลอนเชอร์ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษที่กำลังวิ่งอยู่ตรงจุดสีคิ้ว โคราช
โอกาสเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เช่นมีเศษอิฐ หิน ดินปูนตกใส่รถที่กำลังขับอยู่เบื้องล่าง เหมือนที่เคยเกิดเหตุมานับครั้งไม่ถ้วนที่ถนนพระราม 2 มาแล้ว หรือหากเกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่2 ถล่มทับทางด่วนขั้นที่1 ดังที่เคยเกิดเหตุที่ถนนพระราม2 มาแล้ว หรืออุบัติเหตุคานยักษ์ถล่มจากแผ่นดินไหว เหมือนที่เคยถล่มตึกสตง.เมื่อปีที่แล้วระหว่างก่อสร้างก็จะเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯที่มีโอกาสเป็นอัมพาตทั้งเมืองได้ ใช่หรือไม่ ?!!
ทางด่วนชั้นที่2 โครงการลดจราจรติดขัด มันคุ้มค่ากับความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัย ความกังวลของผู้อยู่อาศัย และผู้เดินทางหรือไม่ และคุ้มค่ากับเงิน 170,000 ล้านที่ต้องเสียให้เอกชนหรือไม่ ?!?
การที่รัฐบาลไม่ฟังเสียงคัดค้านโครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่2 ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำการก่อสร้างบนพื้นที่มีการสัญจรไปมาหนาแน่นในใจกลางเมือง หรือมีรถติดแออัดที่ถนนเบื้องล่างอย่างไทยแลนด์แดนสยามแห่งนี้อีกแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุ จะกลายเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่ของบ้านเมือง ใช่หรือไม่
ขอให้คนกรุงเทพฯร่วมกันคัดค้าน ให้รัฐบาลหยุดโครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่2 ที่ไม่สนใจความปลอดภัยของชีวิต ทรัพย์สินและสุขภาพของประชาชน เป็นความโหดเหี้ยมที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีรัฐบาลไหนกล้าทำได้เช่นนี้เพื่อหวังให้กลุ่มทุนรวยไม่รู้จบเช่นนี้ ใช่หรือไม่ ?!?
นางสาวรสนา ยังได้โพสต์ถึง คำแถลงการ แถลงการณ์ชุมชนใต้ทางด่วนคัดค้านโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับ 2 ชั้น (Double Deck) อย่างถึงที่สุด
พวกเราในนามของประชาชนจากชุมชนพญาไท ราชเทวี จตุจักร ผู้ใช้ชีวิตอยู่ใต้ทางด่วนศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ขอประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนและหนักแน่นว่า เราไม่ยอมรับและคัดค้านอย่างถึงที่สุดต่อโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับ 2 ชั้น (Double Deck) เส้นทางงามวงศ์วาน – พระราม 9 ซึ่งกำลังถูกผลักดันภายใต้ชื่อของการแก้ไขปัญหาการจราจร แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้คนที่ต้องอาศัยอยู่ใต้โครงสร้างทางด่วนมาอย่างยาวนานสำหรับพวกเรา ทางด่วนไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานของเมือง แต่คือภาระที่กดทับชีวิตในทุกวัน เราต้องอยู่กับเสียงรบกวนตลอด 24 ชั่วโมง สูดอากาศที่ปนเปื้อนฝุ่นละอองและมลพิษ ถูกจำกัดด้วยแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ และมีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความไม่สะดวก แต่คือความเสียหายต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่สะสมอย่างต่อเนื่องโดยที่เราไม่มีอำนาจในการเลือกยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเราต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในระดับสูงสุด โครงสร้างทางด่วนขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่เหนือศีรษะของเรา หน่วยงานภาครัฐไม่ได้สร้างความมั่นคง หรือหลักประกันความปลอดภัยให้กับพวกเราแต่อย่างใด หากแต่ผลักความเสี่ยงมาที่พวกเรา จากอุบัติเหตุ การร่วงหล่นของวัสดุ และความเสียหายจากการก่อสร้าง ซึ่งล้วนเป็นภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยที่เราไม่สามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้
การก่อสร้างทางด่วนซ้อนขึ้นไปอีกชั้นจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มโครงสร้าง แต่คือการเพิ่มน้ำหนักของความเสี่ยงลงบนชีวิตของพวกเราอย่างชัดเจนในขณะที่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยย้ำถึงการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต รวมถึงหากการดำเนินการของรัฐหรือโครงการที่รัฐอนุญาตอาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือชุมชน รัฐต้องจัดให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบ รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและเปิดเผยข้อมูลก่อนตัดสินใจดำเนินการ พร้อมทั้งต้องลดผลกระทบให้มากที่สุด และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว
พวกเราขอตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า โครงการทางด่วน 2 ชั้นนี้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวอย่างไร เมื่อข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือประชาชนที่อยู่ใต้ทางด่วนกลับต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น สุขภาพที่ถูกบั่นทอน และคุณภาพชีวิตที่ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งนี้ไม่ใช่การพัฒนาเพื่อประชาชน แต่คือการผลักภาระของการพัฒนาไปให้คนกลุ่มหนึ่งต้องแบกรับอย่างไม่เป็นธรรมแม้โครงการจะผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย แต่กระบวนการดังกล่าวไม่เคยสะท้อนเสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างแท้จริง เสียงของคนใต้ทางด่วนยังคงถูกมองข้าม ขณะที่การตัดสินใจเชิงนโยบายยังคงยึดโยงกับตัวเลขทางเศรษฐกิจและมิติทางเทคนิคเป็นหลัก โดยละเลยมิติด้านความปลอดภัย สุขภาวะ และความเป็นธรรมในการใช้พื้นที่เมืองอย่างชัดเจน
พวกเราขอยืนยันว่า ชีวิตของเราไม่ใช่ต้นทุนของนโยบายรัฐ และความปลอดภัยของเราไม่ใช่สิ่งที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับการพัฒนาใด ๆ ได้ พวกเราขอเรียกร้องให้มีการยุติและทบทวนโครงการทางด่วน 2 ชั้นนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ พร้อมทั้งต้องมีการเปิดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมีสิทธิในการกำหนดอนาคตของพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ และรัฐต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจนว่าจะไม่ดำเนินโครงการใดที่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนพวกเราจะไม่ยอมให้คำว่านโยบายเพื่อประชาชนเป็นเพียงถ้อยคำในเอกสาร ในขณะที่ความเป็นจริงคือประชาชนบางกลุ่มต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความเสี่ยงอย่างไร้หลักประกันความปลอดภัย หากเสียงของพวกเรายังคงถูกเพิกเฉย พวกเราจะยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องชีวิต สิทธิ และศักดิ์ศรีของเราอย่างถึงที่สุด


