xs
xsm
sm
md
lg

“สว.นพดล” ขอบคุณรัฐบาลเลิก MOU44 ใช้ UNCLOS ลบเส้นเขมรลากมั่วทับเกาะกูด ไม่ต้องแบ่งก๊าซ-น้ำมันมหาศาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สว.นพดล” ขอบคุณรัฐบาลเดินหน้ายกเลิก MOU 2544 ชี้ ทางออกใช้มาตรฐาน UNCLOS ลบเส้นทับซ้อนที่เขมรมั่วลากผ่าน 1 ใน 3 ของเกาะกูด เชื่อปรับมาใช้หลักสากลไทย ไม่ต้องแบ่งผลประโยชน์ก๊าซ-น้ำมัน มหาศาลไปให้เพื่อนบ้าน


นายนพดล อินนา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเดินหน้ายกเลิก MOU 2544 ว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่เห็นพ้องต้องกันกับการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภาชุดนี้ เพราะหลังจากที่กรรมาธิการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิก MOU 2544 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เราได้ศึกษารอบคอบ รอบด้าน อย่างไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น ก็พบว่า MOU 2544 นั้นผิด เริ่มดำเนินการผิดตั้งแต่ผังในการแนบสัญญา คลาดเคลื่อนมาตั้งแต่แรก

“การที่กัมพูชาลากเส้นไหล่ทวีปมาพาดเกาะกูดของเรา และทำให้พื้นที่ทับซ้อนมีจำนวนมากถึง 16,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ทับซ้อนนี้จะไปแบ่งผลประโยชน์ทางด้านก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม ซึ่งถือเป็นหลักฐานใหญ่ชิ้นหนึ่งที่นำไปสู่การเสียเปรียบของไทย” นายนพดล กล่าว

นายนพดล กล่าวต่อว่า ถ้าเราลากตามมาตรฐานสากลตาม UNCLOS 1982 หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ซึ่งกัมพูชาก็เพิ่งเข้าไปเป็นภาคีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แม้กัมพูชาจะหลีกเลี่ยง แต่ท้ายสุดก็ต้องเข้าเป็นภาคีอยู่ดี และให้สัตยาบันในเรื่องนี้ หมายความว่าทุกอย่างจะทำตามมาตรฐานสากล

“ถ้ารัฐบาลดำเนินการยกเลิกไปตามนี้ก็ถูกต้องแล้วครับ เพราะการลากเส้นตามแนวเขตแดนสากล ไทยเราจะได้ประโยชน์ อย่างน้อยพื้นที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้นใน MOU 2544 จะลดลงอย่างมากทันที หมายความว่า พื้นที่ที่กัมพูชาจะมาหาผลประโยชน์ร่วมกันจะลดลง เผลอๆ กัมพูชาอาจจะได้น้อยมากในส่วนนั้น หรืออาจแทบไม่ได้เลยก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้น การที่กัมพูชามาขอเรียกร้องแบ่งผลประโยชน์จากพื้นที่ทับซ้อนเนี่ย 50% กับ 50% ตาม MOU 2544 ถ้าเราลากตามมาตรฐานสากลตาม UNCLOS 1982 ก็จะไม่เป็นไปตามสัดส่วนนั้น” นายนพดล กล่าว

นายนพดล อธิบายว่า เกาะกูดเป็นของประเทศไทย ส่วนเกาะกงเป็นของกัมพูชา ใน UNCLOS 1982 ระบุไว้ชัดเจนว่า พื้นที่เกาะก็ถือเป็นพื้นที่ของประเทศนั้นด้วย ดังนั้น การลากเส้นจะมีเขต 12 ไมล์ทะเล และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้เป็นต้น ก็จะต้องลากออกมาจากเกาะ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ต้องลากออกมาพอๆ กัน เส้นที่แบ่งเขตอาณาเขตทางทะเลก็น่าจะอยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะกูดกับเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นที่ประเทศไทยเคยลากไว้ตั้งแต่ปี 2516 และอยู่ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ 2516 แล้ว ซึ่งของเราลากเส้นใกล้เคียงหรือตามมาตรฐานสากลของ UNCLOS 1982 ตั้งแต่ปี 2516 มาแล้ว

นายนพดล ยืนยันว่า หากยกเลิก MOU 2544 กัมพูชาจะมาตีกินไม่ได้ เขาไม่สามารถที่จะลากเส้นผ่าน 1 ใน 3 ของเกาะกูดได้เลย เพราะตามสนธิสัญญาสยามกับอินโดจีน หรือว่าไทยกับฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1907 ระบุในสนธิสัญญานั้นชัดเจนว่า เกาะกูดให้ตกเป็นของสยามหรือของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเกาะกูดเป็นของไทยตั้งแต่ร้อยกว่าปีแล้ว ดังนั้น การลากเส้นในปี 2544 นั้น ย่อมไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น