เลขาฯกกต. เผย ถอดบทเรียนเลือกตั้ง พบมีข้อผิดพลาดโดยเฉพาะการทำหน้าที่กปน. 1.6 ล.คน เล็งใช้เทคโนโลยีช่วยป้องกันทุจริต ชี้ คดีเลือกตั้งสุพรรณ กกต.สั่งสอบเพิ่มปมนับคะแนนผิดหลักร้อย ด้านสนง.มอบ 48 รางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานและสื่อ ช่วยสนับสนุน ประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง -ประชามติ 69
วันนี้ (24เม.ย.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณกิจกรรมการสื่อสารประชาสัมพันธ์รณรงค์การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 และการออกเสียงประชามติ “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
เพื่อเป็นเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยการมอบรางวัลแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิ์สูงสุด 5 รางวัล จังหวัดที่มีอัตราผู้ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นจากปี 2566 สูงสุด 1 รางวัล จังหวัดที่มีบัตรเสียน้อยที่สุด 5 รางวัล เครือข่ายและหน่วยงานสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งและประชามติ 33 รางวัล และสื่อสังคมออนไลน์ที่สนับสนุนการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งและประชามติ 4 รางวัล รวมทั้งหมด 48 รางวัล
ทั้งนี้ นายณรงค์ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน โดยระบุว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ เป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีสิทธิได้แสดงเจตจำนงทางการเมืองอย่างเสรี ความสำเร็จของการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพียงลำพัง หากแต่เป็นผลจากความร่วมมือร่วมใจ ความเสียสละ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจและกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ อันเป็นการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย
ขณะที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวว่า เป็นความสำเร็จที่ทุกคนได้ทำงานร่วมกัน จึงฝากขอบคุณทุกคนรวมถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ได้ช่วยกันทำงานในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
ส่วนที่เปอร์เซ็นต์ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งปีนี้ น้อยกว่าปี 2566 นายแสวง กล่าวว่า ความตั้งใจของ กกต. และความคาดหวังของประชาชน คงอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ซึ่งทาง กกต.ก็หวัง เพราะมีทั้งการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในเวลาพร้อมกัน แต่การจัดการเลือกตั้งพร้อมกัน ทำให้คะแนนเสียงเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็คิดว่าการจัดการเลือกตั้งพร้อมกัน แต่มีเงื่อนไขการเลือกตั้งที่แตกต่างกัน เช่นการเลือกตั้ง ส.ส.สามารถเลือกตั้งล่วงหน้าได้ ขณะที่การออกเสียงประชามติไม่สามารถทำได้แต่ออกเสียงนอกเขตได้ ทำให้ประชาชนลังเลในการตัดสินใจ สุดท้ายไม่ว่าจะไปเลือกตั้งอย่างไร ก็ถือว่าเสียสิทธิ์อยู่เหมือนเดิม ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ อาจจะต้องนำกลับมาพิจารณาปรับปรุง โดยเฉพาะการทำให้กฎหมายเหมือนกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน จะได้เดินทางออกจากบ้านเสร็จในทีเดียว และไม่สร้างความสับสนต่อไป ต้องยอมรับว่ามีข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า จากการถอดบทเรียนของกกต. พบว่ามีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซง หรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้ ตรงจุดนี้คือการเลือกตั้งในหน่วย การเลือกตั้งนอกหน่วยเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดข้อผิดพลาดก็คือการนำคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. เกือบ 1 ล้าน 6 แสนคน มาทำงานเกี่ยวกับระเบียบที่มีความซับซ้อนอยู่พอสมควร ทำให้เกิดข้อผิดพลาดแม้ว่าตรวจสอบได้ แต่เห็นว่าจะต้องพัฒนาในส่วนนี้ให้ได้และให้ดีขึ้นอีกส่วนคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้ดีขึ้นกว่าเดิมในการที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึ่งอาจจะนำเทคโนโลยีเช่นมีการติดตั้งกล้อง ซึ่งจะทำให้ กปน.และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งระมัดระวังในการกระทำผิด หรือหากมีเหตุการณ์ใดก็สามารถดูจากกล้องวงจรปิดได้
นายแสวงยังกล่าวด้วยว่าในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ทุจริตขึ้นอยู่กับการสอบสวน ว่าเจตนาหรือผิดพลาด ถ้ามีเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือไม่สุจริต ก็จะต้องแจ้งความดำเนินคดี แต่หากผิดหลง ไม่กระทบต่อสาระสำคัญของการเลือกตั้ง ก็จำเป็นจะต้องนำมาปรับปรุงในทางการบริหารต่อไป แต่ก็มีการแจ้งความดำเนินคดีไปบางส่วนแล้วเช่นเดียวกับกรณีที่ กปน. ในพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดสุพรรณบุรี อาจดำเนินการ ทาง กกต. ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่งในบางพื้นที่ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และอีกบางส่วนอยู่ในสำนวนก็มี ขณะที่คดีความร้องเรียนจากการเลือกตั้ง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 250 เรื่อง
ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนคดีการเลือกตั้งของ กปน. ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น นายแสวงกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเกิดความผิดปกติ เพราะมีคะแนนกระโดดเยอะมากนับหลักร้อยคะแนน ซึ่งจากประสบการณ์ เวลานับคะแนนใหม่ จะไม่เกิน 1 หรือ 2 คะแนน ซึ่งทุกที่คะแนนจะไม่เกินไปมากกว่านี้ แต่ในจังหวัดนี้ผิดปกติ เรื่องนี้ กกต.พิจารณาแล้ว ได้สั่งให้ลงไปสอบสวนเพิ่มเติม จะเป็นแค่ 2 หน่วย หรือยังมีหน่วยอื่นด้วย ที่ต้องดูว่าเกิดจากความผิดพลาด หรือทุจริตเป็นขบวนการ มีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งต้องมีการลงไปสอบเพิ่มเติม


