สสส. ผนึก UDDC-CEUS–เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ปักธงปั้น “ย่านเมืองเก่า” สู่ต้นแบบย่านสุขภาวะ ชูเมืองเดินได้ ปลอดภัย พื้นที่สาธารณะคุณภาพ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ควบคู่อนุรักษ์อัตลักษณ์ หวังพลิก โฉมเมืองน่าอยู่ทุกเพศวัย
วันนี้( 24 ก.พ. 2569 )ที่ศูนย์บริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC-CEUS) ร่วมกับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมนำเสนอสาธารณะ “อยู่ดีมีแฮง แปงเมืองร้อยเอ็ด เฮ็ดย่านให้อยู่ดี” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาย่านสุขภาวะในประเทศไทย กรณีศึกษา “ย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด” เพื่อถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกำหนดทิศทางพัฒนาเมืองที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย
น.ส.นิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การพัฒนาย่านสุขภาวะในพื้นที่ “ย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด” ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคนโยบาย และภาคท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยย่านดังกล่าวมีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนที่เข้มแข็ง เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่ “เดินได้ ปลอดภัย มีพื้นที่สาธารณะคุณภาพดี” เอื้อต่อกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของเมืองอย่างสมดุล
“การพัฒนาย่านสุขภาวะไม่ใช่เพียงการปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่เป็นการมองเมืองในมิติองค์รวม ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ทุกกลุ่มวัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียม โดยตั้งเป้าให้เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปสู่เมืองอื่นในอนาคต” น.ส.นิรมล กล่าว
นายเรืองรัตน์ รัตนโภคาสถิต รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการพัฒนา “ย่านสุขภาวะ” อย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยใช้พื้นที่ย่านเมืองเก่าเป็นต้นแบบ เนื่องจากมีคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมสูง การพัฒนาจึงต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน การรับฟังความคิดเห็น และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อให้แนวทางที่เกิดขึ้นตอบโจทย์คนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ด้าน รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ UDDC-CEUS กล่าวว่า โครงการ “ย่านอยู่ดี” มีเป้าหมายผลักดันแนวคิด “ย่านสุขภาวะ” ให้เกิดขึ้นจริงในบริบทไทย โดยในช่วงปี 2567-2568 ได้ดำเนินการใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ย่านพระโขนง-บางนา ย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด และย่านเมืองเก่าลำพูน เพื่อสร้างพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้สะดวกและเท่าเทียม พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านกายภาพ พฤติกรรม และทัศนคติ ผ่านการออกแบบพื้นที่และกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะ
ทั้งนี้ เมืองร้อยเอ็ดถูกมองว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่ “เมืองเดินได้ เมืองเดินดี” โดยเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากกับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพและออกแบบแนวทางพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมตั้งเป้าเป็นต้นแบบเมืองสุขภาวะแห่งการเดินและการท่องเที่ยวในอนาคต


