xs
xsm
sm
md
lg

“พริษฐ์” เตือน “โสภณ” อย่าซ้ำรอย ”วันนอร์“ ปัดตกคำร้องสอบ ป.ป.ช. จี้ออกหลักเกณฑ์รับ-ไม่รับคำร้องให้ชัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พริษฐ์” ดักคอ “โสภณ” อย่าซ้ำรอย “วันนอร์” ปัดตกคำร้องสอบ ป.ป.ช. บอกมี 2 ทางเข้าชื่อ สส.- สว. -ภาคประชาชน จี้ ประธานสภาออกหลักเกณฑ์ให้ชัดใช้ดุลพินิจอะไรพิจารณาคำร้อง พร้อมถามเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อไหร่ ร่าง กม.พร้อมแล้ว

วันนี้ (28 เม.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภายื่นต่อประธานสภา เพื่อส่งศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซุกหุ้น ว่า เป็นประเด็นที่เราได้มีการสื่อสารต่อสาธารณะซึ่งตนได้สื่อสารวาระการประชุมให้กับพรรครวมฝ่ายค้านอื่นไปแล้ว หลังจากที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ทางพรรคประชาชนมองว่าการแถลงข่าวของ ป.ป.ช. เสี่ยงจะเป็นการฟอกขาว เพราะข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าเป็นการซุกหุ้น ดังนั้น จึงต้องใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เข้าชื่อร้องขอให้ประธานสภา ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวน กรรมการ ป.ป.ช. ข้อหาการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้ทางฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชนได้เริ่มยกคำร้องแล้ว การเข้าชื่อมี 2 ช่องทางคือ เข้าชื่อผ่านสมาชิกรัฐสภา ต้องใช้ 140 เสียง สส. ของพรรคประชาชนมีอยู่แล้ว 119 คน

ฉะนั้น เราจะหารายชื่อเพิ่ม 2 ทาง คือ จากพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะหารือในห้องประชุมพรรครวมฝ่ายค้านวันนี้ และคาดว่า น่าจะมีพรรครวมฝ่ายค้านอื่นที่จะร่วมเข้าชื่อเยอะเพียงพอ จนถึง 140 ชื่อได้ ส่วนอีกทางคือ สว. ที่สนใจเข้าร่วมลงชื่อด้วย เบื้องต้นมีสว. ที่แสดงความประสงค์ 10 กว่าคน และอีก 1 ช่องทางที่สามารถเข้าชื่อได้ คือภาคประชาชนที่ต้องใช้ 20,000 รายชื่อ จึงอยากเชิญชวนประชาชน ที่เห็นว่ามติของป.ป.ช. เข้าข่ายการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อยากให้เข้าชื่อเสนอเข้ามาอีกทางหนึ่ง
นายพริษฐ์ กล่าว่า เชื่อว่าหากมีการเข้าชื่อทั้ง 2 ทางคู่ขนานกันจะคลายข้อกังวลที่บางคนมีคิดว่าประธานสภาฯ เมื่อได้รับเรื่องแล้วจะใช้ดุลพินิจในการปัดตกเรื่องร้องเรียนไปยังศาลฎีกา เหมือนกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภา ได้ทำไปก่อนที่จะมีการยุบสภา 120 วัน กรณีกรรมการ ป.ป.ช.หรือไม่ ในวันนี้คงได้เห็นท่าทีของพรรคอื่น เพราะตนได้ประสานมาบ้างแล้ว ซึ่งเข้าใจว่าบางพรรคอาจจะฟังคำชี้แจงหรือคำหารือจากตนในวันนี้ แล้วจะนำข้อมูลไปประชุมพรรคในตอนบ่ายของวันนี้

เมื่อถามว่า สิ่งที่ยากกว่าคือ ประธานสภา จะยื่นเรื่องไปที่ศาลฎีกา จะต้องมีการคุยนอกรอบก่อนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรขึ้นอยู่กับการคุยนอกรอบ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถส่งเรื่องตรงไปยังศาลฎีกาได้ ซึ่งต้องผ่านประธานสภา และประธานสภา ต้องใช้ดุลพินิจว่าจะส่งหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา นายวันมูหะมัดนอร์ ก็เคยปัดตกเรื่องร้องเรียนกรรมการ ป.ป.ช. ในคดีนาฬิกาเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์ ได้ใช้ดุลพินิจปัดตกคำร้องโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ก่อนที่มีการยุบสภา และดุลพินิจอีกส่วนหนึ่งที่เป็นกังวลใจเช่นกัน คือ เรื่องกรอบเวลา เพราะในกรณีของนายวันมูหะมัดนอร์ ใช้เวลาในการพิจารณาถึง 10 เดือน สุดท้ายก็ปัดตก

นายพริษฐ์ กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้อง ให้ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ให้ความชัดเจนว่าจะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาการเข้าชื่อทั้ง 2 ระบบอย่างไร เช่น การตัดสินใจว่าจะทำบนพื้นฐาน ว่าคดีนั้นเกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคใด หรือชัดเจนว่าจะใช้กรอบเวลาในการพิจารณาไม่เกินกี่วัน กี่เดือน ซึ่งเรื่องนี้ก็จะคลายข้อกังวลกับประชาชนได้ แต่ทั้งนี้ สิ่งที่เรากำลังทำคู่ขนานกันอยู่คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 236 โดยการตัดดุลพินิจของประธานออก ก็จะทำให้คำร้องที่ส่งไปยังประธานสภา ก็จะเป็นเพียงทางผ่านไม่มีอำนาจในการปัดตกข้อร้องเรียนและเรื่องจะไปถึงศาล ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องอยู่ในอำนาจของนายโสภณเช่นกัน เพราะได้ยื่นร่างฉบับดังกล่าวไปตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเราพร้อมที่จะพิจารณาทันทีที่ประธานสภา บรรจุระเบียบประชุม และนัดประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อผ่านวาระ 1 ไปได้ก็เชื่อ ใช้เวลาไม่นานในการ 3 วาระ ดังนั้น จึงอยากฝากคำถามไปยังประธานสภาฯ 2 ข้อ คือ 1. ใช้เกณฑ์อะไร ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 236 จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างไร ว่าจะพิจารณาโดยหลักการและเหตุผลโดยไม่ได้ยึดติดว่าคดีนั้นเป็นของพรรคการเมืองท่านหรือไม่ และ 2. จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อไหร่ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและระเบียบวาระอื่นๆ ที่ขณะนี้พร้อมพิจารณาแล้ว

นายพริษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในที่จะหารือวิปฝ่ายค้านวันนี้ เกี่ยวกับการยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดก่อนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตามกรอบเวลาต้องยืนยันก่อนวันที่ 12 พ.ค. นี้ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ร่าง พ.ร.บ.PRTR พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฯลฯ ที่ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งหากโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านมาแล้ว และตั้งวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ จะมีการเชิญตัวแทนรัฐบาลมาชี้แจงในประเด็นนี้ ก่อนที่จะถึงเดดไลน์ตามกรอบกฎหมาย