กรมการปกครอง ออกประกาศ 10 ข้อ คุมเข้มการพกพาอาวุธปืน สนองนโยบาย “สิงห์หนู” ขยายการบังคับใช้ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับปี 2490 ตั้งแต่ ข้อห้าม กำหนดเวลา กำหนดโทษ ย้ำ! หน่วยงานรักษากฎหมาย ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด กรณี “ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน” เปิดช่อง “แอป ThaiD” รองรับการลงทะเบียน
วันนี้ (28 เม.ย.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการปกครอง เผยแพร่ ประกาศกรมการปกครอง เรื่อง “ขอให้ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490” กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
โดย นายนฤชา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านนโยบายและอำนวยการตามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธปืน เพื่อกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนมาตรการควบคุมอาวุธปืนในภาพรวมของประเทศ ได้ลงนามแล้ว
หนังสือระบุว่า เนื่องด้วยการอนุญาตให้บุคคลซื้อ มี และใช้อาวุธปืนเกี่ยวเนื่องกับการรักษาความสงบ เรียบร้อยภายในประเทศ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
จึงกําหนดให้บุคคลมีและใช้อาวุธปืน ได้เท่าที่จําเป็น โดยบัญญัติให้มีเพื่อใช้ในการป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน หรือในกีฬาหรือยิงสัตว์เท่านั้น และห้ามมิให้บุคคลบางประเภทมีและใช้อาวุธปืนอีกด้วย
ดังนั้น เพื่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศและความปลอดภัยของประชาชน จึงขอให้ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และให้ถือปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ อย่างเคร่งครัด
1. ห้ามมิให้มีเครื่องกระสุนปืนซึ่งมิใช่สําหรับใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคหนึ่ง
2. ห้ามมิให้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจําเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
“แต่ไม่ว่ากรณีใดก็ตามห้าม มิให้พาอาวุธปืน” ไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
หรือจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท แล้วแต่กรณี ตามมาตรา 8 ทวิ ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง
3. ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนออกให้ใช้ได้เฉพาะตัวผู้รับใบอนุญาตฯ และใช้เฉพาะกับอาวุธปืนกระบอกที่ระบุในใบอนุญาตฯ เท่านั้น
4. ถ้าอาวุธปืนที่ได้รับใบอนุญาตฯ ถูกทําลายหรือสูญหายโดยเหตุใดๆ ก็ดี ให้ผู้รับใบอนุญาตฯ แจ้งเหตุและส่งมอบใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ซึ่งตนอยู่หรือที่เกิดเหตุ “ภายในสิบห้าวัน”
นับแต่วันทราบเหตุ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 21 ประกอบมาตรา 83
5. “ห้าม” มิให้โอนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ให้แก่ผู้ที่มิได้รับใบอนุญาตฯ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 59 ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคหนึ่ง
6. ถ้าผู้รับใบอนุญาตฯ จะย้ายภูมิลําเนาที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรต้องแจ้งการย้ายนั้นต่อนายทะเบียนท้องที่เดิมและนายทะเบียนท้องที่ ซึ่งย้ายไปอยู่ใหม่ “ภายในสิบห้าวัน“”
นับแต่วันย้ายออกไปและวันที่ย้ายไปถึง หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 62 ประกอบมาตรา 83
7. ถ้าผู้รับใบอนุญาตฯ ตาย ให้ผู้ซึ่งครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือใบอนุญาต ของผู้ตาย แจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องที่ซึ่งตนอยู่ หรือนายทะเบียนท้องที่ที่ออกใบอนุญาต หรือนายทะเบียนท้องที่ที่ผู้รับใบอนุญาตตาย “ภายในสามสิบวัน”
นับแต่วันที่ทราบการตายของผู้รับใบอนุญาต หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 64 ประกอบมาตรา 83
8. เมื่อผู้รับใบอนุญาตฯ ตกเป็นผู้ซึ่งจะออกใบอนุญาตฯ ให้ไม่ได้ตามความในพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ให้แจ้งพฤติการณ์นั้นและส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และใบอนุญาตฯ ให้แก่นายทะเบียนท้องที่โดยไม่ชักช้า
หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 65 ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคหนึ่ง
9. เมื่อใบอนุญาตฯ สูญหาย เป็นอันตราย หรือลบเลือนอ่านไม่ออก ให้ผู้รับใบอนุญาตฯ ยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตฯ ต่อนายทะเบียนท้องที่ “ภายในสามสิบวัน” นับแต่วันที่ทราบเหตุนั้น
แต่ถ้าใบอนุญาตที่สูญหายได้คืนภายหลัง ให้ส่งใบแทนนั้นแก่นายทะเบียนท้องที่ “ภายในสิบห้าวันนับแต่วัน” ที่ได้คืน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 69 ประกอบมาตรา 83
10. การดําเนินการทางทะเบียนอาวุธปืนให้ติดต่อ ณ สถานที่ที่ออกใบอนุญาต ได้แก่ ที่ว่าการอําเภอ สําหรับต่างจังหวัด และศูนย์บริการประชาชน กรมการปกครอง (วังไชยา) สําหรับ กรุงเทพมหานคร โดยเอกสารและรายละเอียดการดําเนินการเป็นไปตามคู่มือบริการประชาชน ของกรมการปกครอง
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืนสมัครแอปพลิเคชัน ThaiD (ไทยดี) เพื่อรองรับการดําเนินการทางทะเบียนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


