xs
xsm
sm
md
lg

พรรคส้มเปิดฉาก ครม.เงา ตรวจสอบรัฐบาลรายสัปดาห์ ชูภารกิจใหญ่ “ตีแผ่-เสนอทางเลือก-เติมความหวัง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปชน.เปิดฉาก “ครม.เงา” เดินเกมตรวจสอบรัฐบาลรายสัปดาห์ ชู 3 ภารกิจใหญ่ “ตีแผ่-เสนอทางเลือก-เติมความหวัง” เล็งประชุมทุกวันจันทร์ ยันเกาะติดการทำงานรัฐบาลเข้ม จับตาทุก มติ ครม.อิงแอบใครหรือไม่ “ณัฐพงษ์” มองเป็นอีกกลไกนอกเหนือสภา เพื่อเตือนรัฐบาลให้ทันท่วงที เผย ไม่ยึดติดตัวบุคคล หรือโควตา รมต.บอกยังเร็วไปพูดเรื่องร่วมรัฐบาลในอนาคต

วันนี้ (29 เม.ย.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, นายเดชรัต สุขกําเนิด รองหัวหน้า และ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา

นายณัฐพงษ์ กล่าวช่วงต้นว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ศูนย์ของทีม ครม.เงา เพราะพวกเราตั้งใจที่จะออกแบบกลไกการทำงานของ ครม.เงา ในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เช่น ภาคประชาชน หรือผู้ประกอบการ ซึ่งคำว่า ครม.เงา ไม่ใช่คำที่พรรคประชาชนคิดค้นขึ้นมา หรือพรรคการเมืองใดคิดค้นขึ้นมา แต่เป็นสิ่งที่รับเอาวัฒนธรรมการเมืองของต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ที่มีการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ที่มีการทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นอกจากเรื่องการถดถอยทางเศรษฐกิจ และระบบการเมือง ระบบนิติรัฐ นิติธรรม ยังมีการถดถอย ด้านความหวังของประชาชนคนไทย ซึ่งในฐานะตัวแทนของประชาชนคนไทย พรรคประชาชนมีหน้าที่ในการเติมความหวังให้กับประชาชนคนไทยทุกคน


นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ครม.เงา ในส่วนของพรรคประชาชน จะเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยเติมความหวังให้กับคนไทยได้ ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรี ในแต่ละสัปดาห์ ถือว่า เป็นการประชุมที่มีความสำคัญ ทุกมติ ครม. ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชน และผู้ประกอบการโดยตรง และย่อมมีผู้ที่ได้ และเสียประโยชน์ต่อทุกการตัดสินใจ ทุกๆ การดำเนินนโยบาย และมาตรการของรัฐ ดังนั้น ทีม ครม.เงา ของพรรคประชาชน จะช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ในทุกมติ ครม. ที่ออกมา ซึ่งเชื่อว่า จะเป็นหนึ่งกลไกที่สำคัญ ที่ใช้ในการตีแผ่ให้ประชาชนเห็นว่า ตกลงแล้วการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หรือมีการอิงแอบผลประโยชน์ของกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกเหนือการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ก็จะเป็นภารกิจในการเติมความหวัง โดยให้ข้อเสนอแนะ หรือทางเลือกที่ดีกว่า ซึ่งเชื่อว่า ถ้าประชาชนคนไทย มีรัฐบาลที่มีที่มาที่ไปยึดโยงกับประชาชน ทำเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ตัวเลือกที่ดีกว่าในการดำเนินนโยบายต่างๆ จะเป็นอย่างไร ซึ่ง ครม.เงา จะให้ข้อเสนอแนะเร่งด่วนกับวิกฤตเฉพาะหน้า เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งดำเนินการทันที


นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 3 ภารกิจสำคัญที่ทีม ครม.เงา จะทำหน้าที่ติดตามทุกสัปดาห์ และจะมีการสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการตีแผ่ให้ข้อเสนอที่ดีกว่า และมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า โดยในทีม ครม.เงา จะแบ่งการทำงานออกเป็น 4 เสาหลัก ประกอบด้วย นายวีระยุทธ ที่จะดูแลด้านเศรษฐกิจ, นางสาวศิริกัญญา ดูแลเรื่องการปฏิรูปรัฐ, นายเดชรัต ดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตใหม่ และนายพิจารณ์ จะดูแลเรื่องความมั่นคงใหม่ ซึ่งทีมงานไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีบรรดา สส. ที่เราเรียกกันว่า ทีม ครม.เงา ที่จะช่วยในการขับเคลื่อนทุกสัปดาห์ และจะประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้เรามีการพูดคุยกันใน 4 วาระที่เร่งด่วน และ 1 เดือนต่อจากนี้ คือ 1. มาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส 2. โครงการแลนด์บริดจ์ 3. การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ และการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ 4. เรื่องลมหายใจ เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ พ.ร.บ. PRTR เพื่อควบคุมมลพิษ ที่รัฐบาลควรหยิบกฎหมายที่ค้างท่อขึ้นมาพิจารณาต่อให้ทันภายในกรอบวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวย้ำว่า เราตั้งใจให้ทีม ครม.เงา ของพรรคประชาชน เป็นกลไกกลาง ในการประสานงานกับทุกภาคส่วน ทั้ง สส.ภายในพรรค, ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และภาคประชาชนสังคม ซึ่งจะจัดประชุมแบบนี้ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ทุกๆ วันจันทร์ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะ ก่อนที่จะมีการประชุม ครม. ในวันอังคาร เพื่อที่จะติดตามตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะต่างๆ และเสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล เพื่อเติมความหวังให้คนไทยกลับคืนมา

เมื่อถามว่า จะมีรายชื่อรัฐมนตรีที่เคยเปิดเผยตอนเลือกตั้งมาช่วยใน ครม.เงา นี้ หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีส่วนร่วมประชุม และเป้าหมายของพวกเราไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นช่วงเลือกตั้ง หรือทีมตอนนี้ สส., ประชาชน และทุกภาคส่วนเราก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกคน โดยเอาวาระของประเทศเป็นตัวตั้ง


เมื่อถามว่า มาตรการของ ครม.เงา จะแตกต่างกับกลไกการตรวจสอบรัฐบาลของสภาอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ การเติมความหวังกลับไปให้ประชาชน บางทีเราใช้กลไกลในสภา เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม ทำให้ไม่ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ และประชาชนเองก็อาจจะไม่ได้ติดตามการการประชุมสภาอย่างต่อเนื่อง จึงจะต้องตั้ง ครม.เงา แบบนี้ขึ้นมา เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และสามารถทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้ และการสื่อสารไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว แต่ยังเสนอทางเลือกที่ดีกว่าไปพร้อมกันเสมอ ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่ประชาชนยังมองเห็นความหวังในการเมืองไทย

เมื่อถามว่า ครั้งก่อนพรรคประชาธิปัตย์เคยทำ ครม.เงา เมื่อได้เป็นรัฐบาลจริง บุคคลใน ครม.เงา ก็ได้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งพรรคประชาชนใช้โมเดลเดียวกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่เคยยึดติดที่ตัวบุคคล และไม่ปฏิเสธที่จะทำงานกับคนที่มีความรู้ ความสามารถ และเจตจำนงทางการเมือง แต่ทำงาน ครม.เงา ของพรรคประชาชนทำงานเป็นทีม ซึ่งทุกคนทำงานร่วมกันไม่มีใครรู้สึกว่า จะหวังตำแหน่งในครั้งหน้าแน่นอน เอาวาระตัวนี้เป็นตัวตั้ง

เมื่อถามว่า คาดหวังกับการที่รัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะของเราไปใช้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะพรรคฝ่ายค้านการที่ได้ให้ข้อเสนอไป ซึ่งจะทำ หรือไม่ทำก็เป็นฝั่งของรัฐบาล ส่วนการที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นจริงในส่วนของราชการ สามารถผลักดันผ่านคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ไปยังส่วนต่างๆ ได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นคณะกรรมาธิการที่พรรคประชาชนเป็นประธานคณะกรรมาธิการเท่านั้น ดังนั้นการที่ช่วยเติมความหวังให้กับประชาชน ภายใต้เศรษฐกิจ, สังคม และการเมืองในปัจจุบันคือ การที่เราให้ข้อเสนอที่ดีกว่าให้ประชาชนเห็น ซึ่งหากรัฐบาลไม่นำข้อเสนอต่างๆ เหล่านั้นไปดำเนินการ คนที่จะตัดสินหน้าตารัฐบาลในครั้งหน้าก็คือ ประชาชน

เมื่อถามว่า ครม.เงา ใน 1 ปีข้างหน้า จะสามารถมีส่วนที่โยกย้ายเข้าไปเป็น ครม.จริงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะพูดถึงการปรับเปลี่ยนหน้าตารัฐบาล ซึ่งตอนนี้วาระสำคัญของพรรคประชาชนคือ การเติมเต็มความหวังให้กับประชาชน ทำหน้าที่ให้เต็มที่ และเสนอทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนการเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ รอติดตามไปทำหน้าที่ของ พวกเราในวันนี้จนถึงวันข้างหน้า และรอดูสถานการณ์การเมืองในอนาคตไปพร้อมกันดีกว่า


เมื่อถามว่า ในการประชุมพรรค มีการพูดคุยถึงอนาคตในการร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาล เพื่อจะสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราทำการเมือง ก็ต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้น เรื่องของรายละเอียด สูตรการจัดรัฐบาลในอนาคตจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่เร็วไปที่จะพูด และเปล่าประโยชน์ที่จะพูด เพราะไม่รู้ว่า การเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไร ผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่บอกได้ คือ การเข้ามาทำงานการเมือง ไม่ได้ต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐ เพราะแค่อยากได้อำนาจรัฐไปจัดสรรงบประมาณ แต่อยากได้อำนาจรัฐ เพื่อมาสร้างการเปลี่ยนแปลง

ส่วนเรื่องการปรับ ครม.นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะปรับหรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาล และความสัมพันธ์ของพรรคร่วม ซึ่งการตรวจสอบจะส่งผลสะเทือนหรือไม่ เราก็ทำเต็มที่ และจะเปลี่ยนหรือไม่ ไม่ได้อยู่แค่ฝั่งเราฝั่งเดียว แต่อยู่ที่ฝั่งรัฐบาลด้วย เชื่อว่า ภายใต้การจัดรัฐบาลแบบนี้ หรือเรียกว่า ยึดโยงกันที่ผลประโยชน์ การที่เราตรวจสอบอย่างเข้มข้น ตีแผ่อย่างเข้มข้น จะทำให้รัฐบาลที่ดูเหมือนแข็งนอก แต่จริงๆ แล้วมีความอ่อนใน ก็คือ มีความเปราะบางอยู่