“ศุภจี” แจงดรามาทุเรียนลูกละ 100 บาท ยันไม่ได้ร่วมไลฟ์สดกับ “พิมรี่พาย” เป็นเรื่องโปรโมชัน ตามเทคนิคของอินฟลูฯ เชื่อ ตรงปก เหตุคนจับตา บอกกระทรวงพาณิชย์ไม่เกี่ยว ย้ำคุมราคาผลผลิต
วันนี้ (28 เม.ย.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงประเด็นดรามา0 เรื่องทุเรียน โดยย้ำว่า ปีนี้ผลผลิตออกมา มากกว่าเดิม 33% กว่า 2 ล้านตัน ในแง่การตลาดต้องทำตลาดเชิงรุก ไม่เช่นนั้น ผลผลิตเกินไปทำตรงปลายเหตุจะทำให้มีปัญหาในเรื่องของราคาตกต่ำ การทำการตลาดต้องดูตลอดภายในและภายนอกประเทศ โดยให้กรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปทำตลาดนอกประเทศ ได้มีการส่งออก เน้นขายตะวันออกมากหน่อย แต่ตอนนี้เพิ่มฝั่งตะวันตกด้วย ส่วนตลาดภายในประเทศก็ต้องดูแล ช่องทางการขายมีหลายช่องทาง มีการจับมือกับโมเดิร์นเทรด และการขายอีกหลากหลายช่องทาง ช่องทาง Live commerce จะเป็นการกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ทำงานร่วมกับ influencer หลายส่วน เพื่อให้ผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเมื่อวันที่ 25 เมษายน ได้ลงไป จัดกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และยังลงไปดูผลผลิตหน้าสวน โดยให้ influencer ไปช่วยกันโปรโมตผลผลิต ยืนยันว่าทำงานร่วมกัน ทุกคนได้รับการดูแลเท่าเทียมกัน แต่ไม่มีให้ราคาใครเป็นพิเศษเพราะราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด
ส่วนที่จะทำ ไลฟ์สดกับพิมรี่พายวันนี้ลูกละ 100 บาท จำนวน 1 ล้านลูก นางศุภจี กล่าวว่า เป็นเทคนิคทำโปรโมชันของพิมรี่พาย เงื่อนไข จำนวน อย่างไรต้องรอดู แต่ที่กังวลจะไม่ตรงปกนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะกระแสแรงแบบนี้คนจับตามองมากมาย เดินทางเข้าทำเนียบก็มีแต่คนถามเรื่องไลฟ์สดขายทุเรียน และยังมีหลายหน่วยงานจับตา ดังนั้นเรื่องไม่ตรงปกพิมรีบพายไม่กล้าทำแน่นอน
นางศุภจี ยืนยันว่า จัดการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ราคาทุเรียนดีมาก แม้ผลผลิตจะออกมามาก อย่างที่ทางโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ออกมายืนยัน ทุเรียนเกรด A และเกรด B อยู่ที่ 140-150 บาท ทุเรียนมีหลายเกรดมีหลายพันธุ์ และมีหลายภาค ขอให้รอดูโปรโมชั่นของพิมรี่พายดีกว่า เพราะเขาต้องหาสินค้าที่ถูกต้อง และตรงตามที่ตกลงกับชาวสวนไว้
เมื่อถามว่า ดรามาที่เกิดขึ้น เพราะสื่อสารไม่ชัดเจนใช่หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เป็นเรื่องของพิมรี่พาย ที่ออกมาในเรื่องของราคา 1 ลูก 100 บาท ต้องรอดูโปรโมชันคงมีเงื่อนไขต่างๆ มากมาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ เพราะมีหน้าที่ดูแลคุณภาพและราคา ของพิมรี่พายอาจเป็นอีกเกรดหรือลูกเล็ก ขอให้รอดู ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนช่วยกัน และการไปที่หน้าสวนเชื่อว่าจะทำให้เกษตรกร มีกำลังใจ และเรียนรู้ เรื่องการไลฟ์ สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์จากสวนส่งตรงสู่ผู้บริโภค
ส่วนที่ฝ่ายค้านออกมา ระบุว่า เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการนั้น นางศุภจี กล่าวว่า จริงๆ แล้ว เราทำแผนการตลาด ให้เป็นไปตามกลไกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ซึ่งกลไกการตลาดไม่ได้เป็นไปตามอุปสงค์อุปทาน ซึ่งอุปทานในปีนี้สูง หากเราทำการตลาดแบบเดิม ก็จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้น เราต้องทำการตลาด ในส่วนของผลผลิตที่มีเกรดรองลงมา เพราะก็ถือว่า เป็นเกรดที่มีคุณภาพดีแต่หากกังวล เรื่องกลไกภาพรวม เป็นเรื่องของต้นน้ำ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้มีโอกาสไปชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ได้อยู่กลไกตลาดอย่างเดียว แต่ต้องดูแลในเรื่องของการแปรรูปผลผลิต เพราะการแปรรูปจะช่วยในเรื่องของ ผลผลิตที่ออกมา และราคาตกต่ำ คุณภาพออกมา ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการ ดังนั้น การทำตลาดไม่ใช่เน้นของ ผลสดอย่างเดียว
นางศุภจี ระบุอีกว่า ผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น มังคุด เงาะ กระทรวงพาณิชย์ มีการวางแผนดูแลสินค้าการเกษตรทุกตัว มีการทำปฏิทินว่าแต่ละช่วงเดือนจะมีอะไรออกมา แต่วันนี้ทุเรียนซึ่งเรียกราชาผลไม้ หากราคาดี ผลไม้อื่นก็จะราคาดีด้วย
นางศุภจี ระบุว่า วันนี้ไม่ได้ร่วมไลฟ์สดกับ พิมรี่พาย ขายทุเรียน พร้อมระบุว่า จริงๆ แล้วการช่วยกันเป็นหน้าที่ของทุกคน เพราะสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ คือ ประชาชน และเกษตรกร อีกทั้งตอนนี้มีกระแสว่า เราทำตลาดราคาสูง ซึ่งหน้าสวนราคา 140-150 บาท สิ่งที่พิมพ์รี่พายทำ ต้องการช่วยเกษตรกรในการนำสินค้าที่มีคุณภาพ และตนมองว่าเป็นคนละเรื่องกัน เป็นการตีความกันไปก่อน ขอให้ไปดูเขา ไลฟ์สดก่อน
ส่วนกรณีที่มีคลิปของนางศุภจี และ พิมรี่พาย ออกมานั้น นางศุภจี ยืนยันว่า ไม่ได้ร่วมโปรโมตอะไร คงเป็นเทคนิคทางการขาย หากมี influencer คนอื่นเข้ามาช่วยเหลือตนก็ยินดี
นางศุภจี ยังระบุถึงการดูแลเรื่องราคามะพร้าว ว่า ไม่ได้ทิ้ง และยังมีการส่งทีมไปจับกุมกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ปลอมน้ำมะพร้าวขาย อย่าว่ากระทรวงพาณิชย์ จริงจังและเข้มงวด ในเรื่องของกลุ่มผู้ค้าที่เอาเปรียบผู้บริโภค


